คำขวัญของพรรคการเมืองที่ติดหูคนไทยมากที่สุดคำขวัญหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ มาจากพรรคก้าวไกล ที่ชูแคมเปญ “กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม”
อาจเพราะสาเหตุนี้ จากผลสำรวจของ SPACEBAR POLL จึงพบว่าสาเหตุที่ผู้คนเลือกพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคนี้ จึงค่อนข้างต่างจากเหตุผลในการเลือกกาพรรคอื่นๆ
และนี่คือ 5 เหตุผลที่ทำให้คนไทยมีความหวังกับพรรคก้าวไกล
อาจเพราะสาเหตุนี้ จากผลสำรวจของ SPACEBAR POLL จึงพบว่าสาเหตุที่ผู้คนเลือกพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคนี้ จึงค่อนข้างต่างจากเหตุผลในการเลือกกาพรรคอื่นๆ
และนี่คือ 5 เหตุผลที่ทำให้คนไทยมีความหวังกับพรรคก้าวไกล

เมื่อรวมเหตุผลทุกข้อเข้าด้วยกัน เราจะพบว่ามันคล้องจองอย่างลงตัวกับคำขวัญของพรรคก้าวไกล ที่ย้ำมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนเริ่มการหาเสียงว่า “ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม”
เราสามารถสังเกตได้ว่า สาเหตุของความชอบในพรรคก้าวไกลเป็นชุดความชอบที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น มุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลง, กล้าคิด-กล้าทําสิ่งใหม่, ความหวังของคนรุ่นใหม่, เป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย, ไฮเทคโนโลยี
ประเทศไทยแบบไหนที่ไม่เหมือนเดิม?
เหตุผลในความนิยมในพรรคก้าวไกล (ที่จะทำให้พวกเขาได้รับเลือก) ที่มีสัดส่วนมากที่สุด คือ มุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลง (45%) และกล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่ (41%) ซึ่งแค่ 2 ข้อนี้ก็ครองสัดส่วนมากที่สุดแล้วในบรรดาเหตุผลที่คนจะเลือกก้าวไกล และเป็นเหตุผลที่ตรงกับคำขวัญของพรรคที่สุดด้วย
หากถามว่า แบบไหนที่จะทำให้ “ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม”? คำตอบก็คงอยู่ที่คำปราศรัยของสมาชิกคนสำคัญบางคนของพรรค เช่น พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ซึ่งกล่าวไว้ในการประชุมใหญ่สามัญพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2566 ว่า
“ผมเชื่อว่าพอเราบอกว่าก้าวไกลต้องการสร้างประเทศไทยที่ไม่เหมือนเดิม สำหรับคนบางกลุ่มฟังดูผิวเผินเหมือนเป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่ผมอยากชวนทุกคนคิดในมุมกลับ ว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือประเทศไทยแบบเดิมๆ ต่างหากที่ต้องคอยถาม ผบ.ทบ. ว่าจะมีการรัฐประหารไหม กระบวนการยุติธรรมและกฎหมายแบบเดิมที่เปิดช่องให้จับคนไปขังคุกได้เป็นสิบๆปี เพียงเพราะเห็นต่างทางการเมือง เศรษฐกิจแบบเดิม ที่ 10% ของคน ครอบครอง 50% ของทรัพย์สิน และ 60% ของที่ดิน สวัสดิการ-การศึกษาแบบเดิม ที่เด็กต้องมาขอรับบริจาคหรือแข่งกันร้องเพลงเพื่อได้เรียนต่อ”
เราสามารถสังเกตได้ว่า สาเหตุของความชอบในพรรคก้าวไกลเป็นชุดความชอบที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น มุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลง, กล้าคิด-กล้าทําสิ่งใหม่, ความหวังของคนรุ่นใหม่, เป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย, ไฮเทคโนโลยี
ประเทศไทยแบบไหนที่ไม่เหมือนเดิม?
เหตุผลในความนิยมในพรรคก้าวไกล (ที่จะทำให้พวกเขาได้รับเลือก) ที่มีสัดส่วนมากที่สุด คือ มุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลง (45%) และกล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่ (41%) ซึ่งแค่ 2 ข้อนี้ก็ครองสัดส่วนมากที่สุดแล้วในบรรดาเหตุผลที่คนจะเลือกก้าวไกล และเป็นเหตุผลที่ตรงกับคำขวัญของพรรคที่สุดด้วย
หากถามว่า แบบไหนที่จะทำให้ “ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม”? คำตอบก็คงอยู่ที่คำปราศรัยของสมาชิกคนสำคัญบางคนของพรรค เช่น พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ซึ่งกล่าวไว้ในการประชุมใหญ่สามัญพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2566 ว่า
“ผมเชื่อว่าพอเราบอกว่าก้าวไกลต้องการสร้างประเทศไทยที่ไม่เหมือนเดิม สำหรับคนบางกลุ่มฟังดูผิวเผินเหมือนเป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่ผมอยากชวนทุกคนคิดในมุมกลับ ว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือประเทศไทยแบบเดิมๆ ต่างหากที่ต้องคอยถาม ผบ.ทบ. ว่าจะมีการรัฐประหารไหม กระบวนการยุติธรรมและกฎหมายแบบเดิมที่เปิดช่องให้จับคนไปขังคุกได้เป็นสิบๆปี เพียงเพราะเห็นต่างทางการเมือง เศรษฐกิจแบบเดิม ที่ 10% ของคน ครอบครอง 50% ของทรัพย์สิน และ 60% ของที่ดิน สวัสดิการ-การศึกษาแบบเดิม ที่เด็กต้องมาขอรับบริจาคหรือแข่งกันร้องเพลงเพื่อได้เรียนต่อ”

แบบไหนที่ที่ทำให้ก้าวไกลอยู่ในใจ?
เราสามารถสรุปได้ว่า เป็นความชอบในจุดยืนที่คนในพรรคนี้มีร่วมกัน นั่นคือ การแสดงหาสิ่งใหม่ให้กับประเทศ หรือการสร้างภาพลักษณ์ของพรรค (Branding) ที่มีภาพลักษณ์ความเป็นพรรคก้าวหน้า (Progressive) มากกว่านโยบายของพรรค หรือผลงานที่ผ่านมาของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขชองพรรค ซึ่งต่างจากสาเหตุความชอบในพรรคอื่นๆ เช่น เพื่อไทย ที่สาเหตุของความชอบโน้มเอียงไปทางความชอบนโยบาย ขณะที่รวมไทยสร้างชาติเป็นความชอบที่ผูกติดกับตัวบุคคล คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แม้ว่าดูเหมือนนโยบายจะเป็นปัจจัยรองในการสำรวจของ SPACEBAR POLL แต่ถึงที่สุดแล้วจุดยืนและภาพลักษณ์ก็คือสิ่งที่สะท้อนนโยบายในแบบในที่จับต้องได้นั่นเอง และอาจวิเคราะห์ได้ว่าเพราะจุดยืน (หรือนโยบายนั่นเอง) ของก้าวไกลที่ประกาศว่า “มีลุงไม่มีเรา” ทำให้พวกเขาเป็นทางเลือกให้กับคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกพรรคไหน แต่อย่างน้อยรู้ตัวแล้วว่าไม่อยากจะให้ ‘ลุง’ กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอีก
จากการสำรวจของเราพบว่า ระดับความนิยมในพรรคก้าวไกลตามมาเป็นอันดับที่ 3 (21%) รองจากพรรคเพื่อไทย (41%) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (26%) ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากโพลบางแห่งที่ยกให้พรรคก้าวไกลนำมาเป็นที่ 1
เราสามารถสรุปได้ว่า เป็นความชอบในจุดยืนที่คนในพรรคนี้มีร่วมกัน นั่นคือ การแสดงหาสิ่งใหม่ให้กับประเทศ หรือการสร้างภาพลักษณ์ของพรรค (Branding) ที่มีภาพลักษณ์ความเป็นพรรคก้าวหน้า (Progressive) มากกว่านโยบายของพรรค หรือผลงานที่ผ่านมาของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขชองพรรค ซึ่งต่างจากสาเหตุความชอบในพรรคอื่นๆ เช่น เพื่อไทย ที่สาเหตุของความชอบโน้มเอียงไปทางความชอบนโยบาย ขณะที่รวมไทยสร้างชาติเป็นความชอบที่ผูกติดกับตัวบุคคล คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แม้ว่าดูเหมือนนโยบายจะเป็นปัจจัยรองในการสำรวจของ SPACEBAR POLL แต่ถึงที่สุดแล้วจุดยืนและภาพลักษณ์ก็คือสิ่งที่สะท้อนนโยบายในแบบในที่จับต้องได้นั่นเอง และอาจวิเคราะห์ได้ว่าเพราะจุดยืน (หรือนโยบายนั่นเอง) ของก้าวไกลที่ประกาศว่า “มีลุงไม่มีเรา” ทำให้พวกเขาเป็นทางเลือกให้กับคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกพรรคไหน แต่อย่างน้อยรู้ตัวแล้วว่าไม่อยากจะให้ ‘ลุง’ กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอีก
จากการสำรวจของเราพบว่า ระดับความนิยมในพรรคก้าวไกลตามมาเป็นอันดับที่ 3 (21%) รองจากพรรคเพื่อไทย (41%) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (26%) ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากโพลบางแห่งที่ยกให้พรรคก้าวไกลนำมาเป็นที่ 1