ถอดรหัส ‘รัฐบาลหนู’ ยังเริงร่า? แม้เจอมรสุมรอบด้าน

24 ก.ค. 2569 - 19:30

  • แม้ ‘รัฐบาลอนุทิน’ จะเผชิญแรงกดดันระลอกใหญ่ทั้งคดี “ฮั้ว สว.” ปม “บัตรคนจน” และปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า

  • แต่ผู้นำรัฐบาลยังคงเดินหน้าอย่างมั่นใจ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และคำถามเรื่องประสิทธิภาพการบริหาร

  • ถอดรหัสเหตุผลที่ “หนูยังเริงร่า” เพราะแต้มต่อทางการเมืองอาจแข็งแกร่งกว่าที่หลายคนคิด

ถอดรหัส ‘รัฐบาลหนู’ ยังเริงร่า? แม้เจอมรสุมรอบด้าน

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จะเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งข้อครหาทางการเมือง ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน และสัญญาณเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วง แต่ภาพที่ปรากฏกลับเป็นรัฐบาลที่ยังคงเดินหน้าต่ออย่างมั่นใจ จนเกิดคำถามว่าเหตุใด “นายกฯ หนู ยังเริงร่า” ท่ามกลางมรสุมที่โหมกระหน่ำจากหลายทิศทาง

วงสนทนาในรายการ Deep SPACE Special วิเคราะห์ตรงกันว่า ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่การคลี่คลายปัญหา แต่เป็นเพราะรัฐบาลยังมีฐานอำนาจทางการเมืองที่แข็งแรงเพียงพอจะรับมือแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในเวลานี้

ปมการเมืองและการจัดวางรัฐมนตรี ถูกตั้งคำถามหนัก

หนึ่งในประเด็นที่ถูกวิจารณ์คือการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งถูกมองว่าเกิดจากการต่อรองทางการเมืองมากกว่าการคัดเลือกบุคคลตามความเหมาะสมกับภารกิจของประเทศ

ผู้ร่วมรายการตั้งข้อสังเกตว่า หลายตำแหน่งสำคัญถูกจัดสรรตามโควตาพรรคการเมือง โดยไม่ได้ยึดโจทย์การแก้ปัญหาประเทศเป็นหลัก ส่งผลให้บางกระทรวงขาดประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบาย โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน ปัญหาและข้อครหาที่เกิดขึ้นในรัฐบาลช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ยังพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีและกระทรวงในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ภาพลักษณ์ของ “ฝ่ายสีน้ำเงิน” ถูกจับตามากกว่าพรรคร่วมรัฐบาลอื่น

สื่อยังเป็นเกราะสำคัญของรัฐบาล

อีกเหตุผลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ “บทบาทของสื่อมวลชน”

ผู้ร่วมรายการมองว่า หากเป็นรัฐบาลหรือผู้นำทางการเมืองคนอื่นที่เผชิญปัญหาในระดับเดียวกัน อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงกว่านี้ แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันยังได้รับการสนับสนุนหรือการอธิบายจากสื่อบางส่วนอย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงกดดันทางการเมืองไม่รุนแรงเท่าที่ควรจะเป็น

พร้อมกันนั้นยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า สื่อควรทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐอย่างตรงไปตรงมา เพราะหากละทิ้งบทบาทดังกล่าว ระบบถ่วงดุลทางการเมืองจะอ่อนแอลง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพประชาธิปไตยในระยะยาว

เสียงในสภาฯ ยังแน่น ต่อให้ซักฟอกก็ล้มรัฐบาลยาก

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้นายกรัฐมนตรียังคงมั่นใจ คือความแข็งแกร่งของเสียงสนับสนุนในรัฐสภา

ผู้ร่วมรายการประเมินว่า แม้ฝ่ายค้านจะเตรียมข้อมูลจำนวนมากเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ภายใต้โครงสร้างรัฐบาลผสมในปัจจุบัน โอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางอำนาจผ่านกลไกรัฐสภายังมีน้อย เพราะพรรคร่วมรัฐบาลยังมีแรงจูงใจที่จะรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลไว้

นอกจากนี้ พรรคฝ่ายค้านเองก็ยังไม่สามารถสร้างภาพของ “ทางเลือกใหม่” ที่ชัดเจนได้ ขณะที่หลายพรรคยังอยู่ในช่วงสะสมพลังทางการเมือง ส่งผลให้รัฐบาลยังไม่เผชิญแรงท้าทายที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนขั้วอำนาจในระยะสั้น

ศึกใหญ่รออยู่หลังเปิดสภาฯ

แม้รัฐบาลจะยังมีเสถียรภาพ แต่ช่วงเปิดสมัยประชุมสภาฯ ครั้งถัดไปจะเป็นบททดสอบสำคัญ เพราะต้องเผชิญกับหลายวาระสำคัญ

  • การติดตามการใช้วงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท
  • แผนลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน
  • การพิจารณางบประมาณรายจ่าย
  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
  • การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ผู้ดำเนินรายการมองว่า นายกรัฐมนตรีซึ่งผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ย่อมตระหนักถึงความท้าทายเหล่านี้เป็นอย่างดี แต่ยังเชื่อว่ารัฐบาลมีศักยภาพเพียงพอที่จะประคับประคองสถานการณ์ต่อไปได้

ตัวเลขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง

นอกจากประเด็นการเมืองแล้ว เศรษฐกิจยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเผชิญ

ผู้ร่วมรายการหยิบยกข้อมูลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นมาวิเคราะห์ โดยพบว่ามีประชาชนจำนวนมากที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยแรงงาน

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า มีประชาชนราว 11 ล้านคนที่มีรายได้ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี ขณะที่กลุ่มอายุ 41-50 ปี มีมากกว่า 2.8 ล้านคน และกลุ่มอายุ 51-60 ปี มีมากกว่า 4 ล้านคน ซึ่งล้วนอยู่ในวัยที่ควรเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจประเทศ

ผู้ร่วมรายการตั้งคำถามว่า ประเทศไทยจะสามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง หรือก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้อย่างไร หากยังมีประชากรวัยทำงานจำนวนมากที่มีรายได้ต่ำและต้องพึ่งพาสวัสดิการจากภาครัฐ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การช่วยเหลือ แต่อยู่ที่การสร้างผลิตภาพ

วงสนทนายังมองว่า การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการแจกสวัสดิการ

โจทย์สำคัญคือการยกระดับผลิตภาพแรงงานและสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเพิ่มรายได้จนหลุดพ้นจากระบบสวัสดิการได้ในอนาคต หากรัฐยังใช้วิธีเยียวยาระยะสั้นเพียงอย่างเดียว โดยไม่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ปัญหาความยากจนจะยังคงอยู่ต่อไป และภาระงบประมาณของรัฐจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

แรงงานต่างชาติ นอมินี และเศรษฐกิจสีเทา ถูกมองเป็นความเสี่ยงระยะยาว

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ผู้ร่วมรายการมองว่า ในหลายภาคส่วน แรงงานต่างชาติกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น ขณะที่คนไทยจำนวนไม่น้อยกลับหลุดออกจากระบบการผลิตหรือมีรายได้ต่ำกว่าศักยภาพ

พร้อมกันนั้นยังมีความกังวลต่อปัญหานอมินี ธุรกิจสีเทา และช่องโหว่ทางกฎหมาย ซึ่งถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว

“เริงร่า” เพราะการเมืองยังคุมเกมได้ แต่เศรษฐกิจคือโจทย์ใหญ่ที่หนีไม่พ้น

บทวิเคราะห์ในรายการชี้ว่า เหตุผลที่ “รัฐบาลอนุทิน” ยังคงแสดงความมั่นใจท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ไม่ได้หมายความว่าปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่เกิดจากการที่รัฐบาลยังมีฐานอำนาจทางการเมืองที่แข็งแรง ทั้งเสียงสนับสนุนในสภา ความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล และการที่ฝ่ายค้านยังไม่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองได้มากพอ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่การอภิปรายในสภาหรือเกมต่อรองทางการเมือง แต่อยู่ที่ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ซึ่งสะท้อนผ่านจำนวนผู้มีรายได้น้อยที่เพิ่มขึ้น คุณภาพแรงงานที่ถดถอย และความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่กำลังถูกตั้งคำถาม

หากรัฐบาลไม่สามารถเปลี่ยนมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นให้กลายเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวได้ ความกดดันในอนาคตอาจไม่ใช่เพียงแรงวิจารณ์ทางการเมือง แต่จะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและทิศทางเศรษฐกิจไทยโดยตรง

View post on Facebook

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์