ดูเหมือนว่าการลดน้ำหนักไม่ใช่ต้องใช้แค่ร่างกายแต่สภาพจิตใจก็ต้องสอดคล้องไปกับการคุมอาหารและออกกำลังกายด้วย
งานวิจัยใหม่ชี้ ‘ความสุขในการกิน’ อาจเป็นกุญแจสำคัญของการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน โดยนักวิจัยพบว่าไม่ใช่แค่ ‘กินอะไร’ เท่านั้นที่ส่งผลต่อร่างกาย แต่ ‘ความคิดและความรู้สึก’ ที่มีต่ออาหารก็มีผลต่อความหิวและความอิ่มเช่นกัน
หนึ่งในงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ทดลองให้ผู้เข้าร่วมดื่มมิลค์เชกสูตรเดียวกันแต่ติดฉลากต่างกัน บางคนได้รับการบอกว่าเป็นสูตรแคลอรีสูงสุดพิเศษ ขณะที่อีกกลุ่มได้รับการบอกว่าเป็นสูตรเฮลท์ตี้แคลอรีต่ำ ผลปรากฏว่ากลุ่มที่เชื่อว่าตนเองดื่มเครื่องดื่ม ‘จัดเต็ม’ มีระดับฮอร์โมนความหิวลดลงมากกว่าและรู้สึกอิ่มนานกว่าแม้ทั้งสองแก้วจะเป็นสูตรเดียวกันก็ตาม
นักวิจัยอธิบายว่าคนที่รู้สึกว่าตัวเอง ‘กินไม่พอ’ หรือกำลังอดอาหารร่างกายอาจตอบสนองในทางตรงกันข้ามทำให้เผาผลาญพลังงานลดลงและเกิดความอยากอาหารมากขึ้น ส่งผลให้การลดน้ำหนักยากกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าอาหารที่ถูกติดป้ายว่า ‘เฮลท์ตี้’ มักทำให้ผู้กินรู้สึกอิ่มและพึงพอใจน้อยกว่าอาหารที่ถูกอธิบายว่า ‘อร่อย’ แม้จะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน ส่งผลให้หลายคนกินเพิ่มในภายหลังเพื่อชดเชยความรู้สึกไม่อิ่ม
ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าการลดน้ำหนักไม่ควรเน้นการ ‘หักห้ามใจ’ หรือรู้สึกผิดกับการกินมากเกินไป แต่ควรให้ความสำคัญกับการกินอย่างมีความสุข เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างผัก ผลไม้ และโปรตีน ควบคู่กับการอนุญาตให้ตัวเองได้กินของโปรดบ้างเป็นครั้งคราว เพราะการกินอย่างสมดุลและมีความสุขอาจช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าการอดหรือกดดันตัวเองเกินไป





