ขณะนี้อยู่ในช่วง ‘โหมโรม’ สู่ ‘ศึกซักฟอก’ ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา กระแสมาอยู่ที่ ‘ประชาธิปัตย์’ หลัง ‘การดี เลียวไพโรจน์’ สส.บัญชีรายชื่อ ปชป. สรุป 3 ประเด็นหลักในการอภิปราย คือ ขีดความสามารถทางสติปัญญา (โง่) , ขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติ (ห่วย) , เรื่องจริยธรรม-ธรรมาภิบาล (เลว) กลายเป็นนิยาม ‘โง่ ห่วย เลว’ ที่ฝั่ง ปชป. ทิ่มไปยัง ‘ภูมิใจไทย’
ในซีก ภท. ต่างออกมาโต้ ปชป. กลับ ขุดแผลในอดีตขึ้นมา ยังไม่นับกรณี ‘ศิริโชค โสภา’ อดีต สส.ปชป. ที่ผสมโรง ‘ขุด-แฉ’ กรณี ‘ไอเดียร์’สุชาดา แทนทรัพย์ กับสามีในเรื่อง ‘บัญชีทรัพย์สิน’ ที่เป็นศึกที่ ‘คนสีฟ้า’ รุมสกัม ‘คนสีน้ำเงิน’
สำหรับ ‘การเมืองไทย’ ในอดีต สัมพันธ์ระหว่าง ‘พรรคการเมือง’ ขึ้นอยู่กับ ‘บทบท-สถานการณ์’ ช่วงนั้นๆ หากให้ย้อนสัมพันธ์ 2 พรรคนี้ ก็ต้องย้อนไปยุคก่อน ภท. ถือกำเนิดขึ้น แต่ ‘ตัวละคร’ ยังคงเดิม เช่น ชวน หลีกภัย , อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ เนวิน ชิดชอบ
ย้อนไป 30 กว่าปีก่อน ตำนาน ‘กลุ่ม 16’ ที่เริ่มต้นขึ้นปี 16 พ.ย. 2535 มีสมาชิกราว 21 คน หลังยุค รสช. มีการรวมกลุ่ม ‘สส.ดาวรุ่ง’ ในสภาฯ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในสภาฯ โดยมี ‘สมพงษ์ อมรวิวัฒน์’ สส.เชียงใหม่ พรรคชาติพัฒนา เป็นหัวหน้ากลุ่ม คนแรก
แต่บุคคลเปรียบเป็น ‘มันสมองกลุ่ม’ คือ ‘เนวิน ชิดชอบ’ สส.บุรีรัมย์ ‘สุชาติ ตันเจริญ’ สส.ฉะเชิงเทรา และ ‘วราเทพ รัตนากร’ สส.กำแพงเพชร ที่เป็น ‘ขุนพลฝ่ายบุ๋น’ ผู้ขุดข้อมูลและจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน
สมาชิก ‘กลุ่ม 16’ กระจายตัวอยู่ในพรรคขนาดใหญ่-ขนาดกลาง เพื่อเข้าถึง ‘ทรัพยากร’ ต่างๆ โดยเฉพาะ พรรคชาติไทย และ พรรคชาติพัฒนา ซึ่งเป็นขุมกำลังหลัก ในการจัดตั้งรัฐบาลยุคนั้น
การทำงานของ ‘กลุ่ม 16’ เป็นสไตล์ ‘การเมืองแบบกองโจร’ คือ ใช้ข้อมูลเชิงลึกจากเครือข่าย ‘ข้าราชการ-นักธุรกิจ’ มาทำการ ‘เปิดแผล’ หรือ ‘โจมตีจุดอ่อนรัฐบาล’
ผลงาน ‘ชิ้นโบว์แดง’ ของ ‘กลุ่ม 16’ คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ‘รัฐบาล ชวน หลีกภัย’ (สมัยที่ 1) ช่วงปี 2538
กลุ่ม 16 ภายใต้การนำของ ‘เนวิน - สุชาติ’ ได้ขุดข้อมูลการออกเอกสารสิทธิที่ดินปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม ‘ส.ป.ก. 4-01’ ใน จ.ภูเก็ต ที่พบว่าถูกจัดสรรให้กับ ‘เศรษฐีหมื่นล้าน’ และ ‘ญาติมิตร’ ของนักการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ จนทำให้ ‘สุเทพ เทือกสุบรรณ’ ลาออกจาก รมว.เกษตรและสหกรณ์
การอภิปรายครั้งนั้น ทำให้ ‘พรรคพลังธรรม’ ที่เป็น ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ ตัดสินใจ ‘งดออกเสียง’ ให้รัฐบาล และแรงกดดันทางการเมือง ทำให้ ‘ชวน’ ตัดสินใจ ‘ยุบสภา’ เมื่อ 19 พ.ค. 2537 ก่อนลงมติไม่กี่นาที
หลังจากโค่นรัฐบาลชวน 1 ได้สำเร็จ ‘กลุ่ม 16’ ก้าวเข้าสู่สถานะ ‘ขุมพลังใหญ่’ ใน ‘รัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา’ ในปี 2538 ที่มี ‘อำนาจต่อรอง’ เป็นอย่างมาก และได้เก้าอี้ ‘รัฐมนตรี’ มาครอบครอง ภายใต้ ‘รัฐบาลผสม’ ที่ไร้เสถียรภาพ ได้แก่ เนวิน ชิดชอบ รมช.คลัง , สุชาติ ตันเจริญ รมช.มหาดไทย , ไพโรจน์ สุวรรณฉวี รมช.พาณิชย์
ต่อมาในปี 2539 กลุ่ม 16 ถูกฝ่ายค้าน คือ ประชาธิปัตย์ อภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ หรือ BBC โดยระบุว่ามี นักการเมืองกลุ่ม 16 ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ‘ราเกซ สักเสนา’ ที่ปรึกษาธนาคาร BBC ในการกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาล โดยใช้ที่ดินประเมินราคาเกินจริงหรือที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิเป็นหลักประกัน เพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองและธุรกิจส่วนตัว
วิกฤต BBC ทำลายชื่อเสียงของ กลุ่ม 16 กลายเป็น ‘แผลเป็นทางการเมือง’ แม้ไม่มีคดีติดตัว อีกทั้งยังเป็นชนวนเหตุทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยสั่นคลอน ประชาชนแห่ถอนเงินจนธนาคารล้ม ลามไปสู่การปิดสถาบันการเงิน และเป็นปฐมบท ‘วิกฤตต้มยำกุ้ง’ ปี 2540
ผ่านมา 12-13 ปี มาถึงปี 2551 ที่ ‘ภูมิใจไทย’ ถือกำเนิดขึ้น หลัง ‘เนวิน ชิดชอบ’ กล่าวอมตะวาจา “มันจบแล้วครับนาย” หลังศาล รธน. ยุบ ‘พรรคพลังประชาชน’ ทำให้ ‘สมชาย วงศ์สวัสดิ์’ พ้น นายกฯ จากนั้น ‘เนวิน’ ขน สส. กลุ่มเพื่อนเนวิน และ สส.มัชฌิมาธิปไตย ย้ายไปสังกัด ภท. เพื่อจับมือกับ ปชป. โดยมี ‘สุเทพ เทือกสุบรรณ’ เป็น ‘ผู้จัดการรัฐบาล’ ผลักดันให้ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ เป็น นายกฯ ได้สำเร็จ ร่วมรัฐบาล ธ.ค.51-ส.ค.54
ภายหลัง ‘เลือกตั้ง’ ปี ผลปรากฏว่า ‘เพื่อไทย’ ชนะเลือกตั้ง ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ได้เป็น นายกฯ ทำให้ ‘ปชป.-ภท.’ กลายเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ เป็น ‘ขั้วตรงข้ามเพื่อไทย’ แต่เหตุการณ์ ‘การเมือง’ ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร ที่ล่าสุด ปชป. - ภท. กลายเป็น ‘คู่ตรงข้ามกัน’ ในยุค ‘รบ.อนุทิน 1-2’
คำพูดที่ว่า “โง่ ห่วย เลว” กลายเป็นศึกวิวาทะระหว่าง ปชป.-ภท. เป็นเพียงหนึ่งใน ‘บทละคร’ ที่ต่างกรรมต่างวาระ สุดท้ายกาลเวลาจะพิสูจน์ ใครกันที่ “โง่ ห่วย เลว” ??




