ในจังหวะที่ 'การเมืองภาคใต้' ยังเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวและการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ ทุกความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ที่มุ่งสร้างฐานนโยบาย เพื่อกอบโกยฐานเสียงในพื้นที่ จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในห้วงที่ 'พรรคภูมิใจไทย' ถูกมองว่ากำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนภายใน จากประเด็นความขัดแย้งและการจัดสรรอำนาจ ภายในเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น
ท่ามกลางบริบทดังกล่าว 'พรรคประชาธิปัตย์' ซึ่งเคยเป็นพรรคการเมืองที่มีฐานเสียงแข็งแกร่งในภาคใต้มาอย่างยาวนาน จึงถูกจับตามองอีกครั้งื ในการนำเสนอแนวทางพัฒนาพื้นที่ ผ่านเวทีสัมมนา สส. ของพรรคที่จังหวัดสงขลา ซึ่งมีแกนนำคนสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพียง
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการเสนอแนวคิด Southern Connect ซึ่งมีมุมสวนทางกับ 'แลนด์บริดจ์' ซึ่งเป็นโครงการของ 'รัฐบาล' ที่นำโดย 'ภูมิใจไทย' ถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า
โดยสาระสำคัญที่ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง คือคำยืนยันว่า พรรคไม่ได้ปฏิเสธการลงทุนขนาดใหญ่ แต่เห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควรเริ่มต้นจากสิ่งที่ตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่และมีความคุ้มค่า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความเสี่ยงจากการตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าจะมีความต้องการใช้งานจากเรือขนส่งระหว่างประเทศจำนวนมาก ขณะที่ผลการศึกษาหลายฉบับชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านความคุ้มค่า ทั้งเรื่องระยะเวลาและต้นทุน เนื่องจากยังมีขั้นตอนในการขนถ่ายสินค้าหลายรอบ
พร้อมกันนี้ อภิสิทธิ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของรัฐบาลต่อโครงการแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่า แม้รัฐบาลจะใช้คำว่า 'ชะลอ' แต่ยังไม่ได้หมายความว่าโครงการถูกยกเลิก เนื่องจากมีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจที่มี 'เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ' รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อศึกษาความคุ้มค่าภายในระยะเวลา 90 วัน
"สิ่งที่ประชาธิปัตย์คิดคือถ้าจะมีการลงทุนเมกะโปรเจคล้านล้านบาท ทำไมไม่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์กับคนภาคใต้"
— อภิสิทธิ์ กล่าว
ท้ายที่สุด ท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองภาคใต้ที่เข้มข้น การขยับของ 'ประชาธิปัตย์' ครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่เพียงการวิพากษ์นโยบายรัฐบาล แต่อาจเป็นความพยายามส่งสัญญาณถึง 'บทบาท' ของพรรค ในฐานะตัวแทนผลประโยชน์คนใต้
จึงอาจตั้งคำถามได้ว่า นี่คือจังหวะสำคัญในการเรียกคืนความเชื่อมั่นและฟื้นฐานศรัทธาจากฐานเสียง 'ปักษ์ใต้' กลับมาอีกครั้งหรือไม่?




