เปิดผลตรวจ 100% โกงสอบท้องถิ่น

11 ก.ค. 2569 - 16:31

  • ผลตรวจสอบสอบท้องถิ่นเสร็จสิ้นครบ 100%

  • พบผู้มีความผิดปกติกว่า 5 พันราย จากผู้เข้ารับการบรรจุเกือบ 15,000 คน

  • ด้าน ‘อนุทิน’ เข้าทำเนียบฯ วันหยุดเพื่อติดตามความคืบหน้าคดี

เปิดผลตรวจ 100% โกงสอบท้องถิ่น

“คดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568” เดินหน้าเข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังผลการตรวจสอบคะแนนสอบและการบรรจุแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกเสร็จสิ้นครบ 100% ขณะที่รัฐบาลเร่งเดินหน้าสอบสวนเชิงลึกทั้งทางวินัย อาญา และเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตที่ถูกมองว่าอาจเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่

ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมด่วนที่ทำเนียบรัฐบาลในวันหยุดราชการ เพื่อติดตามความคืบหน้าการสอบสวนคดี และพิจารณาการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่พบความผิด โดยมี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

มีรายงานว่า ธีรพัฒน์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการระดับสูง 5 รายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่ถูกพาดพิงในคดีนี้ สะท้อนว่าการตรวจสอบกำลังขยับจากการค้นหาความผิดปกติของคะแนนสอบ ไปสู่การเอาผิดผู้เกี่ยวข้องในระดับผู้บริหารอย่างจริงจัง

ขณะที่ผลการตรวจสอบล่าสุดของ สถ. ครอบคลุมผู้มารายงานตัวเข้ารับการบรรจุ 14,988 ราย จากจำนวนที่เรียกบรรจุทั้งหมด 15,520 ราย พบผู้มีคะแนนปกติ 9,217 ราย หรือ 61.50% ขณะที่ตรวจพบความผิดปกติสูงถึง 5,372 ราย คิดเป็น 35.84% และยังมีกลุ่มที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 399 ราย หรือ 2.66%

เมื่อจำแนกความผิดปกติ พบว่ากลุ่มใหญ่ที่สุดคือความผิดปกติในระบบประมวลผล 3,044 ราย รองลงมาคือกรณีคะแนนในฐานข้อมูลสูงกว่าคะแนนในกระดาษคำตอบจริง 1 คะแนน จำนวน 1,522 ราย และกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ซึ่งได้คะแนนภาค ค ต่ำกว่าร้อยละ 60 หรือคะแนนภาษาอังกฤษต่ำกว่า 10 คะแนน อีก 806 ราย

ข้อมูลยังสะท้อนความแตกต่างของแต่ละศูนย์สอบอย่างมีนัยสำคัญ โดยศูนย์สอบภาคเหนือ 1 จังหวัดเชียงใหม่ มีสัดส่วนผู้ผ่านเกณฑ์ปกติสูงที่สุดที่ 79.15% ขณะที่ศูนย์สอบภาคใต้ 2 จังหวัดสงขลาพบอัตราความผิดปกติสูงที่สุดในประเทศถึง 75.96% หรือ 477 รายจากผู้ถูกตรวจสอบ 628 ราย ส่วนศูนย์สอบภาคใต้ 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช มีอัตราความผิดปกติ 74.09% และยังพบผู้ได้คะแนนภาค ค หรือภาษาอังกฤษไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำมากที่สุดในประเทศถึง 691 ราย

ปฏิบัติการกวาดล้าง “ขบวนการโกงสอบท้องถิ้น” เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการตรวจค้นและยึดพยานหลักฐาน ก่อนขยายผลสู่การตรวจสอบเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบ ขณะที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายระดับชาติ ภายใต้การกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน

ด้าน ป.ป.ช. รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ พร้อมตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดใหญ่ โดยมีผู้ถูกกล่าวหารวม 6,014 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 22 ราย นายหน้าและผู้ร่วมขบวนการ 33 ราย ส่วนที่เหลือเป็นผู้สอบผ่านที่ถูกกล่าวหาว่าได้รับการแก้ไขคะแนน ขณะที่ DSI และ ปปง. อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบพยานหลักฐานดิจิทัล เส้นทางการเงิน และความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีฐานฟอกเงินเพิ่มเติม

ส่วนทางฝั่งตำรวจ ได้เดินหน้าตรวจสอบเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องเช่นกัน หลัง ผบ.ตร.เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดกรอบการทำงาน โดยตั้งเป้าสรุปข้อเท็จจริงภายใน 20 วัน และเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน ครอบคลุมบุคคลที่อยู่ในข่ายตรวจสอบกว่า 6,000 ราย ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ภาคเอกชน และผู้เข้าสอบ

ท่ามกลางการคลี่คลายปมทุจริต ยังมีข้อครหาทางการเมืองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเมื่อ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกร้องให้ “มท.4” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ถอนตัวจากกระบวนการติดตามคดี หลังปรากฏว่า สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล หรือ “ลุงของวรศิษฎ์” ตกเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาที่ ป.ป.ช. รับไต่สวน โดยมองว่าอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนและก่อให้เกิดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

ด้าน วรศิษฎ์ ยืนยันว่าการถูกเรียกสอบไม่ได้หมายความว่ามีความผิด และตัวเองไม่มีบทบาทในการพิจารณาพยานหลักฐานหรือชี้ขาดผลสอบ เนื่องจากทำหน้าที่ในระดับนโยบายเท่านั้น พร้อมย้ำว่าไม่มีใครสามารถแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบได้ และหากมีการช่วยเหลือกันจริง ผลการตรวจสอบจำนวนมากที่ทยอยปรากฏต่อสาธารณะคงไม่ออกมาในลักษณะเช่นนี้ โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

แม้ผลตรวจสอบคะแนนสอบและการบรรจุแต่งตั้งจะแล้วเสร็จครบ 100% แต่คดีทุจริตสอบท้องถิ่นยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุด เพราะจากตัวเลขความผิดปกติกว่า 5,000 ราย และผู้ถูกกล่าวหามากกว่า 6,000 คน ทำให้การสอบสวนในระยะต่อจากนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า รัฐจะสามารถสาวไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการได้จริงหรือไม่

สิ่งที่สังคมจับตาไม่ใช่เพียงการเพิกถอนสิทธิหรือการลงโทษผู้ได้รับประโยชน์จากการแก้คะแนน แต่รวมถึงการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้มีอิทธิพล นายหน้า และเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะนี่อาจเป็นหนึ่งในคดีทุจริตการสอบราชการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี และจะเป็นบททดสอบสำคัญต่อความจริงจังของรัฐบาลในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบราชการไทย

authorities-expand-investigation-into-local-government-exam-fraud-SPACEBAR-INFO-2.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์