'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าว 'ทักษิณ ชินวัตร' อดีตนายกฯ ใช้การโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อรองการพิจารณา วินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรม ตามพ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุขว่า
“มีข่าวไง นักข่าวก็มีข่าว ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ข่าวนี้ไม่มีมาถึงผมทุกอย่างต้องเป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เราไม่ได้ดูว่าเป็นใครคนใดคนหนึ่ง เราต้องดูเรื่องความเท่าเทียมของทุกคน”
เมื่อถามว่าการที่ทักษิณ ยื่นขอนิรโทษกรรม ก็เป็นสิทธิของนายทักษิณ ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิอยู่แล้วตนถึงบอกว่าจะไปดูชื่อคนแต่ละคนไม่ได้ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่มีการใช้เสียงในสภาฯมาต่อรองเรื่องนิรโทษใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ”ก็ผมบอกว่าไม่คิดว่ามีใครจะกล้ามาพูดกับผมในเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่สิ่งที่เอามาผูกกับเรื่องการเมืองได้“ เมื่อถามว่ามองคนที่ปล่อยข่าวนี้ออกมาต้องการอะไร อนุทิน กล่าวว่า ”ก็นั่นนะซิ ฉะนั้นผู้สื่อข่าวต้องกรองใครปล่อยข่าวแบบที่ดูแล้วยากต่อความเป็นจริงเราก็ไม่ต้องไปขยายความต่อหรือนำมาสอบถามต่อ เพราะอย่างเรื่องนี้ถ้าถามผม ศูนย์เลยนะเพราะไม่ได้ให้เวลาแม้แต่วินาทีเดียว” เมื่อถามว่าเรื่องนิรโทษกรรมจะเป็นเผือกร้อนหรือไม่เพราะมีรายชื่อเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ นายอนุทินกล่าวว่า ตามกฎหมาย มีกฎหมายมีขั้นตอนการปฏิบัติมีลำดับ หนึ่ง สอง สาม มีขั้นตอน ถ้าทุกอย่างเข้าเกณฑ์ก็ดำเนินการ ถ้าเข้าเกณฑ์ไม่ได้ก็ดำเนินการไม่ได้กฎหมายมันชัดเจน ในยุคที่ตนเป็นรัฐบาลต้องไม่มีคำว่าออกซ้ายก็ได้ออกขวาก็ได้ ดำก็ต้องดำเลย ขาวก็ต้องขาวเลยไม่มีการยัดข้อหา ไม่มีการสร้างข้อมูลเป็นเท็จไปกล่าวหาบุคคลที่บริสุทธิ์และไปทำให้เขามีเรื่องมีคดีเพื่อไปต่อรอง ไม่มีผู้ชาย 100%
เมื่อถามย้ำว่าทักษิณ ไม่ได้มาพูดคุยในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่าไม่มี เมื่อถามอีกว่าไม่เคยเจอกับนายทักษิณ เป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่มีเรื่องนี้ครับ”
ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยจะโหวตให้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่นั้น พรรคร่วมรัฐบาล และตนเองก็ได้รับการยืนยันทุกครั้งที่เจอกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีของตนพบกันทุกสัปดาห์ทุกคนบอกว่าในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนกันไม่มีแต่ไม่มีเอ๊ะอะไร ไม่มีพูดถึงเรื่องขอฟังก่อนแล้วไปพิจารณาไม่มี เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลสองพรรคยังคงเป็นสองพรรคต่อไป
อนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นพรรคร่วมอยู่แล้วพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนี้ เมื่อถามว่าทางการเมืองมีความกังวลอะไรหรือไม่เพราะเริ่มมีการเคลื่อนไหว อนุทิน กล่าวว่าไม่กังวล ก่อนกล่าวติดตลกหยอก 'พัฒนา พร้อมพัฒน์' รมว.สาธารณสุข ที่ยืนข้างหวังว่า ทำไมคนนี้ไม่โดน ก่อนหันไปถาม 'ทรงศักดิ์ ทองศรี' รองนายกฯว่าโดนหรือไม่ เมื่อทรงศักดิ์ ตอบว่า "โดน" นายกฯ จึงกล่าวว่า ก็ไม่กังวลเพราะทุกคนทำงานหนักมากทรงศักดิ์ ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่อีสานที่ท่านดูแลตลอด ทำงานให้ประชาชนถ้าจะโดนกล่าวหาอะไรท่านก็น่าจะตอบได้ รวมถึง 'สุชาติ ชมกลิ่น' รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เช่นกัน รวมถึงตน แต่ต้องพูดถึงเรื่องการทำงาน พูดเรื่องสิ่งทีเกิดขึ้นแล้วสามารถพิสูจน์ได้ แต่ถ้ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานมายืนยัน ตนก็ไม่มี ไม่ทราบว่าจะไปพิสูจน์อะไรได้ สิ่งที่จะพิสูจน์ได้ต้องมีการยืนยันหลักฐานให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายได้นำหลักฐานมายืนยัน
เมื่อถามถึงกรณี 'มโน เคลือแก้ว' กำนันต.กระบี่น้อย จ.กระบี่ แกนนำเครือข่ายภาคประชาชนภาคใต้ ระดมรถ 1,000 คันมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลวันที่ 5 พ.ย. ว่า เป็นสิ่งที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจะดำเนินการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เมื่อถามว่าแกนนำส่วนใหญ่เป็นผู้นำท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้เข้าไปพูดคุยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่าฝ่ายปกครองคือกระทรวงมหาดไทย เมื่อถามว่าการที่บอกว่ามีผลงานเยอะการทำงานในสภาฯก็ส่วนหนึ่งแต่นอกสภาฯกำลังจะมีการเดินขบวนมาทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่าขอให้อยู่ในสิทธิ อยู่ในกรอบสิทธิประชาชนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เราเปิดกว้างอยู่แล้ว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ขณะที่ 'อนุทิน' เป็นประธานเปิดศูนย์โรคหัวใจ เมตตา สุคโต โรงพยาบาลหนองคาย และร่วมพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน (คทช.) โดยกล่าวถึงการเปิดศูนย์โรคหัวใจว่า จะช่วยให้ประชาชนในหนองคายและจังหวัดใกล้เคียงเข้าถึงการรักษาใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางไปรับบริการในจังหวัดอื่น ช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
อนุทินยังกล่าวถึงบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ว่า ตนเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่มีทางลืม อสม. เพราะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าจะดูแลอย่างเต็มที่เมื่อมีโอกาสและช่องทาง โดยกล่าวว่า “ไม่มี อสม. ก็เป็นนายกฯ ไม่ได้” และย้ำว่าไม่มีวันลืม อสม.




