สีน้ำเงินนอนมา
เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 อุดรธานี
ในท่ามกลางข่าวปรับ ครม.ที่ปลิวว่อนออกมาอย่างมีนัยสำคัญในช่วงนี้ ทำให้ข่าวการเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 อุดรธานี แทนตำแหน่งที่ว่างจากการเสียชีวิตของ หรั่ง ธุระพล สส.ภูมิใจไทย แทบไม่มีปรากฎให้เห็นบนหน้าสื่อ หลังเปิดรับสมัครไปตั้งแต่ 1-5 สิงหาคม 2569
โดยมีผู้มายื่นใบสมัครเพียงสองรายเท่านั้น คือ หมายเลข 1 ‘ขจิตร ชัยนิคม’พรรคประชาธิปไตยใหม่ และหมายเลข 2 ‘อธิการ แก้วเครือศรี’ พรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย ไม่ส่งผู้สมัคร
สำหรับเพื่อไทย ที่ไม่ส่งผู้สมัครพอเข้าใจได้ว่า เป็นมารยาททางการเมือง ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน แต่กับพรรคประชาชน ที่ให้อดีตผู้สมัครสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก ไม่ส่งใครลงสมัคร เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพส่วนตัวและจะลดบทบาทของตัวเองลง
ในทางการเมืองเหตุผลที่ให้ถือว่าไม่มีน้ำหนักพอ ต่อให้รู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ต้องส่ง เพราะนี่คือสนามประลองยุทธของรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ซึ่งนอกจากใช้วัดกระแสนิยมของสองฝ่ายแล้ว ฝ่ายค้านยังใช้เป็นเวทีอุ่นเครื่อง ซักฟอกรัฐบาลนอกสภาได้ด้วย
เอาเถอะ! เมื่อฝ่ายค้านตัดสินใจแล้ว ก็คงต้องเป็นไปตามนั้น ส่วนจะได้คุ้มเสียหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนว่าใครมองจากมุมไหน ผ่านแว่นนสีใด หรืออาจเป็นมิติใหม่ของการเมืองยุคปัจจุบัน ที่ยึดเอาแพ้-ชนะเป็นเกณฑ์ตัดสิน
แน่นอนเมื่อดูจากหน้าไพ่เวลานี้ ย่อมเดาผลเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 อุดรธานี ล่วงหน้าได้ไม่ยากว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร งานนี้ผู้สมัครพรรคสีน้ำเงิน ที่เป็นเจ้าของเก้าอี้เดิม คงไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย แทบจะแต่งตัวรอเข้าสภาได้เลยด้วยซ้ำ
เว้นเสียแต่โชคร้ายสุดๆ ไปสะดุดเกณฑ์ “โหวตโน” เข้า คือ มีคะแนนน้อยกว่าช่องที่ไม่ประสงค์เลือกผู้ใด!
แต่เหตุการณ์ที่ว่าคงไม่เกิดขึ้น เพราะผู้สมัครที่สวมเสื้อสีน้ำเงินลงสนามหนนี้ เป็น “ลูกเขย” อดีต สส.ผู้ล่วงลับ ที่ผ่านการร่อนตะแกรงจากพรรคสีน้ำเงินมาแล้ว และในวันรับสมัครยังมีแม่ทัพอีสานใต้ ทรงศักดิ์ ทองศรี ผู้มากบารมีของ พ.ศ.นี้ มาเป็นกำลังใจให้ด้วย
ส่วนผู้สมัครคู่แข่ง ขจิต ชัยนิคม อดีต สส.อุดรธานีหลายสมัย เที่ยวนี้ทิ้งพรรคเพื่อไทย มาใส่เสื้อพรรคประชาธิปไตยใหม่ลงสนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลที่มี สุรทิน พิจารณ์ เป็นหัวหน้าพรรค ในทางการเมืองถือว่ามีความแนบแน่นอย่างมากกับคนชื่อทรงศักดิ์
ด้วยเหตุนี้กระมัง จึงทำให้ผู้ที่ยังหลงอยู่กับกฎเกณฑ์เดิม ที่รัฐธรรมนูญเคยกำหนดให้เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ด้วย เชื่อว่าเป็นการจัดการให้มีคู่แข่ง เพื่อหนีเกณฑ์ที่ว่านั้น
แต่พอหลุดจากเกณฑ์ 20 เปอร์เซ็นต์ ยังมีนักสังเกตุการณ์ทางการเมืองบางราย มองหรือจะเป็นแผนตลบหลังของ “นายใหญ่เพื่อไทย” แอบส่งเสบียงพร้อมกดปุ่มให้คนเสื้อแดงในพื้นที่เขต 3 อุดรธานี เทคะแนนให้ “ขจิต ชัยนิคม” หรือไม่
เรื่องนี้คนที่คร่ำหวอดอยู่ในพื้นที่มองเป็นการเพ้อเจ้อ เพราะขจิตไม่ได้มีความแนบแน่นใกล้ชิดกับนายใหญ่ แถมออกจากพรรคเพื่อไทยไปนาน และที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีความกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับคนเสื้อแดงในพื้นที่
หากมอง ‘ขจิต’ มาด้วยเหตุุผลความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ทรงศักดิ์-สุรทิน’ น่าจับต้องได้มากกว่าด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุผลที่ว่ามา การเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 อุดรธานี ซึ่งเป็นการเลือกตั้งซ่อมครั้งแรกของสภา ชุดที่ 27 คงไม่ได้เห็นบรรยากาศการต่อสู้ที่ดุเดือด เลือดพล่าน ไม่มีการยกทัพหลวงจากส่วนกลางไปตั้งเวทีปราศรัยใหญ่
แต่ผลเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมนี้ สีน้ำเงินคงนอนมาอย่างที่ว่านั่นแหล่ะ!?




