ปุ้มปุ้ย–กวินท์ จากคนรักสู่พ่อแม่ เมื่อพื้นที่ของชีวิตคู่ค่อยๆ หายไปหลังมีลูก

8 ต.ค. 2569 - 13:55

  • ปุ้มปุ้ยเคยเล่าว่ากวินท์น้อยใจที่เธอสนใจแต่ลูก

  • งานวิจัยพบชีวิตคู่มีแนวโน้มเปลี่ยนไปหลังเป็นพ่อแม่

  • เวลา ความใกล้ชิด และการสื่อสาร คือโจทย์สำคัญ

ปุ้มปุ้ย–กวินท์ จากคนรักสู่พ่อแม่ เมื่อพื้นที่ของชีวิตคู่ค่อยๆ หายไปหลังมีลูก

คืนวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ประกาศผ่านอินสตาแกรมว่า เธอและ กวินท์ ดูวาล ตัดสินใจยุติสถานะสามีภรรยา หลังผ่านการคิด ทบทวน และพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์ร่วมกันมาแล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่มีเรื่องมือที่สาม และทั้งคู่จะยังคงทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูกต่อไป

แต่หากย้อนกลับไปประมาณสามเดือนก่อนหน้านี้ ปุ้มปุ้ยเคยพูดถึงอีกด้านของชีวิตคู่เอาไว้อย่างตรงไปตรงมาในรายการ Mummy Diary Ep.25 โดยเล่าว่า ช่วงประมาณสี่ปีแรกของการเลี้ยงลูกเธอทุ่มความสนใจไปที่ลูกจนไม่ทันได้รู้สึกว่า ความเป็นผู้หญิง ความเป็นแฟน และความเป็นคู่รักค่อยๆ จางหายไป

ขณะที่กวินท์กลับเป็นฝ่ายรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นก่อน ปุ้มปุ้ยเล่าว่า ในช่วง 1-2 ปีแรกกวินท์เคยพูดกับเธอในทำนองว่า “สนใจแต่ลูก ไม่สนใจเขา” แต่ในตอนนั้นเธอยังไม่เข้าใจเพราะตัวเองกำลังโฟกัสอยู่กับการเลี้ยงลูก กระทั่งเมื่อลูกโตขึ้น พูดคุยและทำกิจกรรมต่างๆ กับพ่อได้มากขึ้นกวินท์เริ่มเข้าไปโฟกัสกับลูกมากกว่าเดิม กลายเป็นช่วงเวลาที่ปุ้มปุ้ยเพิ่งกลับมารู้สึกถึงความเป็นคนรักที่หายไป

ปุ้มปุ้ยยังเล่าถึงปัญหาเรื่องการสื่อสารว่า เวลารู้สึกไม่พอใจหรือน้อยใจเธอมักเลือกงอน ประชด หรือเงียบ มากกว่าจะพูดความต้องการของตัวเองออกไปตรงๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มกลับมาพูดคุยถึงความต้องการในความสัมพันธ์กันจริงจังมากขึ้นในช่วงประมาณ 1-2 เดือนก่อนการให้สัมภาษณ์

เพราะรายละเอียดของชีวิตคู่มีมากกว่าสิ่งที่คนนอกรับรู้  สิ่งที่ปุ้มปุ้ยเคยเล่าไม่สามารถนำไปสรุปได้ว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ยุติสถานะสามีภรรยากัน แต่ประสบการณ์ที่เธอเล่ากลับสะท้อนโจทย์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับคู่รักจำนวนไม่น้อย นั่นคือเมื่อคนสองคนเปลี่ยนจาก คนรักมาเป็นพ่อแม่ ความสัมพันธ์เดิมก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย

งาน Meta-analysis ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Psychology ปี 2022 รวบรวมงานศึกษา 49 ชิ้น พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วความพึงพอใจในชีวิตคู่ของทั้งแม่และพ่อ ลดลงในระดับปานกลางตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์จนถึง 12 เดือนหลังคลอด และยังมีแนวโน้มลดลงต่อในช่วงปีที่สอง แม้ในระดับที่น้อยลง งานวิจัยจึงชี้ให้เห็นว่าช่วงเปลี่ยนผ่านจากคู่รักสู่การเป็นพ่อแม่ถือเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ต้องปรับตัวอย่างมาก

อีกงานหนึ่งซึ่งเป็น Systematic Review และ Meta-synthesis ปี 2018 รวบรวมงานวิจัยเชิงคุณภาพ 12 ชิ้นเกี่ยวกับประสบการณ์ของคู่รักหลังเข้าสู่บทบาทพ่อแม่ พบประเด็นร่วม 6 ด้าน หนึ่งในนั้นคือ การหันไปโฟกัสที่ลูก การสื่อสารที่เปลี่ยนไป ความใกล้ชิดและความโรแมนติกที่เปลี่ยนไป รวมถึงความตึงเครียดในความสัมพันธ์ ขณะเดียวกันก็พบว่าบางคู่กลับรู้สึกผูกพันกันมากขึ้นหลังมีลูกเช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือคู่รักบางส่วนในงานทบทวนดังกล่าวรู้สึกว่า พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับการมีลูกแต่กลับ ไม่ได้เตรียมพร้อมว่าความสัมพันธ์ของคนสองคนจะเปลี่ยนไปอย่างไร เพราะหลังจากมีสมาชิกใหม่เวลาในหนึ่งวันยังมีเท่าเดิม แต่สิ่งที่ต้องรับผิดชอบกลับเพิ่มขึ้นตั้งแต่การกิน การนอน สุขภาพ งานบ้าน ค่าใช้จ่ายไปจนถึงงานประจำ

บทสนทนาที่เคยถามกันว่า “วันนี้เป็นยังไงบ้าง” จึงอาจค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเรื่องว่า วันนี้ใครไปรับลูก ใครอาบน้ำให้ลูก ใครพาเข้านอน หรือพรุ่งนี้ลูกต้องไปไหน จากคนสองคนที่เคยเป็นคู่รักชีวิตประจำวันอาจค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นการทำงานร่วมกันในฐานะ ทีมเลี้ยงลูก โดยไม่มีใครตั้งใจให้ความโรแมนติกหรือพื้นที่ของคนสองคนหายไป

นอกจากเรื่องเวลาแล้ว การสื่อสารก็มีส่วนสำคัญ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Family Relations ติดตามคู่รัก 228 คู่ ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ไปจนถึง 6 เดือนและ 30 เดือนหลังคลอด พบว่า การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ในระดับต่ำ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับการลดลงของความพึงพอใจในความสัมพันธ์ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นพ่อแม่

นั่นไม่ได้หมายความว่าคู่รักต้องห้ามทะเลาะหรือจำเป็นต้องพูดกันดีทุกเวลา แต่ปัญหาอาจเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งต้องการบางอย่างแต่ไม่ได้พูดออกมา ขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ความน้อยใจจึงอาจกลายเป็นความเงียบ การประชด หรือการรอให้อีกฝ่ายเข้าใจเองซึ่งคล้ายกับสิ่งที่ปุ้มปุ้ยเคยเล่าถึงตัวเองใน Mummy Diary

อย่างไรก็ตามงานวิจัยไม่ได้บอกว่า การมีลูกจะทำให้ทุกคู่รักมีปัญหา บางคู่กลับรู้สึกว่าความสัมพันธ์แข็งแรงและผูกพันกันมากขึ้นหลังกลายเป็นพ่อแม่ สิ่งสำคัญจึงอาจไม่ใช่การพยายามทำให้ชีวิตกลับไปเหมือนวันที่ยังไม่มีลูก แต่คือการหาวิธีให้บทบาทของ พ่อแม่ และ คนรัก สามารถอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ปล่อยให้บทบาทหนึ่งเข้ามาแทนที่อีกบทบาทไปจนหมด

คำพูดของปุ้มปุ้ยเมื่อหลายเดือนก่อนจึงไม่ใช่คำตอบว่า เพราะอะไรวันนี้เธอกับกวินท์ถึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานะ แต่มันอาจชวนให้หลายครอบครัวกลับมาถามตัวเองว่า ในแต่ละวันเราอาจถามกันตลอดว่า ลูกกินข้าวหรือยัง ลูกนอนหรือยัง พรุ่งนี้ลูกไปไหน แต่ครั้งสุดท้ายที่เราถามคนที่ช่วยเลี้ยงลูกอยู่ข้างๆ กันว่า “วันนี้เธอเป็นยังไงบ้าง” คือเมื่อไหร่

เพราะก่อนจะเป็นพ่อและแม่ของลูกคนสองคนเคยเป็นคนรักกันมาก่อน และท่ามกลางหน้าที่ของคำว่า พ่อแม่ บางทีความสัมพันธ์ก็ยังต้องการพื้นที่เล็กๆ เพื่อให้คนสองคนได้กลับมาเป็น เรา อยู่เสมอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์