นายกรัฐมนตรียืนยันรัฐบาลพร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน หลังมีกระแสข่าวเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 โดยระบุว่ารัฐบาลไม่มีเกมการเมืองและพร้อมชี้แจงทุกข้อสงสัย พร้อมโต้ข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่พร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 โดยยืนยันว่าได้แสดงความพร้อมตั้งแต่วันที่ 27-29 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ฝ่ายค้านเป็นฝ่ายเดินออกจากวงหารือ ก่อนจะเลื่อนการอภิปรายไปเป็นเดือนธันวาคม
ขณะที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าพรรคยังมุ่งเป้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และรอความชัดเจนจากผู้นำฝ่ายค้านเกี่ยวกับแนวทางการอภิปรายตามมาตรา 152
‘อนุทิน’ ย้ำรัฐบาลไม่มีเกม พร้อมเปิดให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า รัฐบาลไม่มีเกมการเมืองใด ๆ และดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านซักถาม โดยรัฐบาลจะชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ อย่างชัดเจน
ส่วนการยื่นญัตติดังกล่าวมีความจำเป็นหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ยื่นญัตติ
โต้ ‘ณัฐพงษ์’ ปมเลื่อนซักฟอก ยืนยันรัฐบาลพร้อมตั้งแต่ 27 ต.ค.
เมื่อถามถึงกรณี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่านายกรัฐมนตรีไม่มีความพร้อม จึงต้องเลื่อนการอภิปรายไปเป็นเดือนธันวาคมนั้น อนุทินหัวเราะก่อนตอบโต้ว่า “ผู้ที่ไม่พร้อมคือใคร?” พร้อมวิจารณ์ว่าเป็นการสะท้อนวุฒิภาวะของผู้นำฝ่ายค้านที่มอบหมายให้บุคคลอื่นไปเจรจาเรื่องเวลา แต่ไม่ได้ติดตามหรือกำหนดแนวทางให้ชัดเจนว่าต้องการผลลัพธ์อย่างไร
นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากการหารือเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ขณะนี้อาจได้ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว เพราะเมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติมา รัฐบาลก็ตอบสนองทันทีและยืนยันความพร้อมสำหรับวันที่ 27-29 ตุลาคมที่ผ่านมา
อนุทินกล่าวว่า ในการหารือเรื่องกำหนดเวลานั้น ฝ่ายที่เดินออกจากวงหารือคือฝ่ายค้าน ขณะที่รัฐบาลเตรียมพร้อมรับการอภิปราย โดยรัฐมนตรีทั้ง 18 คน รวมถึงคณะรัฐมนตรีที่เหลือ ต่างอยู่ในประเทศเพื่อรอการชี้แจง แต่สุดท้ายการอภิปรายกลับไม่เกิดขึ้น
“ผู้สื่อข่าวก็เหมือนกัน ถามก็ถามแบบไม่กรองมาก่อน ใครพูดอะไรมาก็เอามาถาม ก็เห็นอยู่แล้วว่าคนที่วอล์กเอาต์และไม่ยอมจบก็คือฝ่ายค้าน รัฐบาลก็นั่งรอเก้ออยู่ เปลี่ยนทุกอย่าง รัฐมนตรีทั้ง 18 คน ครม.ที่เหลือก็อยู่ในประเทศ ก็รอการซักฟอก แล้วก็ไม่เกิดขึ้น แล้วทางฝ่ายค้านก็กลับมาบอกว่าจะอภิปราย ซึ่งตอนนี้เร็วที่สุดก็คือวันที่ 6 ธันวาคม รัฐบาลก็เร่งแจ้งประธานสภาไป ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลที่ไม่พร้อม”
ซัดผู้นำฝ่ายค้านข้อมูลไม่ครบ “พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น”
อนุทินกล่าวต่อว่า ผู้นำฝ่ายค้านมักให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน และนำเสนอเรื่องราวในลักษณะที่เข้าข้างตนเอง พร้อมระบุว่าตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเป็นตำแหน่งสำคัญในระดับเดียวกับนายกรัฐมนตรี จึงควรมีวุฒิภาวะและควบคุมอารมณ์ ไม่ควรนำความโกรธหรือความไม่พอใจส่วนตัวมาปะปนกับประเด็นของประเทศ
“ผู้นำฝ่ายค้านท่านก็เป็นอย่างนี้ทุกที ข้อมูลไม่ครบ พูดอะไร แต่ละเรื่องก็พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ก็เป็นนิสัยเขาอย่างนี้ เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ วุฒิภาวะต้องข่มจิตข่มใจ ไม่เอาความโกรธ หรือความไม่พอใจส่วนตัว มาพูดในเรื่องของบ้านของเมือง”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผู้นำฝ่ายค้านไม่ควรพูดโดยขาดการไตร่ตรองเพียงเพราะมีไมโครโฟนอยู่ตรงหน้า เนื่องจากผู้รับฟังคือประชาชนทั่วประเทศ แม้จะอยู่ในบทบาทฝ่ายค้านก็ควรนำเสนอข้อมูลที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ และช่วยสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
มั่นใจรัฐมนตรีคนนอกชี้แจงได้ ย้ำทำงานด้วยความทุ่มเท
เมื่อถามถึงความกังวลว่ารัฐมนตรีคนนอกบางคนอาจยังไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมากพอสำหรับการชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทินกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องมีความเจนจัดทางการเมือง เพราะรัฐมนตรีทุกคนทำงานด้วยความทุ่มเท ภายใต้นโยบายและเจตนารมณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน
นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า หากรัฐมนตรีทำงานด้วยเจตนารมณ์ที่ดี ก็สามารถอธิบายและชี้แจงข้อกล่าวหาต่าง ๆ ได้ตามสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
‘กรณ์’ ชี้ ‘ประชาธิปัตย์’ ยึดเป้าหมาย ‘ม.151’ รอความชัดเจนปม ‘ม.152’
ด้านกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนธันวาคม ว่า เรื่องดังกล่าวควรหารือกับวิปของพรรคประชาธิปัตย์ก่อน โดยเท่าที่ทราบยังไม่มีการพูดคุยในประเด็นนี้
กรณ์ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ตามวันเวลาที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของพรรคในขณะนี้
เมื่อถามว่าหากพรรคประชาชนเข้ามาหารือเรื่องการอภิปรายตามมาตรา 152 พรรคประชาธิปัตย์พร้อมร่วมดำเนินการด้วยหรือไม่ กรณ์กล่าวว่า ต้องรอฟังเป้าหมายและเหตุผล รวมถึงรอความชัดเจนจากผู้นำฝ่ายค้านว่ามีความตั้งใจอย่างไร
พร้อมย้ำว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนแล้วเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ทั้งในเรื่องเป้าหมายและกำหนดเวลา จึงยังให้ความสำคัญกับการอภิปรายดังกล่าวเป็นหลัก




