TH-AI Passport เริ่มเปิดให้คนไทยใช้งานจริงผ่านแพลตฟอร์ม AiPASS เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยมีเป้าหมายให้คนไทยสูงสุด 5 ล้านคน ได้เข้าถึงเครื่องมือ AI จากหลายค่าย ทั้งการแชต ค้นข้อมูล เขียนโค้ด สร้างภาพ วิดีโอ และเพลง
ก่อนเปิดใช้งานโครงการนี้ได้รับความสนใจไม่น้อย มีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ากว่า 1.3 ล้านคน ภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ สะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากอยากทดลองใช้ AI และนำไปช่วยทั้งเรื่องเรียน การทำงาน และการทำธุรกิจ แต่หลังเปิดระบบได้ไม่นานก็เริ่มมีเสียงสะท้อนจากผู้ใช้จริง โดยเฉพาะเรื่อง การสร้างภาพด้วย AI
ผู้ใช้บางส่วนพบว่าเมื่อสั่งให้ AI สร้างภาพพร้อมใส่ ข้อความภาษาไทย ตัวหนังสือที่ได้กลับคลาดเคลื่อน สะกดผิด หรือกลายเป็นอักษรประหลาดที่อ่านไม่ออกจนถูกเรียกกันแบบขำๆ ว่าเป็น ‘ภาษาต่างดาว’
เรื่องนี้อาจดูเหมือนข้อผิดพลาดเล็กๆ แต่จริงๆ แล้วน่าสนใจตรงที่ AI สร้างภาพไม่ได้ทำงานเหมือนโปรแกรมออกแบบทั่วไปที่เลือกฟอนต์แล้วพิมพ์ตัวอักษรลงไปตรงๆ ในหลายระบบ ตัวหนังสือถูกสร้างขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของภาพ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม AI สร้างภาพในอดีตมักทำป้าย โปสเตอร์ หรือข้อความออกมาผิดเพี้ยนแม้ภาพส่วนอื่นจะดูสมจริงมากก็ตาม
อย่างไรก็ตาม AI สร้างภาพรุ่นใหม่ในปัจจุบันพัฒนาเรื่องการสร้างข้อความไปไกลขึ้นมาก หลายโมเดลสามารถสร้างโปสเตอร์ ป้าย หรือข้อความในภาพได้แม่นยำกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด ตรงนี้จึงทำให้ปัญหา ‘ภาษาต่างดาว’ ที่เกิดขึ้นผ่าน TH-AI Passport ไม่ควรถูกมองแค่ว่า AI สร้างตัวหนังสือพลาดได้เป็นเรื่องปกติ
คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ คุณภาพของเครื่องมือที่ประชาชนได้รับผ่านแพลตฟอร์มนี้อยู่ในระดับไหนเมื่อเทียบกับความสามารถของ AI ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยิ่งเมื่อ TH-AI Passport ระบุว่ามี AI ระดับ Pro หรือ Premium จากหลายค่าย รวมถึงโมเดลสำหรับสร้างภาพให้ใช้งานด้วย คำถามเรื่องคุณภาพของผลลัพธ์จึงยิ่งสำคัญ
เพราะสำหรับคนที่คุ้นเคยกับ AI อยู่แล้ว หากเจอข้อความเพี้ยนเขาอาจรู้ว่าจะลองเปลี่ยนโมเดล ปรับคำสั่ง หรือไปใช้บริการต้นทางแทน แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้ AI ครั้งแรกสิ่งที่เห็นอาจมีเพียงว่า สั่งให้ทำข้อความภาษาไทยแต่ระบบทำออกมาให้อ่านไม่ได้ และเมื่อโครงการมีเป้าหมายพาคนไทยจำนวนมากเข้าสู่โลก AI ประสบการณ์แบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กเสียทีเดียว คำถามยิ่งชัดขึ้นเมื่อมีการทดลองใช้ Prompt เดียวกัน กับ AI บางรายผ่านบริการต้นทางแล้วพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ดีกว่าการใช้งานผ่าน TH-AI Passport
จากข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดว่าอะไรทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ตั้งคำถามได้ตรงๆ คือ ประชาชนกำลังได้รับประสบการณ์จาก AI ในระดับเดียวกับที่เครื่องมือต้นทางสามารถทำได้หรือไม่ เพราะความสำเร็จของ TH-AI Passport อาจไม่ได้อยู่แค่ว่ามีคนลงทะเบียนกี่ล้านคน หรือมี AI ให้เลือกกี่โมเดล แต่อยู่ที่ว่าเมื่อประชาชนกดใช้งานจริงแล้ว เครื่องมือเหล่านั้นทำงานได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะกับงานที่ใกล้ตัวอย่างการสร้างโปสเตอร์ ภาพประชาสัมพันธ์ หรือคอนเทนต์สำหรับโซเชียล ซึ่งข้อความภาษาไทยเป็นส่วนสำคัญของงาน ถ้าระบบทำภาพสวยแต่ข้อความยังผิดเพี้ยนผู้ใช้ก็อาจยังต้องกลับไปแก้งานเองอยู่ดี และนั่นทำให้คำถามเรื่อง ‘AI ช่วยลดเวลาและช่วยให้คนทำงานง่ายขึ้นจริงหรือไม่’ กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
สุดท้ายปัญหา ‘ภาษาต่างดาว’ อาจเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างจากช่วงแรกของการเปิดใช้งาน แต่สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ TH-AI Passport จะพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ใกล้เคียงกับความสามารถของ AI ที่มีอยู่ในตลาดได้มากแค่ไหน
เพราะถ้าเป้าหมายคือทำให้คนไทยใช้ AI เป็น การมีเครื่องมือให้ใช้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เมื่อคนกดใช้แล้ว สิ่งที่ได้กลับมาต้องดีพอที่จะทำให้เขาอยากใช้ต่อ




