ศึกซักฟอกรัฐบาลปลายปีอาจไม่ได้มีแค่หนึ่งเวที เมื่อกระแสฝ่ายค้านเตรียมใช้ทั้งมาตรา 151 และ 152 ในช่วงเวลาใกล้กัน จุดชนวนคำถามถึงความจำเป็นและความเหมาะสมของการใช้กลไกรัฐสภา สองญัตติที่ต่างวัตถุประสงค์จะนำไปสู่การตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น หรือกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องความซ้ำซ้อนทางการเมือง?
‘ศุภชัย’ ชี้ ม.151 กับ ม.152 เจตนารมณ์ต่างกัน ตั้งคำถามใช้กลไกซ้ำซ้อน
ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่วิปตกลงกันว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคม แต่กลับมีกระแสข่าวว่าฝ่ายค้านอาจยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 เพิ่มเติม โดยตั้งคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ หรือเป็นการใช้กลไกรัฐสภาซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น
ศุภชัยระบุว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลผ่านกลไกของรัฐสภา ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิดังกล่าวต้องพิจารณาทั้งตัวบทกฎหมายและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่พิจารณาเพียงว่ากฎหมายห้ามหรือไม่ห้ามเท่านั้น
โดยมาตรา 151 เป็นกลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ มีการลงมติ และอาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่ง ถือเป็นกลไกตรวจสอบความรับผิดชอบทางการเมืองที่มีผลสำคัญ ขณะที่มาตรา 152 เป็นการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ
ทั้งสองมาตราจึงมีความแตกต่างกันทั้งวัตถุประสงค์ วิธีการ และผลทางการเมือง โดยศุภชัยตั้งคำถามว่า หากฝ่ายค้านยื่นญัตติตามมาตรา 151 แล้ว และในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกลับยื่นญัตติตามมาตรา 152 อีก จะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่
ย้ำรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม แต่ต้องมีเหตุผลและประเด็นใหม่
ศุภชัยยอมรับว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติห้ามการยื่นญัตติทั้งสองมาตราในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงไม่อาจสรุปได้โดยอัตโนมัติว่าการดำเนินการดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ เนื้อหาของญัตติทั้งสองแตกต่างกันจริงหรือไม่ และมีความจำเป็นเพียงใดที่จะต้องใช้กลไกตรวจสอบทั้งสองครั้ง
หากมีการอภิปรายตามมาตรา 152 ไปแล้ว ก่อนจะนำเรื่องเดิม ข้อกล่าวหาเดิม และข้อเท็จจริงเดิมกลับมาอภิปรายตามมาตรา 151 โดยไม่มีประเด็นใหม่ที่มีสาระสำคัญ ย่อมเกิดคำถามถึงความเหมาะสมในการใช้กลไกรัฐสภา เพราะมาตรา 152 ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบที่สองโดยไม่มีการลงมติ
นอกจากนี้ มาตรา 154 ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับความถี่ในการเสนอญัตติอภิปรายทั่วไป ซึ่งสะท้อนถึงการคำนึงถึงความสมดุลระหว่างสิทธิในการตรวจสอบรัฐบาลกับความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน
ศุภชัยระบุว่า สิทธิของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลต้องได้รับการคุ้มครอง แต่การใช้สิทธิควรมีเหตุผล มีความจำเป็น และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หากมีข้อเท็จจริงใหม่ ปัญหาใหม่ หรือประเด็นสำคัญที่ยังไม่ได้รับคำตอบ การใช้มาตรา 152 แม้เพิ่งผ่านการอภิปรายตามมาตรา 151 มาก็อาจมีเหตุผลรองรับ แต่หากไม่มีข้อมูลใหม่และเป็นเพียงการนำเรื่องเดิมมาอภิปรายซ้ำ ก็สมควรตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการใช้เวลาและกลไกของรัฐสภา
พร้อมย้ำว่า การตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นไม่ควรวัดจากจำนวนครั้งหรือจำนวนชั่วโมงของการอภิปราย แต่ควรวัดจากข้อเท็จจริง หลักฐาน และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ โดยฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล รัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศ และรัฐสภาต้องรักษาสมดุลของอำนาจทั้งสองฝ่าย
‘ทรงศักดิ์’ ยืนยันรัฐบาลพร้อมแจง ชี้ฝ่ายค้านมีสิทธิใช้ทั้งสองมาตรา
ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมขออภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคม ว่า ได้ยินข่าวดังกล่าวเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด โดยเห็นว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดกลไกทั้งสองมาตราไว้ และเป็นสิทธิของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล
ทรงศักดิ์ยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมชี้แจงไม่ว่าจะถูกอภิปรายตามมาตราใด โดยมองว่ามาตรา 151 เป็นการอภิปรายที่มีการลงมติ ส่วนมาตรา 152 เป็นการอภิปรายโดยไม่มีการลงมติ เพื่อเสนอข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ซึ่งหากข้อเสนอใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน รัฐบาลก็พร้อมรับฟังและนำไปดำเนินการ
“ไม่ได้เสียหายอะไรเลย เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ ผมชื่นชมด้วยซ้ำว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในช่วงนี้”
เมื่อถูกถามว่าการอภิปรายในช่วงเวลาติดกันควรรวมไว้ในรอบเดียวหรือไม่ ทรงศักดิ์ระบุว่า ไม่สามารถตอบแทนฝ่ายค้านได้ และไม่ต้องการตำหนิว่าทำไมฝ่ายค้านจึงจะยื่นญัตติทั้งสองมาตรา แต่ขอให้เข้าใจข้อจำกัดของรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนที่มีภารกิจตามกำหนดการของตนเอง
ทรงศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีหลายคนได้เคลียร์งานและจัดสรรเวลาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่สามารถตกลงวันกันได้
‘สุรศักดิ์’ หวั่นอภิปรายสองวาระซ้ำประเด็นเดิม ประชาชนอาจเบื่อ
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ว่า ยังไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการอภิปรายสองวาระอาจทำให้ประชาชนเบื่อ
“จะมีเรื่องให้พูดเยอะขนาดนั้นเลยหรือ จะมาพูดก่อนตามมาตรา 152 และจะมาพูดอีกทีตามมาตรา 151 ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน คงจะต้องมีข้อมูลที่สามารถพูดได้จริง ๆ ไม่เช่นนั้นประชาชนคงจะเบื่อ ผมกลัวว่าพอพูดแล้วไม่มีข้อมูลใหม่เพิ่มใน 2 วาระ ซึ่งเป็นการพูดในเรื่องเดียวกันอาจจะทำให้คนที่ติดตามดูเห็นว่าไม่มีอะไร นอกเสียจากว่าจะมีเยอะจนเป็นเหตุผลให้สภาฯ ต้องบรรจุไว้ 2 วาระ ทั้งอภิปรายแบบลงมติและไม่ลงมติ ซึ่งอยู่ที่ฝ่ายค้าน”
อย่างไรก็ตาม สุรศักดิ์ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 จริงหรือไม่




