‘หงส์’ เบียด ‘ปืน’ ขึ้นจ่าฝูง! ผีชนะนัดแรก เรือแพ้สองนัดติด พรีเมียร์ลีก 2025/26 หลังจบนัดที่สาม

1 ก.ย. 2568 - 18:01

  • พรีเมียร์ลีก 2025/26 หลังจบนัดที่สาม ลิเวอร์พูล เบียดชนะ อาร์เซนอล ชนะสามนัดรวด 9 คะแนนเต็ม

  • แมนฯ ซิตี้ วิกฤติโดน ไบรท์ตัน แซงท้ายเกมแพ้สองนัดติด

  • แมนฯ ยูไนเต็ด ประเดิมชัยชนะหลังเฉือนทีมน้องใหม่ เบิร์นลีย์ 3-2

‘หงส์’ เบียด ‘ปืน’ ขึ้นจ่าฝูง! ผีชนะนัดแรก เรือแพ้สองนัดติด พรีเมียร์ลีก 2025/26 หลังจบนัดที่สาม

พรีเมียร์ลีก 2025/26 หลังจบสัปดาห์ที่สาม ลิเวอร์พูล ยังคงเพอร์เฟกต์เก็บชัยชนะสามนัดรวดด้วยการเบียดเอาชนะ อาร์เซนอล จากฟรีคิกสุดงามของ โดมินิก โซบอสซ์ไล ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังวิกฤติหลังแพ้ ไบรท์ตัน ทำให้แพ้สองนัดติด ส่วนด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉือนน้องใหม่ เบิร์นลีย์ 3-2 เก็บสามแต้มแรกในฤดูกาลได้สำเร็จ

Third-match-Premier-League-wrap-up-SPACEBAR-Photo01.jpg

‘หงส์’ ยังคงแข็งแกร่งหลังเบียดชนะ ‘ปืน’ ขึ้นจ่าฝูงเดี่ยวๆ 

ชัยชนะของลิเวอร์พูลเหนืออาร์เซนอล 1-0 ที่แอนฟิลด์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การคว้าสามแต้มเท่านั้นแต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงคู่แข่งสำคัญในการแย่งชิงแชมป์ลีกโดยตรงของพวกเขาด้วยว่าปีนี้ ‘เครื่องจักรสีแดง’ หมายมั่นปั้นมือที่จะป้องกันแชมป์ลีกให้ได้ โดยฟรีคิกปลิดวิญญาณของ โดมินิก โซบอสซ์ไล ช่วงท้ายเกมกลายเป็นช็อตสำคัญที่ชี้ชะตาในแมตช์ที่เต็มไปด้วยความตื้อๆ ตันๆ ของทั้งสองทีม 

ต้องบอกว่าเกมนี้ทั้งคู่ทำได้ดีเหมือนโครงการที่คนไทยชื่นชอบในอดีตนั่นก็คือ ‘คนละครึ่ง’ โดยในครึ่งแรกเป็นของไอ้ปืนใหญ่ที่โดดเด่นในเรื่องเกมรับสุดแกร่ง พวกเขาทำลายเกมรุกของหงส์แดงได้แบบอยู่หมัดแถมยังบุกได้น้ำได้เนื้อ มีโอกาสลุ้นมากกว่าพอสมควร แต่ก็น่าเสียดายที่ ‘ศาสตร์มืด’ ของพวกเขาอย่างลูกเตะมุมก็ทำอะไรเจ้าบ้านไม่ได้เหมือนกัน  

มาในครึ่งหลังเกมกลับตาลปัตรกลายเป็นฝั่ง ‘เรด แมชชีน’ ที่ทำได้ดุดันกว่า หลังจากที่ทีมเยือนใช้แรงบี้ไปเยอะในครึ่งแรก ทำให้พวกเขาเริ่มโดนเจ้าบ้านบรรเลงเกมรุกเข้าใส่อยู่เรื่อยๆ และแดนหน้าของกันเนอร์สที่วูบวาบในครึ่งแรกแทบจะหายไปจากเกม ตลอด 90 นาทีกองหน้าค่าตัวแพงระยับ วิคตอร์ เยอเคเรส ไม่มีโอกาสได้ง้างเท้าตะบันประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนสุดท้ายโดนฟรีคิกโคตรงามของ โดมินิก โซบอสซ์ไล ปิดบัญชีในที่สุด 

ชัยชนะนัดนี้ได้ยกระดับลิเวอร์พูลขึ้นไปอีกในการป้องกันแชมป์ฤดูกาล 2025/26 หลังพวกเขาคว้าชัยสามนัดติดเก็บได้ 9 คะแนนเต็ม สิ่งที่สำคัญที่ทีมของ อาร์เน่อ สล็อต แสดงให้เห็นก็คือความเป็น ‘ผู้ชนะ’ ที่ทีมของเขามีมากกว่าทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ซึ่งอาจเป็นจุดสำคัญในการวัดแชมป์ในซีซันนี้ได้เลย

Third-match-Premier-League-wrap-up-SPACEBAR-Photo02.jpg
Third-match-Premier-League-wrap-up-SPACEBAR-Photo03.jpg

แมนเชสเตอร์สองฝั่งกับอารมณ์คนละแบบ

เริ่มจากทางฝั่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติหลังพวกเขาบุกไปโดน ไบรท์ตัน แซงท้ายเกม 2-1 ทำให้พวกเขาแพ้ไปสองนัดติดจากสามนัดแรกของฤดูกาล จนถึงตอนนี้มีเพียงแค่ 3 คะแนน จมอยู่โซนล่างของตารางที่อันดับ 13 ทำให้ตอนนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เหมือนนักมวยที่โดนชกย้ำๆ จนเมาหมัดไปหมดแล้ว ต้องรอดูกันว่าหลังเบรกทีมชาติฟอร์มพวกเขาจะกลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นได้หรือเปล่า 

ในขณะที่ฝั่งพลพรรค ‘เรด เดวิลส์’ ก็กำลังระส่ำระสายอย่างหนัก จากนัดแรกที่ประเดิมแพ้อาร์เซนอลต่อด้วยทำได้แค่เสมอฟูแล่ม ซึ่งเอาจริงๆ แค่นี้ก็ดูแย่แล้วแต่พวกเขาดันทะลึ่งโดน กริมส์บี้ ทาวน์ ทีมลีกทูชนะจุดโทษ เขี่ยกระเด็นตกรอบคาราบาว คัพ ตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันขัน มาในเกมที่เจอทีมน้องใหม่อย่าง เบิร์นลีย์ เลยกลายเป็นเกมสำคัญทันที พวกเขาขึ้นนำสองครั้งสองครา แต่ก็โดนไล่ตีเสมอได้ตลอด จนสุดท้ายมาได้จุดโทษของกัปตันทีม บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่รอบนี้ไม่ซัดออกนอกโลกกลายเป็นประตูชัยของ ‘ปีศาจแดง’ พร้อมเก็บสามคะแนนแรกในฤดูกาลนี้ได้สักที 

Third-match-Premier-League-wrap-up-SPACEBAR-Photo04.jpg

ชัยชนะของเชลซีท่ามกลางความโชคดีนิดๆ จากความผิดพลาดของ VAR 

อีกทีมที่ถูกคาดหวังว่าอาจจะมีลุ้นเบียดแย่งแชมป์ในซีซันนี้ได้อย่างเชลซีก็ยังคงเก็บชัยชนะได้ติดต่อกันเป็นนัดที่สองหลังพวกเขาเปิดบ้านทำศึก ‘ลอนดอน ดาร์บี้’ เอาชนะผู้มาเยือน ฟูแล่ม ไปได้ 2-0 ท่ามกลางจังหวะทักท้วงน่ากังขาของ ไมเคิล ซาลิสบิวรี่ ผู้ตัดสิน VAR โดยเป็นช็อตที่เขาริบประตูขึ้นนำของทีมเจ้าสัวน้อยซึ่งดูแล้วเหมือนจะเป็นการปะทะกันโดยบังเอิญมากกว่าทำฟาวล์โดยเจตนา รวมไปถึงช็อตลูกจุดโทษของเชลซีที่ผู้ตัดสินปล่อยให้เวลาผ่านไปถึงเกือบๆ 4 นาทีก่อนจะตัดสินใจให้จุดโทษ ทำให้ทีมเยือนรู้สึกไม่แฟร์เอาเสียเลยกับผลการแข่งขันในนัดนี้ 

สุดท้ายก็เป็นทางด้าน ‘สิงโตน้ำเงินคราม’ ที่เอาชนะไปได้จากลูกโหม่งของ ชูเอา เปโดร ในช่วงทดเจ็บครึ่งแรกและจุดโทษของ เอ็นโซ่ แฟร์นานเดส ในนาทีที่ 56 ส่งให้ทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า เก็บเพิ่มอีกสามคะแนนสำคัญ ทำให้ตอนนี้พวกเขายังไม่แพ้ใคร ชนะ 2 นัด และเสมอ 1 นัด มีอยู่เจ็ดคะแนน รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงก่อนพักเบรกทีมชาติ 

แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่สามนัดแรกของฤดูกาลเท่านั้น ยังเหลือเวลาให้ลุ้นกันอีกยาวๆ เชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่สนุกและน่าติดตามที่สุดซีซันหนึ่งแน่นอน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์