ร้องเอาผิด ป.ป.ช. ‘โสภณ’ บนทางสองแพร่ง

9 มิ.ย. 2569 - 10:26

  • บททดสอบสำคัญของ โสภณ ซารัมย์ จะใช้อำนาจวินิจฉัยอย่างไร

  • ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายค้านและข้อกังขาที่เกิดขึ้น

  • อาจเป็นจุดชี้ชะตาทั้งอนาคตของคดีและความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระในสายตาสังคม

ร้องเอาผิด ป.ป.ช. ‘โสภณ’ บนทางสองแพร่ง

หลัง สส.และ สว.เข้าชื่อกันยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ให้ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ เอาผิด ป.ป.ช.ยกคณะ กรณีตีตกคำร้อง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ คอนสตรักชั่น จำกัด

สังคมกำลังเฝ้าจับตามองท่าทีประธานฯ โสภณ ซารัมย์ คนบ้านเดียวกันกับ "เสี่ยโอ๋-ศักดิ์สยาม" จะตัดสินใจอย่างไร ระหว่างเคลียร์คัท "ตัดจบ" ที่ตัวเอง โดยใช้อำนาจประธานฯ วินิจฉัยว่าไม่มีเหตุอันควรสงสัยกระทำตามที่ถูกกล่าวหา

ตีตกคำร้องและแอ่นอกรับกระสุนเอาไว้เอง หากจะมีการยื่นร้องเอาผิดใด ๆ ตามมาหลังจากนั้น

กับอีกทาง ทำใจแข็ง ๆ ส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญต่อไป หลังพลิกซ้ายพลิกขวาดูแล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งหากออกอย่างหลังฝ่ายค้านคงเฮลั่น

แต่ที่เดาทางกันเอาไว้นั้น ให้น้ำหนักค่อนไปทาง "เป่าตก" เองเสียมากกว่า เพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ให้เป็นดุลพินิจของประธานรัฐสภา และที่ผ่านมาประธานรัฐสภาในอดีต วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็เคยตีตกคำร้องในลักษณะนี้มาแล้ว

เพียงแต่ว่า หนก่อนแม้จะมีคำถามคาใจอยู่บ้าง แต่ไม่ชัดเจนเท่ากรณีของศักดิ์สยามในหนนี้ เนื่องจากมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรรมนูญ ที่มีผลผูกพันกับทุกองค์กรเป็นสารตั้งต้น แต่ ป.ป.ช.กลับไม่นำบางเรื่อง เช่น เส้นทางการเงินมาร่วมพิจารณาด้วย

แถมยังตีตกคำร้องแบบมีเงื่อนงำอีกต่างหาก

ด้วยเหตุนี้ สส.ฝ่ายค้าน พรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รวมทั้ง สว.อีกบางส่วน จึงเข้าชื่อกันขอให้ไต่สวนเอาผิด ป.ป.ช.ทั้งคณะ ซึ่งชั่งน้ำหนักดูแล้วมีเหตุผลเพียงพอที่จะส่งเรื่องไปให้ประธานศาลฎีกาดำเนินการ อย่างน้อยที่สุดคือ มีสององค์กร "ศาลรัฐธรรมนูญ-ป.ป.ช." เห็นไม่ตรงกัน จึงต้องให้องค์กรที่สามเป็นคนชี้

คำถามคือ ประธานฯ โสภณ ที่ยืนอยู่บนทางสองแพร่งเวลานี้จะตัดสินใจอย่างไร เพราะหากแค่ต้องการเซฟศักดิ์สยามไว้ คงไม่มีเหตุอันใดต้องไปปกป้อง เนื่องจากคำร้องที่ยื่นมาเป็นการขอให้ดำเนินการกับ ป.ป.ช.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ไม่เกี่ยวกับตัวศักดิ์สยาม

เรื่องนี้ไม่ต่างจากคดีนาฬิกาหรู ที่ศาลอาญาคดีทุจริต ภาค 1 ตัดสินเอาผิด 2 อดีตกรรมการ ป.ป.ช.ที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ถูกร้องในคดีนี้และถูก ป.ป.ช.ตีตกคำร้องไปด้วยเช่นกัน

งานนี้หากประธานฯ โสภณ จะโชว์ความเป็น "ซูเปอร์เซฟ" ตีตกคำร้องไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็คงเป็นแนวกันไฟชั้นดีไม่ให้ลามไปถึง ป.ป.ช.และปิดจบคดีซุกหุ้นศักดิ์สยามลงแบบนิรันดร์ไปพร้อม ๆ กัน

จากนั้น ค่อยไปคิดอ่านรับคมหอก คมดาบจากฝ่ายค้าน ที่ประกาศไว้หากประธานฯ ไม่ยอมส่งเรื่องต่อให้ ก็จะใช้ช่องทางกฎหมายอื่นๆ ดำเนินการกับประธานฯ ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบต่อไป

ถึงตอนนี้คงไม่ต้องเสียเวลาคิดนานว่าท่านประธานฯ โสภณ จะเลือกตัดสินใจอย่างไรบนทางสองแพร่งนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์