ครม.ไฟเขียว! ปรับทัพข้าราชการระดับสูงชุดใหญ่ ‘เซมเบ้’ นั่งอธิบดี ปภ. ‘ฉัตรชัย’ พ้นเลขา สมช.

25 ส.ค. 2569 - 14:40

  • ครม.ไฟเขียวปรับทัพข้าราชการระดับสูงชุดใหญ่ ก่อนเข้าสู่ปีงบประมาณ 2570

  • ‘ฉัตรชัย บางชวด’ พ้นเลขาฯ สมช. ‘นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร’ นั่งอธิบดี ปภ.

  • ‘กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์’ คุมสำนักข่าวกรองฯ และโยกย้ายผู้บริหารมหาดไทย 20 ตำแหน่ง

ครม.ไฟเขียว! ปรับทัพข้าราชการระดับสูงชุดใหญ่ ‘เซมเบ้’ นั่งอธิบดี ปภ. ‘ฉัตรชัย’ พ้นเลขา สมช.

ก่อนเข้าสู่ปีงบประมาณใหม่ เกม “ปรับทัพ” ข้าราชการระดับสูงเริ่มเห็นภาพชัดขึ้น เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวชุดใหญ่ ทั้งการขยับผู้บริหารด้านความมั่นคงและข่าวกรอง ไปจนถึงการสับเปลี่ยนผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย รวม 20 ตำแหน่ง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายตำแหน่ง ทั้งในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) และกระทรวงมหาดไทย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ รวมถึงการสับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่ง โดยชุดการแต่งตั้งของกระทรวงมหาดไทยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป

‘ฉัตรชัย บางชวด’ พ้นเลขา สมช. นั่งปลัดสำนักนายกฯ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทน “ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร” ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2569

ฉัตรชัยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เมื่อปี 2567 และปัจจุบันยังเหลืออายุราชการอีก 1 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 2570

กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์’ นั่งผู้อำนวยการ สขช.คนใหม่

ขณะเดียวกัน ครม.มีมติแต่งตั้ง “กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์” รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สขช.คนใหม่ แทน “ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2569

อย่างไรก็ตาม แม้ฐนัตถ์จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระเกษียณอายุราชการแล้ว แต่จะยังทำหน้าที่หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

มท.เสนอโยกย้าย 20 ข้าราชการระดับสูง

สำหรับกระทรวงมหาดไทย ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ บัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง สังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 20 ราย เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง

การโยกย้ายครั้งนี้มีทั้งตำแหน่งรองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนและทดแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยมีรายชื่อดังนี้

  1. “จำเริญ แหวนเพ็ชร” จากผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  2. “รัฐพล นราดิศร” จากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  3. “อนุพงษ์ สุขสมนิตย์” จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  4. “อโณทัย นันทมนตรี” จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  5. “ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล” จากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  6. “สมชาย ลีหล้าน้อย” จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอธิบดีกรมที่ดิน
  7. “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” จากรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  8. “ธีรพัฒน์ คัชมาตย์” จากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
  9. “ปิยะ ปิจนำ” จากผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
  10. “มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์” จากผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา
  11. “ทศพล เผื่อนอุดม” จากผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
  12. “ฉัตรประอร นิยม” จากผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
  13. “ภาสกร บุญญลักษม์” จากรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
  14. “ณัฐพงษ์ สงวนจิตร” จากผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
  15. “ชุมพิชญ์ เดชะรัฐ” จากผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์
  16. “เอกวิทย์ มีเพียร” จากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
  17. “ธนียา นัยพินิจ” จากผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี
  18. “ชาธิป รุจนเสรี” จากผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว
  19. “พิริยะ ฉันทดิลก” จากผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี
  20. “ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม” จากรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

สับเปลี่ยนหลายจังหวัดสำคัญ มีผล 1 ต.ค.นี้

การโยกย้ายครั้งนี้ทำให้เกิดการสับเปลี่ยนผู้บริหารในหลายจังหวัดสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา ปทุมธานี บุรีรัมย์ ตาก สระแก้ว และอุดรธานี รวมถึงการขยับผู้บริหารระดับจังหวัดเข้าสู่ตำแหน่งบริหารระดับกระทรวงและอธิบดีหลายกรม

ทั้งนี้ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยทั้ง 20 ราย ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป

มติ ครม.ครั้งนี้ถือเป็นการปรับทัพข้าราชการระดับสูงครั้งสำคัญก่อนเข้าสู่ปีงบประมาณ 2570 โดยเฉพาะการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย 20 ตำแหน่ง ซึ่งกำลังถูกจับตา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์