“สนธิ” ทวงคืนประเทศไทย
อย่าประมาท “ม็อบน้ำหมาก”
หลัง สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” โดยจะนำสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นมาตีแผ่ เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไข
เน้นย้ำให้รัฐบาลบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์ มีศีลธรรม คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นของคนไทย “ไม่ได้ล้มรัฐบาล แต่ต้องอยู่ไม่เป็นสุข” ทำนองนั้น
การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้งของ “สนธิ” ในวัย 80 ปี อาจถูกตั้งคำถามและมีเสียงวิจารณ์ตามมา เหมือนที่เคยถูกค่อนแคะสมัยพันธมิตรฯ ว่าเป็น “ม็อบน้ำหมาก” แต่เจ้าตัวยืนยันจะเดินหน้าต่อแม้จะมีผู้เข้าร่วมเพียงคนเดียว
“ต่อให้มีผมคนเดียว ผมก็จะสู้ เป็นสัจจะวาจา” สนธิประกาศไว้
นาทีนี้หน่วยข่าวรัฐบาล อาจประเมินจากจำนวนกลุ่มองค์กรที่มาเปิดตัวร่วมเคลื่อนไหวกับบ้านพระอาทิตย์ แถมสแกนเข้าไปยังกลุ่มก้อนต่างๆ ที่ไม่เอารัฐบาลสีน้ำเงิน แต่สงวนท่าทีอยู่ในที่ตั้ง จึงทำให้ประเมินเข้าข้างตัวเองแบบไวๆ ว่า
“ม็อบสนธิ” เที่ยวนี้จุดไม่ติด
แต่ฝ่ายข่าวรัฐบาลอาจลืมไปว่า นี่เป็นแค่การเริ่มต้น นำปัญหาต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคมมาตีแผ่ ตั้งแต่ที่ดินเขากระโดง โกงสอบท้องถิ่น ฮั้ว สว.ดาต้าเซนเตอร์ ไปจนถึงสารพัดสีเทา ที่เปิดให้ต่างชาติเข้ามายึดครองแผ่นดินไทย
เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ จะถูกนำมากระทุ้งให้สังคมร่วมกันตระหนัก หากเห็นด้วยก็ออกมาร่วมกันเรียกร้องให้จัดการแก้ไข ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวแบบสะสมแต้มไปเรื่อยๆ ไม่ได้รีบร้อนพาคนลงถนน ปักหลักพักค้างกันวันนี้หรือพรุ่งนี้
ทีนี้ไปดู 7 วันอันตราย หมุดหมายสำคัญของการเมืองต่อจากนี้ คือ การลงมติคดีฮั้ว สว.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ผลที่ออกมาจะเป็นการดับไฟหรือจุดไฟการเมืองกองใหญ่ขึ้น อยู่ที่มติ กกต.ในวันนั้น
หากผลออกมาค้านสายตาคนดู โดยปัดตกคำร้องหรือตัดตอนไม่ให้สาวไปถึงตัวบงการใหญ่ ไม่เฉพาะ “สนธิ” ที่ประกาศจะชุมนุมใหญ่ อีกหลายกลุ่มที่เคลื่อนไหวเรื่องโกงเลือก สว.มานาน ก็คงนั่งไม่ติด และอาจได้เห็นสิ่งที่เรียกว่า “มาฆบูชาการเมือง” เกิดขึ้นจากประเด็นนี้
โดยเฉพาะกลุ่มไอลอว์ ได้นัดหมายชุมนุมเดินขบวนจาก ถ.ลาดพร้าว ไปเปิดข้อมูลแฉกลโกงเลือก สว.ส่งท้าย ที่หอศิลปวัฒนธรรม กทม.ย่านสยาม ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน เป็นการอุ่นเครื่องรอฟังผลการลงมติของ กกต.ในวันถัดไป
ก่อนหน้านั้น ในวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน กลุ่มทวงคืนประเทศไทยของ “ยามใหญ่-สนธิ” จะประเดิมกิจกรรมแรกไปยื่นหนังสือพร้อมอ่านแถลงการณ์ ที่สถานทูตอิสราเอล ในกรุงเทพฯ ก่อนจะขยับเดินสายไปประท้วงจีนเทาที่ชลบุรี
ไม่นับการจัดกิจกรรมวันปีใหม่ยิว ที่นัดหมายจัดขึ้นที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 11-13 กันยายนนี้ ซึ่งมีการเชิญชวนขาวยิวจากหลายประเทศกว่า 2 พันคน มาร่วมงาน ในท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของคนในพื้นที่
ทั้งหมดจะเกิดขึ้นในช่วงนับถอยหลัง 7 วันอันตราย ที่ล้วนเป็นหัวเชื้อทางการเมือง หากถอดชนวนไม่ดีอาจทำให้สิ่งที่รัฐบาลคาดไม่ถึงลัดคิวขึ้นมาก่อน พอๆ กับที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นึกไม่ทันว่า ถ.สุขุมวิท กับ ถ.พระราม 4 มาบรรจบกันได้ แถมยังมีถนนซอยเชื่อมต่อถึงกันได้อีกร่วม 10 แห่ง นั่นแหล่ะ
ดังนั้น จึงไม่ควรดูเบา “ม็อบน้ำหมาก” หากวันใดคนเห็นว่า กลไกตรวจสอบที่มีอยู่ถูกทำลาย องค์กรอิสระถูกยึดครอง ยุติธรรมถูกเลือกปฏิบัติ วันนั้น อาจได้เห็นการออกมากันเองของประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ใครไปปลุก
อย่างน้อยสัญญาณจาก นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่พูดถึงความชอบธรรมต่ำของวุฒิสภา ย่อมมีโอกาสเกิดกระแสกระแทกไปถึงพรรคภูมิใจไทย ที่นับวันต้นทุนจากฝ่ายอนุรักษ์เริ่มหดหาย กลายเป็นรัฐบาลต้นทุนทุนต่ำลงทุกวัน!?




