โกงในโกง! แฉ 'นักวิ่ง' ถอดชื่อ 'โกงสอบท้องถิ่น' จ่าย 3-5 แสนบาท ตัดวงจร 'เงินซื้อได้ทุกอย่าง'

21 ก.ค. 2569 - 15:56

  • โกงในโกง! เปิดโปง 'ทุจริตสอบท้องถิ่น' แฉวิ่งเต้น 3-5 แสนบาท ถอนพ้น 5,924 รายชื่อ งกมธ.ปราบโกง' จี้แก้ต้นน้ำ รื้อตรวจข้อสอบใหม่ คืนความยุติธรรม สกัดวงจร 'เงินซื้อทุกอย่าง'

โกงในโกง! แฉ 'นักวิ่ง' ถอดชื่อ 'โกงสอบท้องถิ่น' จ่าย 3-5 แสนบาท ตัดวงจร 'เงินซื้อได้ทุกอย่าง'

ปัญหาการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่น ภายหลังปรากฏข้อมูลความผิดปกติและการเปลี่ยนผลสอบรวมแล้วกว่า 5,924 รายชื่อ ที่บรรจุเป็นข้าราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยกับ SPACEBAR ถึงเบื้องหลังกระบวนการตรวจสอบ การกระทำผิดเชิงระบบ และแนวทางการแก้ไขปัญหานี้

เบื้องหลัง 'วิ่งเต้น' ลบรายชื่อ

ในกระบวนการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่ มีกระแสข่าวว่ามีความพยายามวิ่งเต้นเพื่อนำรายชื่อออกจากกลุ่มผู้กระทำผิด ซึ่ง อาสพลธ์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ว่า

แม้ยังไม่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอาญา แต่มีความพยายามวิ่งเต้นจริง เหตุผลเพราะหากสามารถถอนรายชื่อออกจากกลุ่ม 5,924 รายนี้ได้ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไม่สามารถดำเนินคดีอาญาได้ และพวกเขาก็จะยังคงรับราชการต่อไปได้ แต่ความพยายามนี้ไม่มีทางสำเร็จ เพราะเรื่องนี้อยู่ในสายตาของสังคมตลอดเวลา ใครจะกล้าทำ

สำหรับกระแสข่าวเรื่องวงเงินการวิ่งเต้นสูงถึง 300,000 - 500,000 บาท นั้น อาสพลธ์ ระบุว่า

ในการประชุม กมธ.ป.ป.ช. สัปดาห์ที่ผ่านมา มีกรรมาธิการท่านหนึ่งแจ้งในที่ประชุมว่า ได้รับข้อมูลเรื่องการวิ่งเต้นจ่ายเงิน 300,000 ถึง 500,000 บาท เพื่อให้หลุดจากรายชื่อกลุ่ม 5,000 กว่ารายดังกล่าว 

ที่ประชุมจึงมีมติขอรายชื่อทั้งหมดจาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มาตรวจสอบ

เครือข่ายทุจริต จาก 'ท้องถิ่น' ถึง 'ระดับสูง'

เมื่อเจาะลึกถึงรูปแบบ วิธีการวิ่งเต้น และขอบเขตการกระทำผิด อาสพลธ์ มองว่า เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าระดับปฏิบัติการจะดำเนินการได้เพียงลำพัง

เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าที่กรรมการ กสถ. คนใดคนหนึ่ง หรือตัวผู้สอบจะทำได้เอง เนื่องจากมีหน่วยงานตรวจสอบจากกระทรวงเข้ามาร่วมตรวจด้วย รายชื่อ 5,000 กว่ารายนี้คือผู้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นไปแล้ว ทั้งที่ตามข้อเท็จจริงพวกเขาสอบไม่ผ่าน 

แต่ผลกลับออกมาว่าสอบผ่าน ซึ่งขัดแย้งกับกระดาษคำตอบอย่างชัดเจน กรณีที่มีการวิ่งเต้น จึงน่าจะมาจากความเคยชินของกลุ่มคนที่เคยทำสำเร็จมาก่อน แล้วพยายามทำซ้ำ

สำหรับพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ อาสพลธ์ ยืนยันว่า มีพยานหลักฐานดำเนินคดีในระดับท้องถิ่นอย่างชัดเจน

ในส่วนของ จ.ศรีสะเกษ ยืนยันได้ชัดเจน เพราะปัจจุบันเรามีเอกสารบันทึกการแจ้งความร้องทุกข์คดีทุจริตสอบท้องถิ่นของตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งระบุรายชื่อผู้จ่ายเงินและผู้ถูกกล่าวหารวม 19 บันทึกแจ้งความ 

โดยมี 1 สำนวน ที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ในรายชื่อปรากฏทั้งนายก อบต. , นายกเทศมนตรี ไปจนถึง ข้าราชการระดับปลัด ซึ่งเป็นการกระทำผิดในระดับท้องถิ่นที่เริ่มทำกันมาก่อนการสอบปี 2568

นอกจากนี้ ในมุมมองของกรรมาธิการ การแก้ไขผลสอบในระดับมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบ ย่อมต้องเชื่อมโยงกับข้าราชการระดับสูง

ฝั่งผู้รับจ้างจัดสอบคือ มศว หากจะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขเพื่อรับรองให้คนสอบตกกลายเป็นสอบผ่าน ลำพังการติดต่อแค่ผู้อำนวยการกลุ่มงาน คงไม่มีใครกล้าทำ แสดงว่าต้องมีความมั่นใจว่าได้ตกลงกับข้าราชการระดับสูงกว่านั้น 

ไม่ว่าจะเป็นระดับ รองอธิบดี หรือ อธิบดี คำถามคือ เมื่อระดับบริหารรับรู้แล้ว จะไม่มีการรายงานต่อผู้บังคับบัญชาชั้นสูงขึ้นไปอีกหรือ การจะจับกุมให้ได้ทั้งหมดจึงต้องสืบสวนไล่สายจากล่างขึ้นบน ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจและ ป.ป.ช. ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายกำลังทำงานอย่างเต็มที่

2 ทางออกในอนาคต

เมื่อย้อนกลับไปดูรากเหง้าของปัญหา อาสพลธ์ เล่าถึงวิวัฒนาการของการจัดสอบท้องถิ่นว่า เคยมีการปรับเปลี่ยนระบบเพื่อแก้ปัญหาทุจริตมาแล้วในอดีต

ปัญหาการโกงสอบท้องถิ่นมีมาตั้งแต่ก่อนมีคำสั่ง คสช. ที่ 8/2560 ยุคนั้นแต่ละจังหวัดจะจัดสอบและว่าจ้างมหาวิทยาลัยกันเอง จนเคยมีข่าวทุจริตที่ นายก อบต. ถูกศาลตัดสินจำคุกถึง 381 ปี 

ต่อมาในยุค คสช. จึงได้ดึงอำนาจการจัดสอบกลับมาไว้ที่ส่วนกลางให้ กสถ. เป็นผู้จัดสอบ โดยหวังว่าปัญหาจะจบ

แต่กลายเป็นว่ายังคงมีการร้องเรียนเรื่องคนจ่ายเงินสอบได้ คนไม่จ่ายสอบตกมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาเราทำอะไรไม่ได้เพราะผลประโยชน์ยังลงตัว จนกระทั่งครั้งนี้เรื่องแดงขึ้นมา เพราะผลประโยชน์ขัดกัน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในการสอบครั้งต่อไป อาสพลธ์ ได้เสนอทางออกไว้ 2 แนวทางหลัก

  1. โอนย้ายให้สำนักงาน ก.พ. เป็นผู้จัดสอบ อาสพลธ์ มองว่าถือเป็นโชคดีที่ ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งสามารถแก้ไขเพิ่มเติมมาตราให้สำนักงาน ก.พ. มีอำนาจจัดสอบได้ เมื่อ สว. พิจารณาเสร็จส่งกลับมาให้ สส. ยืนยัน และนำขึ้น ทูลเกล้าฯ ประกาศใช้ เราก็มาแก้ไขกฎหมาย ก.พ. รองรับต่อไป เพราะปัจจุบันการสอบข้าราชการพลเรือนของ ก.พ. แทบไม่มีข่าวเรื่องการทุจริตเลย
  2. ปรับระบบตรวจและเปิดเผยคะแนน (Open Data) ชี้ให้เห็นว่า หากยังให้ส่วนกลางจัดสอบตามเดิม เมื่อตรวจข้อสอบเสร็จสิ้น ต้องนำผลคะแนนขึ้นระบบเปิดเผยทันที เพื่อให้ผู้สอบทุกคนตรวจสอบและเรียงลำดับคะแนนของตนเองได้ ปัญหาปัจจุบันคือ เมื่อตรวจเสร็จก็นำข้อมูลใส่แฟลชไดรฟ์ส่งต่อ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้คะแนนเลยเว้นแต่จะยื่นอุทธรณ์ ซึ่งถือเป็นระบบปิด หากเปลี่ยนมาใช้ระบบเปิด ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น

มาตรการเร่งด่วน การคืนสิทธิให้ผู้สอบสุจริต

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการสอบรอบล่าสุด อาสพลธ์ คัดค้านการนำ "บัญชีสำรอง" มาใช้บรรจุแทน แต่เสนอให้เริ่มตรวจกระดาษคำตอบใหม่ทั้งหมดเพื่อความยุติธรรม

ไม่เห็นด้วยหาก กระทรวงมหาดไทย จะใช้บัญชีสำรอง 40,000 กว่ารายมาบรรจุ เพราะไม่มีอะไรการันตีว่ารายชื่อที่เหลือผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้วหรือยัง 

หากกลุ่ม 5,000 กว่าราย ที่มีการทุจริตมาจากกลุ่ม 15,000 รายแรก ส่วนที่เหลือในบัญชีสำรอง เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่มีการทุจริต ที่สำคัญ หากเรียกใช้บัญชีสำรอง คนที่ไม่ติดสำรองอีกนับแสนราย ซึ่งบางคนถูกระบุว่าได้ศูนย์คะแนนอย่างเป็นไปไม่ได้ ก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรม

วิธีที่ดีที่สุด คือ การนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำ เนื่องจากเรามีกระดาษคำตอบฉบับจริงที่ยังไม่ถูกแก้ไขอยู่แล้ว การนำเข้าเครื่องตรวจใหม่ใช้เวลาไม่นาน จากนั้นทำการคัดกรองผู้ทุจริตออก 

หลังจากนั้น จัดเรียงลำดับคะแนนของผู้บริสุทธิ์ใหม่ เพียงเท่านี้คนที่สอบด้วยความสุจริตและสมควรได้รับตำแหน่งตั้งแต่แรก ก็จะได้รับสิทธิ์ในการบรรจุอย่างถูกต้อง

อาสพลธ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงผลกระทบหากปล่อยให้ขบวนการวิ่งเต้นทุจริตประสบความสำเร็จ รวมถึงความตั้งใจในการทำงานของคณะกรรมาธิการ

หากการวิ่งเต้นครั้งนี้สำเร็จ ในอนาคตทุกคนก็ต้องจ่ายเงินกันหมด เพราะกรณีนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐาน ขนาดสื่อมวลชนและสังคมจับตาดูอย่างใกล้ชิด ยังสามารถวิ่งเต้นหลุดออกจากกลุ่มผู้กระทำผิด ก็เท่ากับว่า เงินซื้อได้ทุกอย่าง ต่อไปลูกหลานพ่อค้า แม่ค้า หรือ ชาวนา คงไม่ต้องอ่านหนังสือสอบ แต่ต้องขายที่นาเพื่อนำเงินมาจ่าย ประเทศไทยก็จะเข้าสู่ความล้มเหลว

กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังตามอำนาจที่มี เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใส เราต้องการเห็นผู้กระทำผิดทุกคนได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

อาสพลธ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์