ดราม่าชุดไทย Miss Universe Cambodia 2026 ใช้ภาพหญิงสยามโบราณอ้างเป็นวัฒนธรรมกัมพูชา?

21 ก.ย. 2569 - 11:15

  • Miss Universe Cambodia 2026 จุดกระแสดราม่าหลังนำเสนอชุดห่มสไบพร้อมโจงกระเบน และองค์ประกอบคล้ายชฎาบนเวที

  • ภาพหญิงสาว 7 คนที่ปรากฏใน VTR ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็น “หญิงสาวเมืองกำแพงเพชร” ในสมัยรัชกาลที่ 5

  • กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมชี้แจงกรณีการนำเสนอเครื่องแต่งกายและภาพประวัติศาสตร์บนเวที

ดราม่าชุดไทย Miss Universe Cambodia 2026 ใช้ภาพหญิงสยามโบราณอ้างเป็นวัฒนธรรมกัมพูชา?

กลายเป็นประเด็นร้อนข้ามประเทศ หลังเวที Miss Universe Cambodia 2026 รอบ Preliminary เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา นำเสนอ VTR เกี่ยวกับเครื่องแต่งกายและราชสำนักกัมพูชาในอดีต ก่อนปรากฏภาพผู้หญิงในชุดที่มีลักษณะห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน รวมถึงองค์ประกอบอย่างชฎา ขณะที่พิธีกรอธิบายเนื้อหาในเชิงวัฒนธรรมกัมพูชา จนเกิดการตั้งคำถามจากฝั่งไทยถึงที่มาของภาพและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ถูกนำเสนอ  

จุดเริ่มต้นดราม่า เมื่อภาพบนเวทีถูกพบว่าเป็นภาพจากไทย 

ประเด็นเริ่มถูกจับตามองมากขึ้น หลังเพจ ASEAN “มอง” ไทย นำภาพจาก VTR ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับข้อมูลภาพประวัติศาสตร์ที่เผยแพร่โดยหน่วยงานไทย โดยเฉพาะภาพหญิงสาว 7 คนที่นั่งเรียงกันซึ่งถูกระบุว่าเป็น หญิงสาวเมืองกำแพงเพชรในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) 

ข้อมูลที่ถูกนำมาเผยแพร่ระบุว่า ภาพดังกล่าวมาจากหนังสือ “ฟิล์มกระจกจดหมายเหตุ หนึ่งพันภาพประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ เล่ม 3” และปรากฏการแต่งกายด้วยเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน และไว้ผมทรงดอกกระทุ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพที่ถูกนำไปใช้ประกอบ VTR บนเวที Miss Universe Cambodia 2026  

จึงเกิดคำถามสำคัญตามมาว่า ภาพประวัติศาสตร์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ด้วยวัตถุประสงค์ใด และมีการระบุแหล่งที่มาของภาพหรือไม่ ขณะที่ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากผู้จัด Miss Universe Cambodia ต่อประเด็นที่มาของภาพดังกล่าวในเวลาที่มีการเผยแพร่ข่าวนี้  

“ซาบีดา” ขยับ สั่งถกด่วนพร้อมยืนยันจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาที่สุดในฐานะคนไทย  

าสุด นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ออกมารับทราบประเด็นดังกล่าว พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน  

จากคลิปสัมภาษณ์ที่ซาบีดาพูดถึงกรณีนี้เธอไม่ได้ประกาศมาตรการทางกฎหมายหรือการตอบโต้ต่อกัมพูชาในทันที แต่เน้นไปที่การ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน 

พร้อมพูดถึงกรณีการนำเสนอวัฒนธรรมไทยว่า 

“ขอบคุณที่นำเสนอวัฒนธรรมไทยให้ แต่ต้องมีการเล่าถึงที่มาที่ไปและให้เครดิตว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจากประเทศไทย” 

อย่างไรก็ตามประโยคดังกล่าวควรอ่านในฐานะคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรี ไม่ใช่การประกาศมาตรการอย่างเป็นทางการของกระทรวง  

ไม่ใช่แค่ “ทวงภาพ” แต่คือการสื่อสารชุดไทยสู่เวทีโลก 

ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กระทรวงวัฒนธรรมกำลังผลักดันการเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องชุดไทยในต่างประเทศ 

ก่อนหน้านี้ซาบีดาเพิ่งหารือกับดีไซเนอร์และห้องเสื้อไทยหลายรายเพื่อผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยม” สู่เวทีโลก โดยทางกระทรวงมองชุดไทยไม่เพียงในฐานะเครื่องแต่งกาย แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่ผ้าไทย ช่างฝีมือ ไปจนถึงผู้ประกอบการและชุมชน  

ขณะเดียวกันกระทรวงก็มีโครงการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยให้คนไทยและนานาชาติเข้าใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับการพิจารณาขึ้นทะเบียน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ การแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO ในเดือนธันวาคม 2569  

ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตาจากนี้จึงมีอยู่สองส่วน ทั้งผลการตรวจสอบกรณีภาพและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏบนเวที Miss Universe Cambodia 2026 และท่าทีของกระทรวงวัฒนธรรมไทยว่าจะใช้กรณีนี้เป็นจุดตั้งต้นในการสื่อสารเรื่องที่มา ประวัติศาสตร์ และวิวัฒนาการของเครื่องแต่งกายไทยสู่เวทีนานาชาติอย่างไร 

เพราะดราม่าครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “ภาพนี้เป็นของใคร?” แต่ยังโยงไปถึงอีกคำถามว่า เมื่อวัฒนธรรมถูกนำเสนอข้ามพรมแดนประเทศเจ้าขององค์ความรู้จะสื่อสารที่มาและบริบททางประวัติศาสตร์ให้โลกเข้าใจได้อย่างไร 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์