รัฐบาลอนุทิน "หนูไฟ"! กับเกมไต่เส้นลวด

16 ก.ค. 2569 - 11:03

  • “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” หลังประคองตัวฝ่าวิกฤตการเมืองในช่วงนี้มาได้ จากปัญหาที่ถาโถม ตั้งแต่จัดระเบียบเกาะภูเก็ต จนมารื่องมหกรรมโกงสอบท้องถิ่น

  • สุดท้ายก็ฟื้นตัวกลับมายืนได้ แต่ก็กลายเป็นรัฐบาล "หนูไฟ" ไปแล้ว เพราะยังต้องเผชิญกับปัญหาถาโถม ทั้ง น้ำท่วม ไฟไหม้ อุโมงค์ยุบ

รัฐบาลอนุทิน "หนูไฟ"! กับเกมไต่เส้นลวด

รัฐบาล "หนูไฟ" ไต่เส้นลวด

หลังประคองตัวฝ่าพายุหมัดการเมืองในช่วงนี้ไปได้ ทำให้รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งออกอาการเซมาตั้งแต่จัดระเบียบเกาะภูเก็ต จนเกิดอาการเมาหมัดสุดๆ เรื่องมหกรรมโกงสอบท้องถิ่น แต่สุดท้ายก็ฟื้นตัวกลับมายืนได้

แต่ก็กลายเป็นรัฐบาล "หนูไฟ" ไปแล้ว เพราะเจอทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ อุโมงค์ยุบ และไม่รู้จะมีอะไรรออยู่ข้างหน้าอีก

ทว่าพอตั้งหลักได้ ก็เริ่มส่งกลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพ ออกมายิงหมัดสวนตอบโต้ฝ่ายค้าน โดยจับคู่ให้เสร็จใครจะตอบโต้กับใครประเด็นไหน ซึ่งเอาฤกษ์เอาชัยที่พรรคประชาธิปัตย์ก่อน ฐานไปค่อนแคะเรื่องข้าวแกง ราคา 40 บาท

ไม่เพียงรัฐมนตรีลูกเทพ แต่ยังมี สส.แถว 2 แถว 3 ตามมาร่วมสหบาทาด้วย

ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ถือเป็นสีสันของการเมืองในช่วงปิดสมัยประชุมสภา จึงออกมายืดเส้นยืดสาย อุ่นเครื่องไว้รอสภาเปิดสมัยประชุมหน้าช่วงปลายเดือนสิงหาคม

เอาเป็นว่า การประคองตัวรอดจากยกนี้ไปได้ของรัฐบาลสีน้ำเงิน ไม่ใช่เพราะความสามารถในการแก้ปัญหา  แต่มาจากโชคช่วยล้วนๆ ทั้งมีเรื่องใหม่มากลบเรื่องเก่า การติดหล่มปัญหาภายในของพรรคสีส้ม แถมมีระฆังช่วยจากการปิดสมัยประชุมสภาพอดี

ดังนั้น แม้ประคองตัวผ่านไปได้ ก็มิได้หมายถึงจะอยู่ยาวไปจนครบเทอม 4 ปี เพราะยังมีอีกหลายด่านสำคัญรออยู่ข้างหน้า สถานการณ์ของรัฐบาลวันนี้ จึงไม่ต่างกับการไต่อยู่บนเส้นลวด ที่ทุกวินาทีต้องเจริญมรณานุสติทางการเมืองอยู่ตลอด

โดยเริ่มตั้งแต่การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณารับรอง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ตามข่าวจะมีขึ้นในวันที่ 22-23 กรกฎาคมนี้ รัฐบาลต้องคุมเกมไม่ให้พลาด อุตส่าห์เข็นผ่านด่านศาลรัฐธรรมนูญมาได้ จะให้มาตกม้าตายด้วยเสียงในสภา เพราะถูกตีท้ายครัว ดูมันง่ายเกินไป

จากนั้น เมื่อเข้าสู่สมัยประชุมสภาปีที่ 1/2 ซึ่งอยู่ในช่วงเดียวกับที่ประเทศมีงานสำคัญพอดี ดังนั้น ตลอดสมัยประชุมนี้ ถึงแม้จะมีเรื่องใหญ่ๆ เข้าสู่การพิจารณาของสภาหลายเรื่อง ไม่ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประปี 2570 วาระ 2-3 การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน และการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

บางเรื่องอาจเป็นทีเด็ดทีขาดของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่รัฐบาลคงเอาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาสร้างสมดุล หรือจับเป็นตัวประกัน ไม่ให้ฝ่ายค้านเล่นล่อเอาเถิดจนเกินไป หากไม่อยากให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุด ซ้ำรอยเหมือนที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ที่เหลือคงเป็นคลื่นแทรกจากนอกสภา อาทิ คดีฮั้ว สว.ในมือ กกต.ที่จะครบกำหนดในเดือนกันยายนนี้ สังคมกำลังรอวัดใจ กกต.จะมีมติออกมาอย่างไร จะถึงขั้นขัดใจประชาชน จนลุกลามกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่

เช่นเดียวกับกรณีที่ดินรถไฟเขากระโดง หรือกรณี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่เป็นเผือกร้อนในมือประธานฯ โสภณ ซารัมย์ ที่ถูกฝ่ายค้านออกมากระทุ้งถี่ๆ เวลานี้

ไม่นับเก้าอี้ มท.1 ที่นายกฯ อนุทิน นั่งควบอยู่ ที่เอาไปเอามากลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลสีน้ำเงินไป จะตัดสินใจแก้เกม แก้ทางอย่างไร เพื่อสืบชะตาต่ออายุรัฐบาล และไม่ให้แผ่นดินเกิดอาเพทไปมากกว่านี้

ทั้งหมดล้วนเป็นระเบิดเวลา ที่หากไม่ใช้ศิลปะทางการเมืองถอดชนวนให้ดี ย่อมมีผลต่อการดำรงอยู่ของรัฐบาล "เนทิน-อนุวิน" ที่อาจไปก่อนเวลาอันควร หลังผ่านพ้นช่วงพิธีสำคัญสิ้นปีนี้

นี่แหล่ะที่ว่ารัฐบาล "หนูไฟ" อยู่ในภาวะของการไต่เส้นลวด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์