สงครามข่าวปรับ ครม.
ผสมสูตรใหม่ "น้ำเงิน-แดง-เขียว"?!
การปรับ ครม.อนุทิน 2/1 หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยนำพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่มี สส.จำนวน 58 เสียง เข้าร่วมเป็นพรรคที่สาม เพิ่มจากสองพรรคหลัก คือ ภูมิใจไทยและเพื่อไทย เป็นรัฐบาลสามสี “น้ำเงิน-แดง-เขียว” มีขึ้นแน่
แต่จะเล่นท่ายาก พิสดาร มลังเมลืองขนาดไหน คงต้องตามดูกันวันต่อวัน?!
เพราะแค่เริ่มต้นก็โหมโรงกันหนัก ทั้งจากข้างนอกและข้างใน กึ่งๆ เป็นสงครามข่าว ที่แต่ละฝ่ายบรรจงปล่อยออกมาตอบโต้กันผ่านหน้าสื่อ เริ่มจาก “ควบรวมพรรค” ที่ถูกสื่อใหญ่โยนออกมา ให้เป็นเงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาลของกล้าธรรม
เรื่องนี้สอบทานดูแล้ว มีต้นตอมาจากการที่ “ครูใหญ่” นำทีมฟุตบอลล่องใต้ไปลงสนามที่ จ.สงขลา และมีประกาศิตผ่านลูกพรรคสีน้ำเงินคนหนึ่ง ที่ถามถึงการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคสีเขียวว่า “อยากเข้าร่วมต้องมารวมกันก่อน”
โดยคำพูดสั้นๆ ข้างต้น ถูกนักการเมืองบ้านใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีสถานะเป็นพ่อรัฐมนตรี นำมาถ่ายทอดผ่านนักข่าวสายพรรคภูมิใจไทย จนสื่อใหญ่นำมาสื่อสาร กลายเป็นข่าวครึกโครมอยู่ในเวลานี้
ส่วนประกาศิตที่ว่า จะเป็นเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลจริง หรือแค่ข่าวปล่อยที่โยนออกมาเรียกน้ำย่อยการเมือง ต้องรอพิสูจน์ในช่วงของการปรับ ครม.เพราะพรรคสีเขียวเอง ในทางการเมืองถือว่ามีลมใต้ปีกในระดับที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
ไม่แปลกที่ได้เห็นลีลาแบ่งรับแบ่งสู้ หลบซ้ายที ขวาทีจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อถูกสื่อถามถึงเรื่องเงื่อนไขการควบรวมพรรคก่อนเข้าร่วมรัฐบาลของกล้าธรรม
ถัดมาเป็นลีลาของ “เดอะหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่นอกจากจะยึดหลักการตอบคำถามสื่อเรื่องการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ “เป็นสิทธิ์ของสมาชิก แต่โดยมารยาทก็คงต้องให้การสนับสนุนและเดินไปพร้อมกันอยู่แล้ว”
ทั้งจุลพันธ์และ วิสุทธิ์ ไชยณรุณประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ต่างประสานเสียงตอบสื่อแบบยึดหลักการเหมือนๆ กัน “การโหวตคงต้องขอฟังข้อมูลทั้งฝ่ายค้านและการตอบคำถามชี้แจงของรัฐบาลก่อนจึงจะตัดสินใจ”
แต่คำตอบของจุลพันธ์ จะแจ่มชัดกว่า เพราะมีคำว่ามารยาททางการเมืองคอยคัดท้ายอยู่ด้วย แถมเรื่องฮั้ว สว.ก็ดูเหมือนไม่มีอะไรต้องติดใจ เพราะผ่านขั้นตอนต่างๆ ไปแล้ว จึงต้องยืนยันในหลักการ
ทว่าเรื่องที่จุลพันธ์ ไม่ยอมให้ปล่อยผ่านไปง่ายๆ คือ การเข้าร่วมรัฐบาลของกล้าธรรม ที่คงต้องมีการพูดคุยกัน “เรายืนยันว่า พรรคเพื่อไทยเราทำงานอยู่ และยืนยันในสิ่งที่เรามีข้อตกลง”
คำพูดข้างต้นของจุลพันธ์ หากขยายความเพิ่มเติมหรือแปลไทยเป็นไทยก็คือ การนำพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลเป็นสิทธิ์ขาดของนายกรัฐมนตรี แต่จะเข้ามาอยู่ตรงไหนนั้น คงไม่ให้กระทบโควตาเพื่อไทยที่ได้พูดคุยกันไว้แล้ว
การแสดงบทจงอางหวงไข่ของจุลพันธ์ ด้านหนึ่ง คงเอาหลังพิงข้อตกลงเดิมไว้ก่อน ที่จะไม่ยอมเฉือนเก้าอี้ของตัวเองให้กับกล้าธรรม แต่สุดท้ายหนีไม่พ้นต้องมาเจรจากันใหม่และคงต้องยอมคายบางเก้าอี้บ้าง
นอกจากสงครามข่าวจากครูใหญ่และจุลพันธ์แล้ว พรรคสีเขียวเอง ก็สนุกกับการปล่อยข่าวไม่แพ้กัน โดยโยนข้อความผ่านกลุ่มไลน์ “แว่วๆ ว่าปรับ ครม.คราวนี้ พรรคการเมืองใหญ่สองพรรคต้องเสียสละ ภท.เสียสละ รมว.ท่องเที่ยว และ รมช.มหาดไทย พท.เสียละ รมว.พม. และ รมช.เกษตร”
รวมทั้ง กระทรวงริมน้ำ ที่สื่อไปซักไซร้ไล่เรียงถามจากนายกฯ อนุทิน จนถูกสวนกลับในบางช่วงว่า “อย่าสมมุติ รอ”
เป็นสงครามข่าวก่อนการปรับ ครม.อนุทิน 2/1 ที่ต่างโยนประเด็นโต้ตอบและสวนกลับกันสนุก ส่วนเมื่อผสมสูตร “น้ำเงิน-แดง-เขียว” กันใหม่เสร็จแล้ว จะกลมกล่อม อลังการ น่าสัมผัสขนาดไหน ไว้รอดูกันตอนนั้น?!




