ปฏิบัติการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเกาะภูเก็ต ฮือฮามาตลอดทั้งสัปดาห์ เมื่อนายกฯหนู อนุทิน ชาญวีรกูล สวมหมวก มท.1 เดินเกมลึก อาศัยจังหวะมีช่องโหว่ เปิดช่องให้ปลัดมหาดไทยชงคำสั่งย้ายล้างบางทั้งเกาะ
ดูเผินๆอาจเห็นว่า เป็นการใช้มาตรการทางปกครอง ย้ายคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างความเป็นธรรม เพราะก่อนออกคำสั่ง ยังไม่มีเอกสารและหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด กระทำผิด ทั้งวินัยและอาญา
การตั้งคำถามถึงรองซีฟู้ดที่ปรากฏแค่ข้อความในโซเชียลมีเดียว่า เป็นรองผู้ว่าฯที่แสดงอิทธิฤทธิ์ผ่านคนใกล้ชิดว่า มีฤทธิ์เดชพอที่จะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของตัวเองออกจากเกาะภูเก็ตได้
แค่ข้อความที่มีนักเลงคีย์บอร์ด ตั้งคำถามถึงรองซีฟู้ดประเด็นโม้เกินจริง เรื่องจะย้ายผู้ว่าฯ แต่ย้ายไม่ได้ ดูแล้วไม่ควรจะมีน้ำหนักถึงขั้นให้ผู้ใหญ่ระดับสูง ระดับนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกลางห้องประชุมข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยได้ เพราะโพสต์ในโซเชียลมีเดีย ก็ไม่ต่างจากบัตรสนเท่ห์ ที่ควรมีกระบวนการและขั้นตอนการตรวจสอบ ก่อนจะหยิบมาตั้งคำถามในการประชุมทางการ จนถึงขั้นนำไปสู่การโยกย้ายยกจังหวัดแบบนี้ รวมทั้งไม่ควรมีคลิบหลุดกันแบบยาวๆ ออกมาสู่สาธารณะ จนเปิดโอกาสให้มีการขยายผลไปถึงผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด
แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงผลของการปล่อยคลิป พิเคราะห์ถึงหมากที่แยบยล พิเคราะห์ถึงคำสั่งย้าย 2 ระลอกนอกฤดูกาล ย่อมเห็นถึงเส้นทางการวางเกมที่ลึกล้ำ เกมที่ยอมเสียหมากตัวเล็กๆ หมากที่ไม่เป็นที่ต้องการอยู่แล้ว หมากที่เป็นดุจก้อนกรวดในรองเท้า แต่สุดท้ายได้ทั้งเรือ ได้ทั้งขุนที่รุกจนมุมกลางกระดาน
เมื่อลองย้อนมาดูเบื้องหลังของตัวละครแต่ละตัว ตั้งแต่ผู้ว่าฯ ‘เซมเบ้’ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร และรองซีฟู้ด ที่บังเอิญมีชื่อเล่นชื่อเดียวกันทั้ง 2 คน คือ ‘รองกุ้งใหญ่’ นายกองเอกอดุลย์ ชูทอง และ ‘รองกุ้งเล็ก’ ธีระพงศ์ ช่วยชู
รองอดุลย์ ที่ได้ฉายา ‘กุ้งใหญ่’ เพราะเป็นรองผู้ว่าฯอาวุโสระดับต้นๆ เนื่องจากรับราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าฯภูเก็ตมานานหลายปี และปวารณาตัวกับทุกขั้วอำนาจที่ขึ้นมาดูแลกระทรวงมหาดไทยว่า พร้อมขึ้นเป็นผู้ว่าฯภูเก็ต ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด
ส่วนรองธีระพงศ์ เป็น ‘กุ้งเล็ก’ เพราะเพิ่งขยับจากตำแหน่งปลัดจังหวัดขึ้นมาเป็นรองผู้ว่าฯภูเก็ต เมื่อเดือนตุลาคม 2568 แต่นับเป็นักปกครองดาวรุ่งของจังหวัดภูเก็ต
สองกุ้ง ที่เป็นตัวละครหลัก บังเอิญมาบรรจบกันภายใต้การบริหารของ ผู้ว่าฯเซมเบ้ นิรัตน์ ที่ถูกย้ายแบบฟ้าผ่าไปเป็นผู้ว่าราชกรจังหวัดภูเก็ต หลังจากเป็นอธิบดีกรมการปกครองได้เพียง 4 เดือน
เกาะภูเก็ตที่มี 1 ผู้ว่าฯที่ถูกตีตราว่า เติบโตในยุครัฐบาลเพื่อไทย และ 2 รองผู้ว่าฯ ที่คนหนึ่งเติบโตมาในเกาะภูเก็ตแบบต่อเนื่องในทุกยุคทุกสมัยของการเมือง และทุก มท.1 และรองผู้ว่าฯอีกคนหนึ่งที่เติบโตมาภายใต้เงาผู้ใหญ่สายสีน้ำเงิน โดยเฉพาะการเข้ารับตำแหน่งนายอำเภอกระทู้ อำเภอหลักของเกาะภูเก็ต
ในช่วงต้น ผู้ว่าฯเซมเบ้ เคลื่อนองคาพยพ การบริหารเกาะภูเก็ต ด้วยการดึงขุนพลรู้ใจที่เป็นคนข้างตัว ‘ปอ.โต้ง’ ดนัย สุขสกุล เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายอำเภอ ที่หอบหิ้วกันมาตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ และกรมการปกครอง ลงไปเป็นป้องกันจังหวัดภูเก็ตคอยทำหน้าที่ดูแลทุกเรื่องก่อนถึงผู้ว่าฯ
ปอ.โต้ง อาศัยบุคคลิกที่เป็นคนพูดจาโอภาปราศัยสนุกสนาน และมีเพื่อนร่วมรุ่นนายอำเภอที่เติบโตในพื้นที่จำนวนมาก เป็นตัวกลางคอยประสานข้าราชการและหน่วยงานในภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำหน้าที่พ่อเมืองให้กับผู้ว่าฯเซมเบ้
นอกจากนั้นด้วยจุดเด่นของความเป็นเขยใต้ ทำให้ปอ.โต้ง รู้ว่าจะใช้จังหวะการพูดคุยแบบไหน ถึงจะสร้างความใกล้ชิด และความไว้วางใจให้กับข้าราชการบนเกาะภูเก็ต ทั้งหน่วยงานส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนใต้ อันนำมามาสู่การสนิทชิดเชื้อ และเป็นทีมงานที่เป็นเนื้อเดียวกันกับรองกุ้งใหญ่ นายกองเอกอดุลย์ ชูทอง
ปอ.โต้งเองก็มีฐานะนายกองเอก เมื่อมาดูแลกองอาสารักษาดินแดน จังหวัดภูเก็ต รองกุ้งใหญ่ที่เคยรับผิดชอบกองอาสารักษาดินแดน จังหวัดภูเก็ต ก็มีสรรพนามนำหน้าในระดับ นายกองเอกเช่นกัน
เมื่อสองนายกองเอกมาร่วมงานเป็นทีมงานเดียวกัน ผู้ว่าฯเซมเบ้ ก็เสมือนหนึ่งมี 2 พยัคฆ์ที่ดูงานด้านความมั่นคงของเกาะ ที่มีกองอาสารักษาดินแดนเป็นกองกำลังหลัก เพราะลำพังเพียงปอ.โต้งคนเดียว ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะบริหารจัดการกำลังพลอาสารักษาดินแดน ที่ล้วนแต่เป็นคนใต้ และกำลังฝ่ายปกครองที่ติดอาวุธ
แต่เมื่อมีรองกุ้ง ที่เคยบังคับบัญชากองอาสารักษาดินแดนทั้งหมดมาก่อน ยืนเคียงข้าง ก็ไม่ยากที่กองอาสาทั้งหมดจะเข้าแถวตรง และพร้อมรับคำสั่งจากปอ.โต้ง
ความลงตัวของ ผู้ว่าฯเซมเบ้ รองอดุลย์ และปอ.โต้ง ทำให้งานด้านความมั่นคงของเกาะภูเก็ต พร้อมขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
แต่งานด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุน งานด้านสิ่งแวดล้อม การจัดสรรทรัพยากรที่ดิน รองรับโครงการสำคัญของภาคเอกชนที่เข้ามาลงทุนในเกาะ ส่วนใหญ่อยู่ในมือของรองกุ้งเล็ก ธีระพงศ์ ช่วยชู
รองกุ้งเล็ก ที่เติบโตมาจากนายอำเภอกะทู้ ปลัดจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ’โสภณ สุวรรณรัตน์‘ ที่เพิ่งเกษียณอายุเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568
ช่วงก่อนเกษียณอายุไม่นาน อดีตผู้ว่าฯโสภณ ได้ข้อมูลไม่พึงประสงค์บางเรื่องจากนักลงทุน และนักธุรกิจในพื้นที่ ถึงเงื่อนไขการเข้ามาลงทุน ที่ถูกตั้งข้อกำหนดในอัตราที่เอกชนรับไม่ไหว ผู้ว่าฯโสภณจึงมอบหมายให้รองกุ้งเล็ก ดาวรุ่งเกาะภูเก็ตที่ขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัด ให้เข้าไปรับหน้าที่ประธานคณะกรรมการสำคัญ 2 คณะใหญ่
หนึ่ง คือ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จังหวัดภูเก็ต หรือที่เรียกกันว่า คณะกรรมการ EIA จังหวัด
อีกหนึ่ง คือ คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดภูเก็ต
แค่อ่านชื่อ ก็จะเห็นถึงความสำคัญระดับหมื่นล้านของทั้ง 2 คณะกรรมการ
การลงทุนที่ต้องทำ EIA แน่นอนว่า ต้องผ่านด่านแรก คือ คณะกรรมการ EIA ภูเก็ต
การลงทุนที่ต้องใช้ประโยชน์ในที่ดิน การจัดสรรที่ดินแต่ละพื้นที่ ก็ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดภูเก็ต
แค่สองคณะกรรมการที่ผู้ว่าโสภณ อดีตผู้ว่าฯภูเก็ต มีคำสั่งให้รองกุ้งเล็กเข้าไปเป็นประธาน ในช่วงเวลาก่อนเกษียณ ก็เห็นชัดถึงบทบาทของรองกุ้งเล็ก ในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และสิ่งแวดล้อมของจังหวัดภูเก็ต
เมื่อรองกุ้งใหญ่ จับมือกับปอ.โต้ง ผนึกกำลังแพคคู่ ทำงานด้านความมั่นคง ปริศนา จึงน่าขบคิดว่า แล้วทำไม ผู้ว่าฯเซมเบ้ ถึงไม่ส่ง ปอ.โต้งเข้าไปผนึกกำลังกับ รองกุ้งเล็ก ธีระพงศ์ เพื่อทำงานด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และสิ่งแวดล้อมเล่า
รองกุ้งเล็ก ก็เป็นคนนครศรีธรรมราช คนใต้เช่นเดียวกับรองกุ้งใหญ่ เมื่อเขยใต้อย่างปอ.โต้งสนิทชิดเชื้อกับรองกุ้งใหญ่ได้ ทำไมถึงสนิทชิดเชื้อกับรองกุ้งเล็กไม่ได้
ทำไมท้ายที่สุดปัญหาการจัดสรรที่ดินบนเกาะภูเก็ต จึงเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งที่มีเสียงเล่าขาน และเสียงร่ำลือ จนนำไปสู่การโพสต์ว่า รองซีฟู้ดจะย้ายผู้ว่าฯเซมเบ้ออกจากเกาะภูเก็ต
ทำไมท้ายที่สุดก่อนจะมีเรื่องรองซีฟู้ด กรมการปกครองถึงมีคำสั่งย้ายด่วน รุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต , ปอ.โต้ง ดนัย สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต รวมถึงนายอำเภอเมือง นายอำเภอกระทู้ และนายอำเภอถลาง ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง
มาตามกันต่อ EP หน้าที่จะมาเฉลยปริศนา ‘เรื่องเล่าชาวภูเก็ต’ ว่า เกิดอะไรขึ้นบนเกาะสำคัญ ไข่มุกล้ำค่าแห่งอันดามัน เรื่องเล่าใน 2 คณะกรรมการ และเรื่องเล่าบนหาดป่าตอง ปฐมบทความขัดแย้งรุนแรงที่นำพามาสู่คำสั่งย้ายสะท้านเกาะภูเก็ตในวันนี้
รวมถึงเก็บเรื่องเล่าเบื้องหลังความพ่ายแพ้ของพลพรรคสีน้ำเงินบนเกาะภูเก็ต ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อันเป็นบาดแผลสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทย ยังภูมิใจไม่เต็มร้อย ต่อชัยชนะเหนือด้ามขวาน และเหนือชายฝั่งทะเลอันดามัน



