ไหว้สารทจีนทุกปีแต่รู้ไหมว่า ‘ไหว้ใคร’ ย้อนต้นทางประเพณีพันปีที่ลูกหลานชาวจีนอาจไม่เคยรู้

27 ส.ค. 2569 - 12:56

  • สารทจีนปี 2569 ตรงกับวันที่ 27 สิงหาคม

  • โดยทั่วไปแบ่งเป็นการไหว้เจ้าที่ บรรพบุรุษ และวิญญาณไร้ญาติ

  • ประเพณีนี้เดินทางเข้าไทยพร้อมชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในสยาม

ไหว้สารทจีนทุกปีแต่รู้ไหมว่า ‘ไหว้ใคร’ ย้อนต้นทางประเพณีพันปีที่ลูกหลานชาวจีนอาจไม่เคยรู้

ทุกปีเมื่อถึงวันสารทจีนหลายบ้านจะเตรียมไก่ต้ม หมู เป็ด ผลไม้ และกระดาษเงินกระดาษทองตั้งแต่เช้า ลูกหลานอาจช่วยจัดโต๊ะกันมาตั้งแต่เด็ก แต่หากถูกถามว่า วันนี้ไหว้ใคร และทำไมต้องไหว้ หลายคนอาจตอบได้เพียงว่า ‘ที่บ้านทำกันมาแบบนี้’

วันสารทจีนตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน สำหรับปี 2569 ตรงกับวันที่ 27 สิงหาคม ภาษาจีนกลางเรียกว่า จงหยวนเจี๋ย (中元节) ส่วนโลกตะวันตกมักเรียกว่า Hungry Ghost Festival หรือเทศกาลผีหิวโหย

แต่สารทจีนไม่ได้ไหว้เพียง ‘ผี’ หรือบรรพบุรุษ โดยทั่วไปพิธีจะแบ่งเป็น 3 ส่วน เริ่มจากไหว้เทพเจ้าหรือเจ้าที่ผู้คุ้มครองบ้าน ต่อด้วยไหว้บรรพบุรุษของครอบครัว และสุดท้ายไหว้วิญญาณไร้ญาติ ซึ่งมักจัดของไว้นอกบ้านเพื่อแบ่งให้ผู้ที่ไม่มีลูกหลานเซ่นไหว้

หัวใจของสารทจีนจึงมีทั้ง ความกตัญญูและการแบ่งปัน ด้านหนึ่งคือการบอกว่าสมาชิกผู้ล่วงลับยังไม่ถูกลืม อีกด้านคือการเผื่อแผ่อาหารและบุญกุศลไปถึงดวงวิญญาณที่ไม่มีใครดูแล

ส่วนจุดเริ่มต้นของสารทจีนไม่ได้มาจากตำนานเดียว แต่เกิดจากความเชื่อ 3 สายที่ค่อยๆ ผสมกัน ได้แก่ ความเชื่อพื้นบ้านของจีน ศาสนาเต๋า และพุทธศาสนามหายาน

ในเรื่องของความเชื่อพื้นบ้านเรื่องการเคารพบรรพบุรุษ ชาวจีนเชื่อว่าความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมความตาย ลูกหลานจึงจัดอาหารและสิ่งของให้ผู้ล่วงลับเพื่อแสดงว่ายังระลึกถึงและดูแลกันอยู่

ส่วน ศาสนาเต๋า มีแนวคิดเรื่อง ‘สามหยวน’ ซึ่งเชื่อมโยงกับเทพผู้ดูแลสวรรค์ โลกมนุษย์ และสายน้ำ โดยวันที่ 15 เดือน 7 เรียกว่า จงหยวน เป็นวันที่เทพผู้ดูแลโลกมนุษย์ลงมาตรวจสอบความดีความผิด รวมถึงปลดเปลื้องโทษและช่วยเหลือดวงวิญญาณ ชื่อ จงหยวนเจี๋ย ของเทศกาลจึงมาจากความเชื่อสายนี้

ขณะที่ พุทธศาสนามหายาน เชื่อมโยงวันนี้เข้ากับเรื่องของ พระมู่เหลียน หรือพระโมคคัลลานะ ผู้พบว่ามารดาที่เสียชีวิตกำลังทนทุกข์อยู่ในภพของเปรต จึงถวายอาหารแก่พระสงฆ์และอุทิศบุญไปช่วยมารดา เรื่องนี้กลายเป็นที่มาของเทศกาลอุลลัมพนะ ซึ่งเน้นการทำบุญให้พ่อแม่และผู้ล่วงลับ

เมื่อทั้งสามความเชื่อมารวมกันสารทจีนจึงมีทั้งการ ไหว้บรรพบุรุษตามความเชื่อพื้นบ้าน ทำพิธีช่วยเหลือดวงวิญญาณตามแนวคิดเต๋า และอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับตามพุทธมหายาน ก่อนพัฒนาเป็นเทศกาลสำคัญในสังคมจีนมานานกว่าพันปี

สำหรับประเทศไทยไม่มีหลักฐานระบุว่าสารทจีนเข้ามาในปีใด เพราะประเพณีนี้ไม่ได้ถูกนำเข้ามาเพียงครั้งเดียวหากแต่เดินทางมากับชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาค้าขายและตั้งถิ่นฐานในสยามอย่างน้อยตั้งแต่สมัยอยุธยา ก่อนเพิ่มจำนวนขึ้นในช่วงต้นรัตนโกสินทร์

ชาวจีนที่เข้ามามีทั้งกลุ่มแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน ไหหลำ แคะ และกวางตุ้ง แต่ละกลุ่มนำภาษา อาหาร และธรรมเนียมของตัวเองมาด้วย รายละเอียดการไหว้ของแต่ละบ้านจึงอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด ก่อนจะค่อยๆ ผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตแบบไทยและกลายเป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีนในปัจจุบัน

สำหรับคนรุ่นใหม่การรู้ที่มาของสารทจีนไม่ได้แปลว่าต้องเชื่อเรื่องโลกวิญญาณทุกอย่าง แต่อาจช่วยให้เข้าใจว่า เบื้องหลังโต๊ะไหว้ไม่ใช่เพียงพิธีที่ต้องทำตามผู้ใหญ่ แต่เป็นวิธีที่คนในครอบครัวใช้บอกว่า แม้ใครบางคนจะจากไปแล้วพวกเขาก็ยังไม่ถูกลืม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์