‘รบ.จากุซซี' ไร้คลื่นใต้น้ำ ไม่ปฏิเสธ ‘กล้าธรรม’ ร่วม รบ.

24 ต.ค. 2569 - 13:31

  • ‘อนุทิน’ ย้ำรัฐบาลไร้คลื่นใต้น้ำ ชูความร่วมมือพรรคร่วมและ ครม. มืออาชีพ

  • พร้อมเปิดทาง ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาล หากมีเงื่อนไขเหมาะสม

  • ส่วน 'ศึกซักฟอก' ขอรอดูสถานการณ์

‘รบ.จากุซซี' ไร้คลื่นใต้น้ำ  ไม่ปฏิเสธ ‘กล้าธรรม’ ร่วม รบ.

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “คุยกับ ครม. อนุทิน” ในจังหวะที่เริ่มมีกระแสจับตาความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองนอกกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม

อนุทิน กล่าวถึงกรณีความเป็นไปได้ในการเพิ่มพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ในทางการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด แต่การตัดสินใจต้องไม่เกิดขึ้นเพื่อสยบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องมองประโยชน์ประเทศเป็นหลัก

เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลซึ่งมีพรรคร่วมหลัก 2 พรรค มีโอกาสเพิ่มพรรคที่ 3 หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า การเป็นรัฐบาล นอกจากทำงานให้ประชาชนและประเทศแล้ว ยังต้องสร้างความเข้มแข็งและเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถผลักดันนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด

“ในทางการเมือง ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด แต่ไม่ใช่เพื่อเป็นการสยบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล ความมีเสถียรภาพให้สูงสุด เพื่อที่เราจะได้ผลักดันนโยบายต่างๆ ของเราให้มันเป็นรูปธรรม”

— อนุทิน กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสความร่วมมือกับพรรคกล้าธรรม อนุทิน ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ โดยระบุว่า ต้องพิจารณาทั้งสถานการณ์ ความจำเป็น ความร่วมมือ ความเข้าใจ รวมถึงผลลัพธ์ว่าประเทศและประชาชนจะได้อะไร รัฐบาลจะแข็งแรงขึ้นหรือไม่ และคนที่จะเข้ามามีศักยภาพช่วยงานเพียงใด

โดยหากเงื่อนไขดังกล่าวเข้าเป้าหมายหลัก ทั้งประโยชน์ประเทศ ประโยชน์ประชาชน และความเข้มแข็งของรัฐบาลโอกาสที่มันเกิดขึ้นก็มี แต่ยังไม่ควรตั้งสมมุติฐานล่วงหน้า เพราะทุกการตัดสินใจต้องมีเหตุและสถานการณ์ประกอบก่อนจะนำไปสู่ผลทางการเมือง

ส่วนกรณีถูกถามว่า หากพรรคกล้าธรรมลงมติไว้วางใจรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น จะถือเป็นการเปิดประตูสู่การเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องรอให้เหตุเกิดขึ้นก่อน จึงค่อยพิจารณาผลที่ตามมา

อนุทิน กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือว่าเป็นกระบวนการตามระบบรัฐสภา และเป็นสิทธิของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่ต้องการวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมเลือกใช้ผลงานและสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการเป็นคำตอบต่อประชาชนมากกว่าเปิดการปะทะทางการเมือง

“ตรงนั้นเป็นกระบวนการในระบบรัฐสภา ผมไม่วิพากษ์วิจารณ์ ผมถือว่าพวกเขาใช้สิทธิ์ของพวกเขา ซึ่งเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ”

อีกช่วงหนึ่ง อนุทิน กล่าวถึงความสัมพันธ์ภายในรัฐบาล หลังถูกถามถึงกระแสคลื่นใต้น้ำ โดยยืนยันว่าไม่มีปัญหาระหว่างพรรคร่วม และระบุด้วยอารมณ์ขันว่า หากมีคลื่นก็เป็น “ระบบจากุซซี” ที่ช่วยสนับสนุนให้การทำงานเดินหน้า ไม่ใช่ความขัดแย้งภายใน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มีพรรคหลัก 2 พรรค แต่เมื่อเข้าสู่คณะรัฐมนตรีแล้ว ทุกโครงการที่ต้องผ่านมติ ครม. ถือเป็นผลงานของรัฐบาลร่วมกัน ไม่มีการแบ่งว่าเป็นผลงานของพรรคใด เพราะเป้าหมายสุดท้ายคือประชาชนและประเทศ ไม่ใช่การแข่งขันกันเอาหน้าทางการเมือง

โดยได้ยกโครงการป่าสัก–เจ้าพระยา–อ่าวไทย วงเงิน 165,000 ล้านบาท ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้นเป็นตัวอย่าง โดยระบุว่า หากรัฐบาลมัวคิดว่าเป็นผลงานของพรรคใด โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้อาจเดินหน้าไม่ได้ แต่รัฐบาลเลือกผลักดันเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว

“วันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมคิดการเมืองก่อนไม่ได้ ผมต้องคิดถึงบ้านเมืองก่อน ไม่ใช่การเมือง”

อนุทิน ได้ประเมินผลงานรัฐมนตรีมืออาชีพจากภายนอกว่าเป็นที่น่าพอใจ โดยกล่าวถึง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว , ปกรณ์ นิลประพันธ์ , เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ , ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ว่าแต่ละคนมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

โดยมองว่า จุดแข็งของ ครม. คือการผสมคนจากภาคการเมือง ภาคราชการ และภาคมืออาชีพเข้าด้วยกัน คนจากการเมืองมีความใกล้ชิดประชาชน ขณะที่คนจากระบบราชการและวิชาชีพเข้าใจข้อจำกัดของกฎหมายและกลไกรัฐ สามารถช่วยกันหาทางออกเพื่อผลักดันนโยบายได้

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ตลอดการประชุม ครม. ไม่เคยมีความขัดแย้งจนเป็นปัญหาต่อการทำงาน และพรรคร่วมให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยมองว่าความมีเสถียรภาพทางการเมืองเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสามารถวางนโยบายระยะกลางและระยะยาว รวมถึงผลักดันมาตรการต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์