เส้นเงิน 4 จังหวัด อยู่ในสำนวน ‘ฮั้ว สว.’ ย้อน ‘อนุ กกต.’ เหตุปล่อยผี 299 ราย จี้ 7 ข้อ เคลียร์ปม พนง.กกต. รับเงินโอน

12 ส.ค. 2569 - 17:06

  • เส้นเงิน 4 จังหวัด อยู่ในสำนวน ‘ฮั้ว สว.’ ย้อนอนุ กกต. ชุดที่ 36 ทำไมเหตุปล่อยผี 299 ราย ‘พริษฐ์’ จี้ 7 ข้อ เคลียร์ปม พนง.สืบสวน-สอบสวนฯ กกต. รับเงินโอน

เส้นเงิน 4 จังหวัด อยู่ในสำนวน ‘ฮั้ว สว.’ ย้อน ‘อนุ กกต.’ เหตุปล่อยผี 299 ราย จี้ 7 ข้อ เคลียร์ปม พนง.กกต. รับเงินโอน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเส้นทางการเงินใน จ.อำนาจเจริญ โดยระบุว่า พบการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการของสำนักงาน กกต. จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท ระหว่างเดือน เม.ย.-ก.ค.2567 และมีการเชื่อมโยงกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

กกต.ระบุว่า กรณีพฤติการณ์รับโอนเงินที่เกิดขึ้นในปี 2567 มีความเกี่ยวข้องกับพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานของสำนักงาน กกต. และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.2567 ถึงวันที่ 22 ก.ค.2567

ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมิได้เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแต่อย่างใด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการดังนี้

1.1 มีคำสั่งให้พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ออกจากงานไว้ก่อน

1.2 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งการสอบสวนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน (อนุ ก.กกต.) เพื่อพิจารณามีมติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

1.3 แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญา กับพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว และบุคคลอื่น จำนวน 2 ราย

1.4 รายงานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรา 136 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2560

อนึ่ง พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้สั่งลงโทษปลดออก และพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ด้วยเหตุอื่นไปก่อนแล้ว

2. กรณีเส้นทางการเงินใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ลำพูน สงขลา และอำนาจเจริญ หลักฐานดังกล่าวอยู่ในสำนวนการพิจารณาแล้ว

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอยืนยันว่า ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใส ความสุจริต และความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอน และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนต่อไป

ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า แถลงการณ์ล่าสุดของ กกต. เป็นการยืนยันว่า เส้นทางการเงินที่ถูกโอนจากนักการเมืองสีน้ำเงิน จ.อำนาจเจริญ ไปที่พนักงานสืบสวนของ กกต. ยอดรวม 860,000 บาท ช่วง เม.ย.-ก.ค. 67 มีอยู่จริง

แม้ กกต. ชี้แจงว่าในช่วงเวลาที่มีการโอนเงิน (เม.ย.-ก.ค. 67) พนักงานสืบสวนคนดังกล่าว ถูกมอบหมายให้ไต่สวนสำนวนที่เกี่ยวกับ “การเลือกตั้ง สส.”

อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าการโอนเงินดังกล่าวนั้นไม่เกี่ยวข้องใดๆกับการเลือก สว. เนื่องจากกระบวนการเลือก สว. เกิดขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าวแบบพอดิบพอดี (พ.ค.-มิ.ย. 67)

และบทบาทของ กกต. ย่อมส่งผลสำคัญต่อการจัดการเลือก สว. ให้มีความสุจริต-เที่ยงธรรม รวมถึงการป้องกันและการตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นในการเลือก สว.

เพื่อให้เกิด “ความโปร่งใส” (ซึ่ง กกต. ยืนยันในช่วงท้ายของแถลงการณ์ว่าเป็นสิ่งที่ กกต. “ให้ความสำคัญสูงสุด”) จึงมีคำถามเพิ่มเติมต่อ กกต. ดังนี้

1. ตกลงแล้ว การโอนเงิน 860,000 บาท นั้น เป็นการโอนเงินเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?

2. ตกลงแล้ว กกต. ยืนยันใช่หรือไม่ ว่าได้สอบสวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว ว่าการโอนเงินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องใดๆกับการเลือก สว.?

3. สำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ที่พนักงานสืบสวนคนดังกล่าวรับผิดชอบอยู่ในขณะที่ได้รับโอนเงิน เป็นสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งไหน ในเขตเลือกตั้งใด และเกี่ยวข้องกับผู้สมัครคนไหน?

4. กกต. ชี้แจงว่าขณะนี้ เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเสนอความเห็นต่ออนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน เพื่อพิจารณามีมติต่อไป - คำถามคือเหตุใด กกต. ถึงยังไม่สามารถมีมติเกี่ยวกับผลการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวได้ ทั้งๆที่เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปีแล้ว?

5. กกต. ชี้แจงว่าพนักงานสืบสวนคนดังกล่าว พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานด้วยเหตุอื่นไปก่อนแล้ว - คำถามคือ เหตุอื่นที่ว่านี้ คือเหตุอะไร และบุคคลดังกล่าวพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานไปเมื่อไหร่?

6. กกต. ได้สอบสวนผู้ที่เป็นฝ่ายโอนเงินหรือไม่ ว่ามีการกระทำผิดใดๆหรือเปล่า?

7. กกต. จะเปิดเผยผลการสอบสวนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะหรือไม่ และเมื่อไหร่?

นอกจากรอคำชี้แจงจาก กกต. ต่อคำถามดังกล่าว อยากชวนให้สังคมตั้งข้อสังเกต ว่าในเมื่อ กกต. เองยอมรับ ว่าหลักฐานใหม่ที่ผมนำเสนอบนเวทีวิปฝ่ายค้านเมื่อวันอาทิตย์ เรื่องเส้นเงินใน 4 จังหวัด (นครพมม ลำพูน สงขลา อำนาจเจริญ) อยู่ในสำนวนของ กกต. แล้ว

1. ทั้งหมดนี้ (รวมถึงหลักฐานอื่นๆเรื่องโพย-บัตรเลือกตั้ง-การนัดหมาย) ยังไม่นับเป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้วหรือ ว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ซึ่ง กกต. มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลตรวจสอบให้สิ้นข้อสงสัยและตัดสิน?

2. อนุฯ วินิจฉัย ชุดที่ 36 ของ กกต. ทำงานกันอย่างไร ถึงได้มีมติว่าในบรรดาผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว ทั้งที่เข้าถึงหลักฐานทั้งหมดในสำนวน?

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์