พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภากลาโหมในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย. 2569) ซึ่งเป็นการประชุมนัดสุดท้ายของปีงบประมาณ 2569 ก่อนที่จะมีการสับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการทำงาน ว่า “สิ่งที่จะเน้นย้ำก็มีในหลายประเด็น ทั้งเรื่องของพลทหารอาสา ที่อยากให้คนที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ เร่งดำเนินการผลักดัน เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงมาตรการการฝึก การลงโทษที่ต้องยึดระเบียบวินัย และการปลูกฝังให้มีความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์”
นอกจากนี้ในส่วนของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน ต้องมีความระมัดระวัง เพราะเราไม่รู้ว่า “ภัยคุกคามจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่” และต้องเตรียมความพร้อม ซึ่งการสับเปลี่ยนกำลัง ก็ไม่ได้สับเปลี่ยน 100% เราดำเนินการเพียง 2 ใน 3 ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บัญชาการเหล่าทัพ, แม่ทัพภาค และผู้บัญชาการกองกำลัง ซึ่งมีวิธีการบริหารจัดการ
“วันนี้รัฐบาลได้มีการอนุมัติงบกลางประมาณ 3,500 ล้านบาท ให้ 3 เหล่าทัพเพิ่มเติม ในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อทดแทนของเดิมที่ใช้ไป และซ่อมบำรุงสิ่งที่ชำรุดจากการสู้รบ และนำไปซื้อของจำเป็น เพื่อปฏิบัติการในครั้งต่อไป เพื่อให้เกิดความพร้อมในทุกด้าน ซึ่งขอให้ประชาชนสบายใจว่า เราจะป้องกันประเทศแบบองค์รวม ทั้งทหาร, ประชาชน และหน่วยงานราชการมีส่วนร่วม รวมไปถึงกระทรวงฯ ต่าง ๆ”
พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า “ในขณะเดียวกัน เรายังคงปิดด่านอยู่ จึงอยากให้ช่วยกันสนับสนุนผู้ประกอบการพ่อค้า-แม่ค้า ที่อยู่ตามแนวชายแดน แบบไทยช่วยไทย หันมาซื้อของไทย”
เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JICไทย) จะเกษียณฯ 30 ก.ย.นี้ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า “คงต้องหารือกัน แต่ยืนยันว่า ศูนย์ JIC ยังคงอยู่ เพราะเป็นไปตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) เพียงแต่ว่า ต้องไปพูดคุยกันว่า จะเดินไปในรูปแบบไหน แต่สำหรับตัวบุคคลนั้น ตนขอหารือกับ พล.อ.อ.ประภาส อีกครั้ง”




