ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์การใช้อำนาจหน้าที่และการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองของอธิบดีกรมการปกครองเรื่องช่วยน้ำเงินด้วยว่า เบื้องต้นได้มีการชี้แจงจาก รุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต กรณีถูกสั่งย้ายด่วนแบบฟ้าผ่า หลังจากลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จากการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต
รุ่งเรืองยืนยันว่า สาเหตุการย้าย เพราะมีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นการจัดฉากเพื่อที่จะเอาออกจากพื้นที่ รุ่งเรืองยังได้เปิดเผยหลักฐานสำคัญซึ่งเป็นบทสนทนาทางไลน์ ว่าให้ช่วยน้ำเงินด้วย รุ่งเรืองได้ยืนยันต่อกรรมาธิการว่าการที่บอกว่า “100% ครับนาย” เป็นไปด้วยความตกใจในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งไม่สามารถที่จะปฏิเสธคำขอของผู้บังคับบัญชาได้
ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า ส่วนวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง ที่มาชี้แจงแทน นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงว่าโดยปกติการสั่งย้ายของกรมฯ จะทำตามระบบราชการที่มีหนังสือชัดเจน ส่วนไลน์มีการใช้เพียงเพื่อประชาสัมพันธ์ ส่วนข้อความช่วยน้ำเงินด้วย วินัย ระบุว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคลขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ รวมทั้งการชี้แจงของอธิบดีต่อกระทรวงมหาดไทยด้วย อย่างไรก็ตามในกรรมาธิการเกิดการถกเถียงอย่างหนักเมื่อรองอธิบดีกรมการปกครอง ให้ข้อมูลขัดแย้งกันเองถึง 3 ครั้ง ว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวน ที่ตอนแรกรองอธิบดีฯ บอกว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปแล้ว แต่สุดท้ายสรุปว่า ไม่ทราบ และยังไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ชลณัฏฐ์ ยังกล่าวว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ชี้แจงว่า ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองตลอด 24 ชั่วโมง แล้วต้องมีมารยาททางการเมือง ดังนั้น เมื่อมีข้อห้าม ไม่ให้ข้าราชการไปสนับสนุนเรื่องการเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองใดๆ จึงถือว่าข้าราชการทำไม่ได้ และหากผู้บังคับบัญชาละเลย ไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งที่มีมูลความผิด ผู้บังคับบัญชาก็อาจจะมีความผิด ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนว่า เข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่
ทั้งนี้ ในกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของการโยกย้ายนายอำเภอกว่า 300 ตำแหน่ง ช่วงก่อนการเลือกตั้งเพียง 1-2 เดือน ซึ่งกว่า 50% ของผู้ที่ถูกโยกย้ายเข้าไปทำหน้าที่เป็นประธานอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต ประมาณ 120 เขตเลือกตั้ง 40 กว่าจังหวัด ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญในการคุมการเลือกตั้ง
ขณะที่ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน ได้จี้ถามถึงเส้นแบ่งความสงบเรียบร้อยและข้อมูลเพื่อประโยชน์ทางการเมือง จึงอยากให้หน่วยงานรัฐแสดงความกล้าหาญในการตรวจสอบผู้มีอำนาจอย่างเท่าเทียม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตถึงข้อพิรุธในการตอบคำถามของรองอธิบดีกรมการปกครอง ที่ไม่ตรงกันและได้ย้ำว่า ในชั้นศาลพยานหลักฐาน ทางนิติวิทยาศาสตร์จะพิสูจน์ความจริงเรื่องแชทไลน์ได้อย่างแน่นอน
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสทางกรรมาธิการจึงมีมติให้ดำเนินการดังนี้
1. ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อสอบถามความคืบหน้า และให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีแชทไลน์ช่วยน้ำเงินด้วย
2. ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อรายงานพฤติการณ์ และการใช้อำนาจรัฐ ที่ส่อไปในทางไม่เป็นกลางทางการเมือง เพราะมีการโพสต์ในไลน์กลุ่ม อส. ให้ช่วยน้ำเงินอย่างชัดเจน จึงต้องการให้มีการดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด
3. เลือกเอกสารเพิ่มเติมจากกรมการปกครอง ถึงข้อมูลสถิติการโยกย้ายย้อนหลังตั้งแต่ปี 2562 เพื่อนำมาเปรียบเทียบความผิดปกติของการโยกย้ายครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมาธิการฯ ได้ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการกลั่นแกล้งกัน หรือเป็นเรื่องความขัดแย้งในตัวบุคคล แต่ต้องการพิสูจน์ว่า ระบบราชการและองค์กรอิสระของไทยยังมีความน่าเชื่อถือ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้หรือไม่ เพราะถ้าข้าราชการที่ทำงานสุจริตต้องถูกย้าย เพราะไม่ยอมก้มหัวให้การเมือง สังคมไทยจะไม่เหลือความหวังอะไรแล้ว
ส่วนทางกรรมาธิการฯ จะพิจารณาเรื่องนี้ต่อหรือไม่นั้น ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า จากที่กรรมาธิการฯ เชิญ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาชี้แจงวันนี้ แต่ไม่ได้มา ได้ทำหนังสือขอเลื่อนชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ เป็นวันที่ 18 มิ.ย. จึงต้องรอดูว่าจะมาชี้แจงหรือไม่
ทั้งนี้ ทางรองอธิบดีกรมการปกครอง ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการใช้งานของไลน์ว่าเป็นสาธารณะหรือไม่อย่างไร ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า รองอธิบดีฯ ชี้แจงว่า เรื่องทางเทคนิคจะไม่สามารถลงรายละเอียดได้ แต่ยืนยันว่าการติดต่อกันทางไลน์ไม่ได้ทำแบบเป็นทางการ เป็นการติดต่อกันส่วนบุคคล โดยในที่ประชุมมีการทดสอบโดยนำหมายเลขโทรศัพท์ไปแอดไลน์ ปรากฏว่าปัจจุบัน ไลน์ดังกล่าวไม่สามารถเพิ่มเพื่อนได้แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้สามารถเพิ่มได้ จึงไม่มั่นใจว่าไลน์ของนฤชา หายไปไหน และการที่อธิบดีกรมการปกครองมอบหมายให้รองอธิบดีมาชี้แจงแทนสรุปว่า ไม่สามารถที่จะตอบคำถามในบางอย่างได้ให้ความชัดเจนถึงข้อสงสัยและข้อเท็จจริงที่กรรมาธิการได้ถาม




