ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 4) ประจำปี พ.ศ. 2569 ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานสภา กทม. เข้าสู่วาระการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559
ด้วยศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 กล่าวหา ภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก.เขตยานนาวา พรรคประชาชน ว่ากระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 12 ข้อ 14 ข้อ 17 และข้อ 19
โดยระบุถึงเรื่องอันเป็นเหตุให้ต้องใช้สิทธิยื่นเรื่องร้องเรียน พร้อมทั้งข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมตามสมควรเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว กล่าวคือ การออกเสียงลงคะแนนแทน ส.ก.ท่านอื่น ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 ในการพิจารณาลงมติญัตติร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ฉบับที่... พ.ศ. ... เสนอโดย วิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน และการพิจารณา 3 วาระรวดเดียว ซึ่งเป็นการกล่าวหาถึงการกระทำในขณะที่ ภัทรศักดิ์ ดำรงตำแหน่ง ส.ก. และเป็นการยื่นร้องเรียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่มีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณเกิดขึ้น
ประกอบกับ นภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์, นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ส.ก. เขตสัมพันธวงศ์ พรรคประชาธิปัตย์, วิรัช คงคาเขตร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ และ สมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก. เขตคลองสาน พรรคประชาธิปัตย์ รวม 4 คน มีหนังสือถึงประธานสภากรุงเทพมหานคร เรื่องขอให้ตรวจสอบกรณีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนแทนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครผู้อื่น อันอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย และการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม เป็นการกล่าวหาในเรื่องเดียวกันกับศรีสุวรรณ จรรยา
สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานครได้ตรวจสอบคำร้องเบื้องต้นดังกล่าวแล้ว เห็นว่าถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา วิธีพิจารณา การสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และวิธีพิจารณาสอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2560 จึงเสนอเรื่องต่อประธานสภา เพื่อเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อ 29 แห่งข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559
กรณีมีการร้องเรียนสมาชิกตามข้อ 28 ให้สภาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจำนวน 3 คน จากสมาชิก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และเสนอความเห็นต่อประธานสภา ให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงพิจารณาเรื่องที่ได้รับร้องเรียนตามข้อบังคับนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องจากประธานสภา หากมีความจำเป็นไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการขอขยายเวลาต่อประธานสภาได้ไม่เกิน 30 วัน
สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง กลุ่ม Better Bangkok กล่าวว่า ภายหลังจากที่พูดคุยปรึกษาหารือของ ส.ก.ทั้ง 50 ท่าน โดยที่ไม่อิงพรรคการเมือง ไม่อิงกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดๆ ก็ตาม เพื่อนสมาชิกได้พิจารณาเห็นชอบร่วมกัน ที่จะเสนอชื่อกรรมการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในครั้งนี้ การตรวจสอบครั้งนี้ เป็นบทตรวจสอบที่สำคัญ ต่อความเชื่อมั่นของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งตนเองก็หวังเป็นอย่างยิ่ง ทางคณะกรรมการทั้ง 3 ท่าน ที่กำลังจะเสนอชื่อ ยึดหลักธรรมาภิบาล ความถูกต้อง ความโปร่งใส ประชาชน พ่อแม่พี่น้องที่ติดตามผลการตรวจสอบ ไม่ได้เร่งหาคำตอบ แต่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังคือความจริง
เพราะฉะนั้น คณะกรรมการทั้ง 3 ท่าน ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ทั้งเหตุผลที่สนับสนุน และเหตุผลในการโต้แย้ง สุดท้ายคือผลการตรวจสอบจะออกมาเป็นเช่นไร ขอให้ข้อเท็จจริงเป็นผู้ตรวจสอบ ขอให้ข้อเท็จจริงเป็นคำตอบสุดท้าย ไม่ใช่กระแส ไม่ใช่ความอคติ เพราะความจริงต้องอยู่เหนือทุกฝ่าย จึงเสนอ 3 รายชื่อ ดังนี้ สุชัย พงษ์เพียรชอบ ส.ก.เขตคลองเตย พรรคประชาธิปัตย์, วิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน และ อัมรินทร์ สวัสยานุภาพ ส.ก.เขตดินแดง พรรคประชาชน
ต่อมาได้เกิดการถกเถียงกันของสมาชิก อาทิ สมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นที่สนใจของสังคมเป็นอย่างมาก รายชื่อที่สุรจิตต์ได้นำเสนอ 3 ท่านนั้น ท่านบอกว่าไม่เกี่ยวกับพรรค ไม่เกี่ยวกับกลุ่ม ทุกอย่างต้องมีความซื่อสัตย์โปร่งใส แต่มีอยู่รายชื่อนึงอยู่ในพรรคเดียวกันที่มีปัญหา กลัวว่าจะเป็นที่ครหากับสังคม ต้องให้ท่านประธานพิจารณา ไม่ใช่มาบอกแบบนี้ปุ๊บ แล้วก็ยกมือรับรองหมด ตนเองไม่ได้ติดขัด เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ก็หาทางช่วยกันแก้ไขให้มันดีที่สุด ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้ดีที่สุดนั้น คือจะต้องมาจากคนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน
อดิศร ฤกษ์ลักษณี ส.ก.เขตดอนเมือง พรรคประชาชน กล่าวว่า ด้วยหลักการ เรากำลังจะตั้งคณะกรรมการ เพื่อสอบสวนไต่สวนข้อเท็จจริง เราก็เสนอ บุคคลที่เป็น ส.ก.ให้มาจากความหลากหลาย ทั้งกลุ่มความคิด เชื่อว่า ตัวแทนจากฟากฝั่งของที่ท่านกล่าวว่า เป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ที่ถูกร้องถูกส่งเข้าไปแค่ 1 ใน 3 คณะกรรมการนี้ เป็นคนแค่ไต่สวน เพื่อนำความจริงทั้งหมดมารายงานต่อสภา แล้วก็ต้องมีกระบวนการอีกมากมาย ไม่ใช่ผู้ชี้ถูกชี้ผิด เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อครับว่ากรรมการที่เราตั้งไปไม่ว่าจะมาจากกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด หรือมาจากท่านสมาชิกท่านใด ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่สำคัญต้องดำรงไว้ซึ่งความถูกต้อง และศักดิ์ศรีของสภากรุงเทพมหานคร
จากนั้น ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อบางคนได้มีการถอนตัว และได้เสนอชื่อใหม่ จนสุดท้ายที่ประชุมได้ข้อสรุป คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 ได้แก่ สุชัย, อัมรินทร์ และ สุรจิตต์




