นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการผลักดันคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย และทุกครั้งมันเป็นประเด็นถกเถียงอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายที่ ‘เอา’ กับฝ่ายที่ ‘ไม่เอา’ หรือ เห็นด้วยที่จะมีคาสิโนกับไม่เห็นด้วยที่จะให้ประเทศไทยมีสถานที่แบบนี้
แต่เพราะรายงานของ กมธ. คาสิโน ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความรัดกุมและความรอบด้านของข้อมูลทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้าน เรื่องข้อดีและข้อเสีย และอาจมีธงที่ปักไว้ในใจแล้วว่ารายงานที่ออกมาก็เพื่อสนับสนุนแผนการตั้คาสิโน ดังนั้นผลสำรวจความเห็นข้างต้นอาจจะมีปัญหาในเรื่องในความน่าเชื่อถือ
ดังนั้น เมื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ไร้ความลำเอียง ทีมงาน SPACEBAR • DATAOPS จึงสำรวจความเห็นของคนไทยผ่านการทำ Social listening สิ่งที่ทีมงานพบก็คือ
ทำไมมันเป็นประเด็นอีก
กระแสล่าสุดเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 เมื่อรัฐสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศจากธุรกิจ ‘คาสิโนถูกกฎหมาย’ จนกระทั่ง เดือนมกราคม 2023 กมธ. นี้ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า ‘กมธ. คาสิโน’) ก็เผยมีรายงานที่สนับสนุนการตั้งสถานบันเทิงแบบครบวงจร และนำวาระเรื่องคาสิโนถูกกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวันที่ 12 มกราคม 2023 และต่อมาวันที่ 13 มกราคม สภาฯ ให้ความเห็นชอบรายงาน และส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณาต่อไปรายงานเสนออะไรไว้บ้าง
- ให้ตั้งสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) มีทั้งโรงแรม 5 ดาว ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ สถานเสริมความงาม สปา สวนสนุก สวนสัตว์ สนามกีฬาในร่มและกลางแจ้ง และในสถานที่นี้จะมีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในสัดส่วน 5% ของพื้นที่
- การลงทุนก่อสร้างควรมีขนาดใหญ่กว่าที่ประเทศสิงคโปร์ (เช่นที่ Marina Bay Sands) รูปแบบการการลงทุนร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน แนวทางการบริหารจัดการให้ทำแบบมาเก๊า และสิงคโปร์ โดยการตั้งคณะกรรมการบริหารที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
- ในคาสิโนนี้จะมีทั้งการพนันออนไลน์และออฟไลน์ (ในสถานที่จริง) รูปแบบการพนันมีความหลากหลาย ตั้งแต่เกมการพนันทั่วไป ไปจนถึงการพนันผลหุ้น กีฬาสากล ผลการเลือกตั้ง กาารพนัน E-Sport
- สถานที่ตั้งที่เสนอไว้ คือ กทม. และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในรัศมีไม่เกิน 100 กิโลเมตร จากสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา, จังหวัดท่องเที่ยวหลัก 22 จังหวัด และจังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ใครบ้างที่สนับสนุน
เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ไทยจะต้องมีคาสิโน เพราะที่ผ่านมาไทยเสียรายได้จากกการที่นักพนันเดินทางไปเสี่ยงโชคในต่างประเทศ เขาให้เหตุผลที่สนับสนุนไว้ว่า- สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี
- ประเทศไทยจะสามารถเก็บภาษีธุรกิจการพนันได้มากถึง 2 แสนล้านต่อปี
- ควรสร้างคาสิโนในเมืองที่มีรายได้ไม่สูง เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้พื้นที่
- จะช่วยตัดช่องทางทำกินของระบบมาเฟีย ผู้มีอิทธิพลต่างๆ และการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ
ใครบ้างที่คัดค้าน
ธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวหลังจากอ่านรายงานของ กมธ. คาสิโน พบว่ายังช่องโหว่อยู่มาก แทบไม่มีการศึกษารายละเอียด และการกล่าวถึงการป้องกันพนันผิดกฎหมาย เขาค้านว่า- รายงานไม่รัดกุม เหมือนออกมาเพื่อสนับสนุนฝ่ายเรียกร้องให้ตั้งคาสิโน
- รายงานเสนอให้มีคาสิโน 5% สถานบันเทิง 95% แต่ 95% ของรายงานเน้นคาสิโน
- เชื่อมั่นได้แค่ไหนว่าคาสิโนจะไม่กลายเป็นแหล่งฟอกเงินของธุรกิจผิดกฎหมาย
- ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบทางสังคม และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขใดๆ
คนไทยคิดอย่างไรกับคาสิโน
กมธ. คาสิโนเผยผลการสำรวจความเห็นของประชาชน พบว่า 36.38% เห็นด้วยกับการมีคาสิโนถูกกฎหมาย และ 80.67% เห็นด้วยกับการมีสถานบันเทิงแบบครบวงจรแต่เพราะรายงานของ กมธ. คาสิโน ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความรัดกุมและความรอบด้านของข้อมูลทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้าน เรื่องข้อดีและข้อเสีย และอาจมีธงที่ปักไว้ในใจแล้วว่ารายงานที่ออกมาก็เพื่อสนับสนุนแผนการตั้คาสิโน ดังนั้นผลสำรวจความเห็นข้างต้นอาจจะมีปัญหาในเรื่องในความน่าเชื่อถือ
ดังนั้น เมื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ไร้ความลำเอียง ทีมงาน SPACEBAR • DATAOPS จึงสำรวจความเห็นของคนไทยผ่านการทำ Social listening สิ่งที่ทีมงานพบก็คือ
- ความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่มาจากเพจสำนักข่าวออนไลน์ 63% ซึ่งมากกว่าการพูดถึงโดยชาวเน็ต (ประชาชนทั่วไป) โดยมีสัดส่วนเพียง 37%
- ประเด็นนี้ถูกพูดถึงมากอีกครั้งในเดือนมกราคม 2023 หลังจากที่สื่อเริ่มเตรียมพร้อมกับการเสนอรายงาน กมธ. คาสิโนเข้าสู่สภาฯ คือ ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมเป็นต้นมา
- บางช่วงเวลาสื่อและประชาชนสนใจเรื่องนี้ก็เพราะกรณี ‘เสี่ยเบนท์ลีย์’ ที่มีรายชื่อนั่ง กมธ. คาสิโน แต่โดยเนื้อหาสาระแล้วกรณีของเสี่ยเบนท์ลี่ไม่เกี่ยวกับการเปิดคาสิโนถูกกฎหมาย

พร้อมหรือยังกับการมีคาสิโน
SPACEBAR•DATAOPS พบว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่แสดงท่าทีว่าจะโอเคหรือไม่โอเคกับการมีคาสิโน หรือมีท่าทีเป็นกลาง (Neutral) ซึ่งความเป็นกลางไม่ได้หมายความคนส่วนใหญ่ไม่รู้ไม่ชี้กับประเด็นนี้ แต่เป็นเพราะเนื้อหาออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นรายงานข่าว และอีกส่วนหนึ่งเป็นความคิดเห็นของคนทั่วไปที่มาร่วมแชร์ ในมุมมองของตัวเองที่ออกตัวชัดว่ายอมรับหรือไม่ยอมรับ เช่น เสนอประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบก่อนที่จะทำให้ถูกกฎหมายแต่เราต้องการจะรู้ว่าคนไทย Yes หรือ No กับเรื่องคาสิโน เมื่อตัดสัดส่วนท่าทีเป็นกลาง (Neutral) ที่มีสัดส่วนจากการสำรวจอยู่ที่ 73% ออกไป เราจะพบว่าเสียงที่เหลือเป็นเสียงที่ชัดแล้วว่าเอาหรือไม่เอา นั่นคือที่เหลือ 27%
ในกลุ่มที่แสดงท่าทีชัดเจน 27% นี้ เราพบว่า 21% เห็นด้วยกับการมีคาสิโน (Positive) อีก 6% ไม่เห็นด้วย (Negative) จากข้อมูลนี้เราจึงสรุปได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ (ที่แสดงจุดยืนชัดเจน) สนับสนุนการมีคาสิโนถูกกฎหมาย

ทำไมถึงเห็นด้วยและทำไมค้าน
จากการมีส่วนร่วม 44,400 ครั้ง และ 114 ข้อความที่เกี่ยวข้องกับคาสิโนผิดกฎหมาย เราสามารถสรุปจุดยืนของฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ดังนี้คนไทยที่ไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า
- การทำให้คาสิโนถูกกฎหมายจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และส่งผลต่อประชาชนที่ในแง่ของการก่อหนี้สินในครัวเรือนเพิ่มขึ้น
- อีกมุมหนึ่ง คนบนโซเชียลฯ มองว่าการที่สนับสนุนให้คาสิโนถูกกฎหมาย อาจเป็นการกระทำของรัฐบาลเพื่อเอื้อผลประโยชน์ต่อนายทุนและพรรคการเมือง
คนไทยที่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า
- การทำให้คาสิโนถูกกฎหมายจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทยให้มีเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น
- คนไทยสนับสนุนให้ประเทศไทยเปิดคาสิโนให้ถูกกฎหมายให้เหมือนประเทศอื่นๆ เพราะประเทศอื่นเค้าทำกันมานานแล้ว
แต่บทสรุปอาจยังอีกยาวไกล
ถึงแม้ว่ารายงานของ กมธ. คาสิโนจะสนับสนุนการมี ‘บ่อนถูกกฎหมาย’ รวมถึงการพนันถูกกฎหมายออนไลน์ รวมถึงผลสำรวจความเห็นประชาชนของ กมธ. คาสิโน จะบ่งชี้ว่าประชาชนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ และแม้ว่าการสำรวจโดย SPACEBAR•DATAOPS จะได้ผลสรุปที่ตรงกัน แต่ประเด็นนี้มีความอ่อนไหวสูงและผันแปรไปตามสถานการณ์ เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการเสนอทำคาสิโนผิดกฎหมาย จะเกิดกระแสสังคมต่อต้านอย่างรุนแรงจนกระทั่งต้องระงับการผลักดันไปสถานการณ์ในเวลานี้ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ก่อนที่รัฐบาลจะประกาศผลักดันคาสิโนถูกกฎหมายขึ้นมาจริงๆ อะไรก็อาจเกิดขึ้นมาได้ โดยเฉพาะการปลุกกระแสต่อต้านจากกลุ่มศาสนา กลุ่มที่ห่วงใยปัญหาสังคม กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล และอาจรวมถึงกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากบ่อนถูกกฎหมาย
