สภาใหม่หมดเวลา "สัปปายะ"
หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ย่านเกียกกาย ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองจาก ถ.ประดิพัทธ์ ย่านสะพานควายไปทางทิศตะวันตก จะเห็นสถาปัตยกรรมไทยโดดเด่น งดงาม เป็นสง่าแต่ไกล
นั่นคือ “สัปปายะสภาสถาน” ที่ผู้ออกแบบบรรจงรังสรรค์ขึ้น ให้เป็นแหล่งรวมของผู้มีปัญญา ที่จะมารวมตัวกันทำงานให้กับบ้านเมืองในท่ามกลางบรรยากาศที่สัปปายะ ผ่อนคลาย สบาย ไปมาสะดวก ไม่หนาว ไม่ร้อน อยู่แบบพอดีๆ
แต่ผ่านมาถึงวันนี้ นอกจากความเป็นสัปปายะที่ว่าจะหาไม่เจอแล้ว ยังมีปัญหาการร้องเรียน ฟ้องร้องเป็นคดีความอีกมากมายจากปัญหาการก่อสร้างที่ผิดแบบและไม่เป็นไปตามสัญญา
ล่าสุดอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้สิ้นสุดสัญญารับประกันลงในวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 หลังการส่งรับมอบงานมาระยะหนึ่ง ในท่ามกลางเสียงทักท้วงทั้งจาก สว.และอดีต สส.ที่ออกมาทวงถามถึงความไม่สมบูรณ์ของการก่อสร้าง
โดยในวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา 7 วันก่อนสิ้นสุดสัญญารับประกัน สว.กลุ่มหนึ่งนำโดย สุนทร พฤกษพิพัฒน์ นันทนา นันทวโรภาส ออกมาเรียกร้องให้ประธานรัฐสภา แจ้งผู้รับเหมาซ่อมแซมอาคารรัฐสภา ก่อนที่จะหมดระยะเวลาประกัน
เบื้องต้น สว.กลุ่มนี้ แจ้งว่า พบความเสียหายอาคารรัฐสภาที่ต้องซ่อมบำรุง แยกเป็นฝั่ง สว. 500 รายการ และฝั่ง สส.อีก 500 รายการ หรืออาจมากกว่านั้น โดยมีตัวเลขค่าซ่อมจุดละ 10,000-30,000 บาท รวมเป็นเงิน 10 ล้านบาท
"อีก 7 วันจะหมดสัญญารับประกัน แต่ไม่ซ่อมอะไรเลย หลังจากวันที่ 15 กรกฎาคม เป็นวันหมดสัญญา หากรัฐสภาจะซ่อมอะไรต้องจ่ายเงินเอง ช่วงนี้ยังอยู่ในสัญญาแต่กลับไม่เจรจาให้แก้ปัญหา ถ้าเป็นผู้รับเหมารายอื่นจะนิ่งขนาดนี้หรือไม่" สว.นันทนา กล่าวไว้
นอกจากกลุ่ม สว.แล้ว สองอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ วัชระ เพชรทอง ที่ตามติดความไม่ชอบมาพากลการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่แบบ "กัดไม่ปล่อย" ก็ประสานเสียงออกมากระทุ้งส่งท้าย
"แจ๊ค-วัชระ" ไปยื่นหนังสือถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม โดยแจ้งข้อบกพร่องยาวเป็นหางว่าวว่าบริษัทผู้รับเหมาทำผิดสัญญาอะไรบ้าง พร้อมเรียกร้องให้ยึดแคชเชียร์เช๊ค 614 ล้านบาท ที่วางประกันการก่อสร้างเอาไว้ก่อน จนกว่าจะแก้ไขข้อบกพร่องการก่อสร้างให้ครบถ้วนสมบูรณ์
ขณะที่อดีต สส.วิลาศ นัดแถลงข่าวที่สภาวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ โดยจะเปิดบัญญัติ 7 ประการ ที่รัฐสภาจะต้องทำหลังสิ้นสุดสัญญาประกัน ซึ่งข้อแรกตรงกับอดีตสส.วัชระ คือ ต้องไม่คืนเงินค้ำประกันผลงานที่เป็นเช๊คเงินสด 614 ล้านบาท
นอกจากนั้น "วิลาศ" ซึ่งเป็นอดีตประธาน กมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร ยังเปิดตัวเลขการยื่นร้องเรียนทุจริตก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ต่อ ป.ป.ช.มีมากถึง 65 เรื่อง ที่ค้างอยู่ในแฟ้ม ป.ป.ช.
โดยหนึ่งในประเด็นใหญ่ที่อดีตสส.วิลาศ นำมาแฉคือ "พิรุธสัญญาจ้างช่วง 2,993 ล้านบาท" เรื่องของเรื่องเพราะในสัญญาหลักระบุไว้ชัดเจนว่า "ห้ามนำงานไปจ้างผู้รับเหมาช่วง" แต่กลับปรากฎเอกสารใบสั่งจ้างที่ส่งต่องานให้บริษัทอื่นเข้ามาดำเนินการ มูลค่าสูงถึง 2,993,308,100 บาท
"เรื่องนี้คุณพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้ให้เห็นว่า การทำผิดเงื่อนไขจ้างช่วง ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อความเสียหายและคุณภาพงานที่ลดลง แต่ยังเป็นการเปิดช่องให้เกิดหัวคิวและการปัดความรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา"อดีตสส.วิลาศว่าไว้
นี่ยังไม่นับการก่อสร้างล่าช้า ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ต้องเสียค่าปรับอีกวันละ 12,280,000 บาท (สิบสองล้านสองแสนแปดหมื่นบาท) แต่ชีวิตจริงยังไม่มีการจ่ายค่าปรับแม้แต่บาทเดียว
อาคารรัฐสภาแห่งนี้ ทำสัญญาก่อสร้างลงวันที่ 30 เมษายน 2556 สมัย ชัย ชิดชอบ เป็นประธานรัฐสภา วงเงินก่อสร้าง 12,280 ล้านบาท (หนึ่งหมื่นสองพันสองร้อยแปดสิบล้านบาท) กำหนดแล้วเสร็จภายใน 900 วัน แต่ต่อมามีการแก้ไขสัญญาหลายครั้ง รวมเป็นระยะเวลามากกว่าสองพันวัน
เรื่องที่เกิดขึ้นกับอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรุ่งนี้ไม่ว่าใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบบ้าง แต่หลังผ่านเที่ยงคืนวันที่ 15 กรกฎาคมไป เวลาความเป็นสัปปายะของสภาแห่งนี้ได้หมดลงแล้ว




