ประท้วงมาราธอน! ‘ชยพล’ ขยี้ปม ‘จนท.ภท.’ ส่อเอี่ยวโกง สว.

16 ก.ย. 2569 - 16:00

  • ประท้วงมาราธอนเกือบชั่วโมง! ‘ชยพล’ ขยี้ปม ‘จนท.ภท.’ ส่อเอี่ยวโกง สว. หัวจ่ายขบวนการฮั้ว สว. โยง สว. จังหวัดเลย 5 คน มีประวัติเกี่ยวข้องบ้านใหญ่ ‘ทิมสุวรรณ’ แถมฝากตั้งเพื่อนร่วมรุ่น ‘ธนยศ’ เป็นทีมงาน 2 คน

  • ด้าน ‘พลพีร์’ ซัดเดือดตั้งเป้าใส่ร้าย ‘ภูมิใจไทย’ จวก ‘พรรคประชาชน’ ไปขึ้นศาลพร้อมกัน นั่งเป็นเพื่อนกันในคุก

ประท้วงมาราธอน! ‘ชยพล’ ขยี้ปม ‘จนท.ภท.’ ส่อเอี่ยวโกง สว.

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชยพล สท้อนดี สส. กทม. พรรคประชาชน อภิปรายถึงมติของ กกต. โดยชี้ว่า กลุ่มที่ กกต. สั่งฟ้องส่วนใหญ่มีลักษณะร่วมคือเส้นทางการเงินที่ชัดเจนยิ่งกว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า กลายเป็นเข้าข่ายปฏิเสธไม่ได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่จะหลุดลอยไปคืออิทธิพลบ้านใหญ่ที่ใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจของพรรคภูมิใจไทย ทำให้อาจไม่มีเส้นทางการเงินชัดเจนเท่า 77 คนที่ถูกสั่งฟ้อง เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกันในหลากหลายรูปแบบมาก่อนอยู่แล้ว

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo09.png

ชยพล อ้างว่า ผู้ถูกร้องอีก 152 คนมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีหลักฐานควรสั่งฟ้องทั้งหมด โดยได้เอ่ยชื่อ รัตนา บ่อถ้ำ ที่มีชื่อปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้ง ทำให้มี สส.จากพรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่าเป็นการเอ่ยถึงบุคคลภายนอก ด้าน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้วินิจฉัยว่า ขอให้ไม่เอ่ยถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น รวมถึงขอให้ใช้ชื่อย่อแทน

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo07.png

ชยพล อภิปรายต่อไปว่า จากคำให้การของพยานรหัส 16/26 ระบุว่า ขบวนการฮั้ว สว. มีการรับเงินที่ชั้น 4 ห้องประชุมของพรรคภูมิใจไทยจากบุคคลดังกล่าว โดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ตรวจสอบให้ทุกคนลงลายมือชื่อก่อนรับเงินไป แสดงให้เห็นว่าบุคคลนี้ได้รับความไว้วางใจอย่างมาก ทั้งนี้ ยังพบว่ามีคนในขบวนการจำนวนมากมีประวัติการติดต่อกับบุคคลนั้น แต่มีเพียง 6 คน จาก 19 คนในจำนวนนั้นที่ถูก กกต. สั่งฟ้อง แล้วเหตุใดจึงไม่สั่งฟ้องบุคคลอื่นๆ ด้วย

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo05.png

ชยพล ชี้ว่า บุคคลดังกล่าวยังมีตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. ของ ชลัฐ รัชกิจประการสส.บัญชีรายชื่อ กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการตัดตอนเพื่อไม่ให้สาวถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ และยังอ้างถึงการให้สัมภาษณ์ของ ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ทำให้ ศุภชัย ลุกขึ้นประท้วงหลายครั้งว่าเป็นการพาดพิงให้เสียหายโดยไม่อยู่ในประเด็นเกี่ยวกับ กกต.

ชยพล อภิปรายต่อไปว่า หลักฐานหลายอย่างที่ค้นพบทำให้ตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. หรือมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของพรรคภูมิใจไทยกันแน่ เช่น พบโต๊ะทำงานที่มีเบาะแสหลายประการชี้ว่า อยู่ในสำนักงานของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงในรายการ ‘พรรคนี้เป็นไงบ้าง? EP.4’ ก็ทำให้เห็นโต๊ะของบุคคลนั้นอยู่ในสำนักงานใหญ่ของพรรคพอดี ซึ่งอยู่บนชั้น 4 ของสำนักงานฯ และบุคคลที่ไม่มีกิจไม่สามารถเข้าไปได้ ยกเว้นบุคลากรส่วนกลางของพรรค เพราะต้องใช้ระบบการแสกนใบหน้า

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo03.png

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการอภิปราย ได้มีการฉายภาพประกอบเป็น อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกเบลอหน้าไว้ ขณะกำลังแสกนใบหน้าก่อนเข้าไปยังสำนักงานใหญ่พรรคภูมิใจไทย ทำให้มี สส. พรรคภูมิใจไทย จำนวนมาก ประมาณ 7-8 คน ประท้วงถึงการใช้ภาพและพาดพิงถึงบุคคลภายนอกทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งใช้เวลากว่า 30 นาทีในประเด็นดังกล่าว จนกระทั่งประธานวินิจฉัยให้เลิกฉายภาพดังกล่าว

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo06.png

ทำให้ต่อมา ชยพลได้ฉายภาพต่อไปคือภาพที่บุคคลดังกล่าวโพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อปี 2563 ขณะถ่ายภาพร่วมกับบุคคลภายในที่สนามแข่งรถแห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า ตัวเองทำงานกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่งมากว่า 20 ปี คือตั้งแต่ยังไม่ก่อตั้งเป็นรูปเป็นร่างเลยด้วยซ้ำ และในภาพนั้นาได้ใส่ป้ายชื่อที่ระบุว่า เป็นเจ้าหน้าที่พรรคด้วย ทำให้สรุปได้ว่า บุคคลนั้นเป็นเจ้าหน้าที่พรรคที่มีความสำคัญมาก จึงได้มีการประท้วงกันอย่างต่อเนื่อง

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo11.png

จากนั้น ชยพล อภิปรายต่อไปถึงข้อพิรุธของการเลือก สว. ในจังหวัดเลย ซึ่งมีผู้สมัคร สว. ในลักษณะ ‘พลีชีพ’ จำนวนมากที่สุด โดยพบว่า ผู้สมัครส่วนใหญ่อยู่ในเครือข่ายของโรงโม่หิน ที่เชื่อมโยงกับตระกูลทิมสุวรรณ อีกทั้งประวัติของ สว. ตัวจริงหลายคนจากจังหวัดเลย ก็ระบุในประวัติบนใบ สว.3 ว่ามีความเชื่อมโยงเป็นลูกจ้างของโรงโม่หินตระกูลใหญ่ในจังหวัดเลย

ขณะที่ สว. อีกรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ถูกสั่งฟ้องลำดับที่ 82 พบว่ามีการแต่งตั้งผู้ช่วยประจำตัว สว. เป็นบุคคลที่มีประวัติการศึกษาร่วมรุ่นและสถาบันการศึกษาเดียวกันกับ ธนยศ ทิมสุวรรณ สส. เลย พรรคภูมิใจไทย ด้วยถึง 2 คน

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo12.png

อย่างไรก็ตาม สส. ภูมิใจไทยยังประท้วงอย่างต่อเนื่อง โดยชี้ว่าการอภิปรายพาดพิงพรรคภูมิใจไทยให้เสียหาย ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ กกต. จน พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตอบโต้หลายครั้งว่า เนื่องจาก กกต. ได้ลงมติในคดีทุจริต สว. และมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งบุคคลภายและบุคคลภายใน ที่เป็นทั้ง สส. และรัฐมนตรีด้วย

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo01.png

ช่วงหนึ่ง พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย แย้งว่า มติ กกต. ถือว่าจบไปแล้ว การนำรูปเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทย สะท้อนว่าเป็นความพยายามผลักความผิดปกติมาที่พรรคภูมิใจไทย

“เขาเรียกผมว่าลูกเทพ ทำอะไรพวกผมผิดหมด มารับตำแหน่งก็ผิด พวกท่านลูกเทวดา พูดอะไรไม่เคยผิดหรือครับ อะไรที่ทำให้พูดแล้วถูกทุกเรื่องละครับ ความสามารถท่านมีเยอะ ท่านลาออกไปสมัครเป็น กกต. สิครับ ไปตัดสินสิครับ เพื่อนสมาชิกผมคนไหนผิด กกต. ส่งศาล มีเวลาก็ไปศาลกัน พวกท่านก็รอขึ้นศาลเหมือนพวกผมเหมือนกัน ถ้าเกิดผิดกันหมดก็ไม่มีใครเหงา ผมกับนั่งเป็นเพื่อนท่านเหมือนกันแหละในคุก”

พลพีร์ กล่าว

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo02.png

พริษฐ์ จึงตอบว่า การพาดพิง สส. ของพรรคตนเองว่าเรื่องไปถึงศาลแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ แต่ปัญหาคือเรื่องของพวกท่านที่ไปไม่ถึงศาลด้วยมติของ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา และการอภิปรายถึงรัตนา ซึ่งคณะกรรมการไต่สวนและสืบสวนกลางชุดที่ 26 มีความเห็นสั่งฟ้อง ก็เพราะต้องการคำตอบจาก กกต. ว่า เหตุใดมีหลักฐานแล้วจึงไม่สั่งฟ้อง ทั้งนี้ รวมระยะเวลาที่มีการประท้วงระหว่างการอภิปรายนานกว่า 50 นาที

chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo04.png
chayapon-parliament-16sep2026-SPACEBAR-Photo10.png

ในที่สุด ชยพลจึงได้นำเสนอภาพสไลด์ภาพสุดท้าย ว่า สว. จากจังหวัดเลยอีกคน เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการคลังขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย และเมื่อสืบดูแล้วก็เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาในบิดาของธนยศ จึงเชื่อมโยงหลักฐานได้ว่า สว. ทุกคนจากจังหวัดเลยทั้ง 5 คน มีความเชื่อมโยงกับตระกูลเดียวกันทั้งหมด จึงตั้งคำถามถึงการสืบสวนของ กกต. ว่า เหตุใดจึงปล่อยให้มีการรับสมัครจนมาเป็น สว. ได้

“ทั้งหมดไม่ใช่พฤติกรรมปัจเจกบุคคล ไม่ใช่คนรู้จักที่มาสนับสนุนกันชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นความพยายามของพรรคเองหรือไม่ในการใช้เครือข่ายท้องถิ่นตามจังหวัดบ้านใหญ่ของตนเอง เพื่อจัดตั้งรวบรวมคน สัญญาผลประโยชน์จูงใจ ให้ได้มาซึ่งขบวนการฮั้ว สว. เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพรรคตนเอง”

ชยพล ระบุ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์