สีน้ำเงินกินรวบ ลิเกแก้รัฐธรรมนูญภาคสอง

8 มิ.ย. 2569 - 11:08

  • ภูมิใจไทยถอนชื่อจากร่างแก้รัฐธรรมนูญของเพื่อไทย อ้างข้อกังวลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

  • วิเคราะห์เกมการเมืองใหม่ เหลือร่างแก้ไขที่สอดคล้องแนวทางพรรคสีน้ำเงินมากขึ้น

  • จับตาอำนาจเสียง สส.-สว. ในการกำหนดทิศทางรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก

สีน้ำเงินกินรวบ ลิเกแก้รัฐธรรมนูญภาคสอง

ทันทีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีมติให้ สส.ของพรรค ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทย (พท.) โดยให้เหตุผลเกรงไปขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ให้ สสร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง

เหตุผลที่ยกมาอ้าง ทำเอาชาวประชาชี โดยเฉพาะคนใน พท.เกิดอาการงุนงงสงสัยไปตามๆ กัน เพราะร่างฉบับที่ พท.นำเสนอนั้น ก็ปัดฝุ่นจากร่างเดิมที่เคยเสนอไป และ สส.พรรคสีน้ำเงินเองก็พร้อมใจกันโหวตผ่านวาระแรกในสภามาแล้ว

มาวันนี้สถานการณ์เปลี่ยน ร่างเนื้อหาเดียวกัน กลับกลายเป็นของแสลงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เดิมพรรคสีน้ำเงิน วางกรอบเรื่อง ‘หลักการ’ ไว้เพียงแค่การแก้มาตรา 256 เท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เช่น ที่มา สสร.กรรมาธิการยกร่าง และสัดส่วนการลงมติรับรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่อยู่ในหมวด 15/1 ถือเป็นรายละเอียดที่ให้ไปปรับแก้กันในวาระถัดไปได้

แต่ตอนนี้กลับหักมุม เปลี่ยนใจ นำรายละเอียดในหมวด 15/1 มามัดรวมไว้ในหลักการด้วย

ถ้าพรรคสีน้ำเงิน ยึดเอาหลักนี้เป็นสำคัญ เท่ากับร่างที่เหลือทั้งหมดทั้งของพรรคประชาชน (ปชน) ที่สุดโต่งกว่าร่างของ พท.หรือร่างของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ให้ประชาชนเป็นคนเลือก สสร.โดยผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์ คงต้องถูกตีตก ไม่มีร่างไหนผ่านวาระแรกไปได้

สุดท้ายก็จะเหลือ ‘สีน้ำเงิน’ เพียงร่างเดียว ที่หลุดเดี่ยวเข้าไปในวาระ 2-3 ส่วนใครจะเอาไม่เอาก็ไม่ว่ากัน เพราะถ้าไม่เอาก็ใช้รัฐธรรมนูญปี 60 เหมือนเดิม แต่ถ้าเอาก็จะปรับให้กระชับเป็นรัฐธรรมนูญปี 60 พลัส อย่างที่คาดการณ์กันไว้

แต่เชื่อว่า กลุ่มนักการเมืองคงเอาด้วยชัวร์

เพราะอย่างน้อยในรัฐธรรมนูญปี 60 พลัส คงได้อะไรติดปลายนวมไปบ้าง อย่างเรื่อง ‘มาตรฐานจริยธรรม’ ที่เป็นปัญหาร่วมของนักการเมือง อย่างไรต้องปรับแก้ไม่ให้ครอบจักรวาลเหมือนที่ผ่านมา อาทิ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เป็นต้น

รวมทั้ง การตัดสิทธิทางการเมืองไม่ว่า 5 ปี 10 ปี หรือตลอดไป การยุบพรรคการเมือง ล้วนเป็นเรื่องฝังใจนักการเมืองทั้งสิ้น ดีไม่ดีอาจจะขยายขอบเขตไปถึงอายุความคดีคอร์รัปชั่นด้วย จากไม่มีอายุความ อาจลดเหลือเท่ากฎหมายทั่วไป

หรือแม้แต่วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ 8 ก็อาจถูกตัดทิ้งด้วยเช่นกัน

แต่ที่คงไม่ไปปรับรื้ออะไรมากมาย คือ กฎหมายลูกบางฉบับ อาทิ ที่มา สว.เพราะถูกโฉลกกันดีอยู่แล้ว

นาทีนี้ อำนาจอยู่ในมือพรรคสีน้ำเงิน ตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรนูญหรือกฎหมายลูก ต้องพิจารณาในที่ประชุมสองสภาร่วมกัน ดังนั้น 192 เสียงของพรรคสีน้ำเงิน บวกกับสว.อีก 130-150 เสียง จะเสกสันปั้นแต่งเอาตามใจชอบอย่างไรก็ได้

เว้นเสียแต่พรรคอื่นๆ จะยอมขบถ สู้ในสภาไม่ได้ ก็ออกมารณรงค์คว่ำประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่เสียเอง และยอมอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ให้พรรคสีน้ำเงินกินรวบประเทศไทยกันต่อไป

ทว่าดูการออกตัวแรงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคสีน้ำเงินเที่ยวนี้ แทบจะก๊อปปี้มาจากสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศนำเข้าครม.นัดแรกทันที แต่ตั้งกรรมการศึกษาเสียยืดยาว จนกลายเป็น ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชาเสียนี่

ฉันใด ฉันนั้น วันนี้การขยับตัวแก้รัฐธรรมนูญของพรรคสีน้ำเงิน ก็ไม่ต่างกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในอดีตสักเท่าไหร่ เพียงแต่ออกอาการเร็วกว่าเท่านั้นเอง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์