หลายคนที่เริ่มมีอาการปวดเข่ามักเข้าใจว่าควรหยุดออกกำลังกายหรือหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวเพราะกลัวว่าจะยิ่งทำให้ข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อชี้ว่า การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมถือเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยดูแลข้อเข่าเสื่อมและอาจช่วยชะลออาการของโรคได้
ข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่ใช้งานข้อเข่าอย่างหนักเป็นเวลานาน หรือผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า ภาวะดังกล่าวเกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อค่อยๆ สึกหรอจนทำให้ข้อเข่ารับแรงได้น้อยลง เกิดการเสียดสี ส่งผลให้มีอาการปวด ข้อฝืด บวม เดินได้ไม่ไกล ลุกนั่งลำบาก หรือเจ็บมากขึ้นขณะขึ้น-ลงบันได
นพ.ไพบูลย์ ชัยชาญชีพ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ (S-spine and Joint Hospital) โรงพยาบาลเอส เปิดเผยว่า ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่าเมื่อเริ่มปวดเข่าควรพักการใช้งานข้อเข่า แต่ในทางการแพทย์การออกกำลังกายที่เหมาะสมกลับเป็นส่วนสำคัญของการรักษาโดยเฉพาะในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง
"การออกกำลังกายไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกหรอกลับมาเหมือนเดิมแต่ช่วยให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และแกนกลางลำตัวซึ่งมีบทบาทช่วยพยุงข้อเข่า ลดแรงกระแทก และทำให้การเคลื่อนไหวมั่นคงขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงข้อเข่าจะไม่ต้องรับภาระเพียงลำพัง ผู้ป่วยจึงอาจเดินได้ดีขึ้น ลุกนั่งง่ายขึ้นและมีอาการปวดลดลง"
อย่างไรก็ตามไม่ใช่การออกกำลังกายทุกประเภทจะเหมาะกับผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง เช่น การวิ่งหนัก การกระโดด การสควอตลึก การนั่งยองๆ หรือการขึ้น-ลงบันไดซ้ำๆ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดมากขึ้นในบางราย
สำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมแพทย์แนะนำว่าควรออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำและช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ได้แก่ การเดินบนพื้นราบ การปั่นจักรยาน การออกกำลังกายในน้ำหรือเดินในน้ำ การยืดกล้ามเนื้อต้นขาและน่อง รวมถึงการฝึกกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า กล้ามเนื้อสะโพก และแกนกลางลำตัวเพื่อช่วยพยุงข้อเข่าและเพิ่มความมั่นคงในการเคลื่อนไหว
นอกจากนี้การดูแลข้อเข่าเสื่อมยังควรทำควบคู่กับการควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การทำกายภาพบำบัด และการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ซึ่งล้วนเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยลดอาการปวดและชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้
นพ.ไพบูลย์ กล่าวว่า การรักษาข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบันมักเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัดก่อน แต่หากข้อเข่าเสื่อมอยู่ในระยะรุนแรง มีอาการปวดมาก เดินได้น้อยลง ข้อเข่าผิดรูป หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นทางเลือกในการรักษา
ปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านเทคนิคการผ่าตัด วัสดุข้อเทียม การควบคุมความเจ็บปวด และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับมาเดินและใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด
แพทย์ย้ำว่า "เข่าเสื่อมไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกราย และการออกกำลังกายก็ไม่ได้ทำให้เข่าหายเสื่อม แต่การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยชะลออาการ เพิ่มทางเลือกในการรักษาและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว"




