ทุกด้านรุมยำ ยื่นฟ้อง 'กกต.' ค้านมติฟัน ‘ฮั้ว สว.’

15 ก.ย. 2569 - 18:45

  • 'ปชป.' พร้อมช่วยผู้เสียหาย ฟ้อง 3 กฎหมาย และรัฐธรรมนูญ

  • 'ปชน.' ประกาศ 5 แนวทาง แต่รอความชัดเจน หลังหารือรายละเอียดที่ประชุม สส.พรรควันนี้

  • 'สว.สำรอง' ใช้สิทธิผู้สมัคร ร้อง 'ศาลฎีกา' คัดค้านมติ กกต. ด้าน 'นายกฯ' ฟ้องหมิ่นประมาท 'เป๋า iLaw' ปมกล่าวหาเอี่ยว 'ขบวนการฮั้ว สว.'

ทุกด้านรุมยำ ยื่นฟ้อง 'กกต.' ค้านมติฟัน ‘ฮั้ว สว.’

ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. แถลงผลประชุมการลงมติของ กกต. ในสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ 'คดีฮั้ว สว.'

จากผู้ถูกร้องจํานวน 427 คน ใน 7 ข้อกล่าวหา และได้ตั้งคณะอนุฯ นี้ ขึ้นมา 7 คน รวมเอกสารสํานวนทั้งสิ้น 75,722 หน้า อาศัยอํานาจ พ.ร.ป.กกต. พ.ศ. 2560 มาตรา 37 ประกอบระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวนฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 13 ข้อ 16 ใช้ระยะเวลา 90 วัน และขยาย 30 วัน (1 ครั้ง) รวมเป็น 120 วัน

กกต.มีมติ สั่งฟ้อง ข้อกล่าวหาที่ 3 และข้อกล่าวหาที่ 4-7 รวมทั้งหมด 77 คน แบ่งเป็นผู้ถูกร้อง เป็น สว. ที่ดํารงตําแหน่ง 26 คน, ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน โดยในจํานวนดังกล่าว ไม่มีกรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่ถูกส่งฟ้องเลย

สำหรับ ข้อกล่าวหาที่ 3 มาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 “แนะนำตัวไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด”

ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี

และข้อกล่าวหาที่ 4-7 มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (1) (3) มาตรา 79 และมาตรา 81 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 “จัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด”, “เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด", “เรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครรับเลือกหรือไม่ลงสมัครรับเลือกเพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัครผู้ใด” และ “เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด”

โทษรวมสูงสุดของข้อกล่าวหาข้างต้น คือ ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี และให้ถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจได

ทั่งนี้ ในกรณีฮั้ว สว.ยังเหลือคำร้องอีก 3 สำนวน ทั้ง DSI และ กกต.

ai-Info-รุมยำฟ้อง กกต-3.jpg

แนวต้านทุกด้าน มุ่งเป้า 'กกต.'

ต่อมา สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. เปิดเผยว่า มติ กกต.ที่ออกมานั้น มีสัดส่วน 5:2 ซึ่งตนเอง และชาย นครชัย กกต. คือเสียงส่วนน้อย

เหตุผลของผมสามารถร้อยเรียง หยิบเล็กหยิบน้อยจากการกระทำของแต่ละกลุ่มมาวิเคราะห์ร่วมกันให้เห็นว่า มีเบื้องหลังอย่างไร คล้ายที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยหยิบเล็กหยิบน้อยมาวินิจฉัยว่า การกระทำของบางพรรรคเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย เราก็เหมือนกัน หยิบมารวมกันให้เห็นว่า ช้างทั้งตัวเป็นอย่างไร ไม่ใช่จับแค่งวง แล้วบอกว่าไม่ใช่ช้าง

สิทธิโชติ ยืนยัน

ความเคลื่อนไหวฝ่ายค้าน ทั้ง 'พรรคประชาชน' และ 'พรรคประชาธิปัตย์' ต่างเห็นตรงกันว่าพฤติการณ์ของคดีดังกล่าว มีลักษณะเป็น 'ขบวนการใหญ่' มากกว่าที่จะส่งฟ้องแค่ 77 ราย จึงประกาศแนวทางดำเนินการดำเนินคดีต่อ กกต. และช่วยเหลือผู้เสียหาย ตลอดจนตรวจสอบฝ่ายการเมืองต่อไป รวมถึงยังมี 'กลุ่ม สว. สำรอง' ใช้สิทธิยื่นคัดค้านต่อศาลฎีกาด้วย

ขณะที่ภาคประชาชน อย่าง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ซึ่งเรียกร้องเรื่องนี้มาโดยตลอดยังไม่มีความเห็นจะดำเนินการทางกฎหมาย แต่จะทยอยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่ถูก กกต. สั่งฟ้องทั้งหมดแทน

'ปชป.' พร้อมช่วยผู้เสียหาย ร้อง 3 กฎหมาย และรัฐธรรมนูญ

พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ พร้อมช่วยผู้เสียหาย ทั้งผู้สมัคร สว., สว.สำรอง และอื่นๆ

โดยจะยื่นร้อง กกต. ดังนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตําแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หน่ึงผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยทุจริต

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) มาตรา 172 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ร.ป.กกต.) มาตรา 69 กรรมการ เลขาธิการ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้งกรรมการ หรืออนุกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ พนักงาน และลูกจ้างของสำนักงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ผู้ใดกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่

และยื่นร้องละเมิดสิทธิเสรีภาพจากการดําเนินการเลือกตั้งที่มิชอบตามรัฐธรรมนูญ (ล้มล้างการปกครอง)

'ปชน.' ประกาศ 5 แนวทาง แต่รอความชัดเจน หลังหารือรายละเอียดที่ประชุม สส.พรรควันนี้

พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศแนวทางดำเนินการ 5 ประการ ได้แก่

1. ดำเนินการและสนับสนุนการดำเนินการทางกฎหมายกับ กกต. ในฐานความผิดปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา และกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ตาม พ.ร.ป.กกต.

2. ดำเนินการและสนับสนุนการดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อให้หลักฐานเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกงเลือก สว. ที่ยังไม่ถูกสั่งฟ้องโดย กกต. ได้รับการพิจารณาในชั้นศาล

3. ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องผ่านกลไกรัฐสภา เช่น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงการรณรงค์ในสังคม เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางการเมืองตามวิถีประชาธิปไตย

4. ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของวุฒิสภา ปฏิรูปองค์กรอิสระให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย รวมถึงเพิ่มอำนาจประชาชนในการริเริ่มกระบวนการตรวจสอบและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

และ 5. เดินหน้าผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน โดยไม่มีการเพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้ สว. สามารถขัดขวางเจตจำนงของประชาชน

อย่างไรก็ดี การประชุม สส.พรรคประชาชนในวันนี้ (15 ก.ย.) จะมีการหารือเรื่องรายละเอียดต่างๆ จากที่ได้ยืนยันว่า พร้อมดำเนินการทุกช่องทาง แต่ละช่องทางมีรายละเอียดแตกต่างกัน รวมถึงประเด็นว่า ใครเป็นผู้เสียหายโดยตรง ทีมกฎหมายของพรรค จะให้ความชัดเจนว่า จะดำเนินการผ่านช่องทางใด เมื่อใดในเร็วๆ นี้ และจะนำกรณี 'ฮั้ว สว.' รวมอยู่ในประเด็นยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย

'สว.สำรอง' ใช้สิทธิผู้สมัคร ร้อง 'ศาลฎีกา' คัดค้านมติ กกต.

ในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ย.) กลุ่ม สว.สำรอง เตรียมเข้ายื่นคำร้องศาลฎีกา เพื่อคัดค้านมติ กกต. โดยใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (พ.ร.ป.สว.) มาตรา 44 ในกรณีที่ผู้สมัครในระดับอําเภอ หรือผู้มีสิทธิเลือกในระดับจังหวัด หรือระดับประเทศ เห็นว่าการดําเนินการเกี่ยวกับการเลือกของคณะกรรมการ ผู้อํานวยการการเลือก หรือพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้น้ันมีสิทธิยื่นคําร้องคัดค้านต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่มีการออกคําสั่ง

วินิจฉัย พ.ร.ป.สว. มาตรา 62 เมื่อคณะกรรมการประกาศผลการเลือก แล้วถ้ามี 'หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า' ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น อันทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการยื่นคําร้องต่อศาลฎีกา เพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ัง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังของผู้น้ัน

เมื่อศาลฎีกามีคําสั่งรับคําร้องไว้พิจารณาแล้ว ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา ให้ผู้น้ันหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่า ผู้น้ันมิได้กระทําความผิด เมื่อศาลฎีกามีคําพิพากษาว่า ผู้น้ันกระทําความผิดให้สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาผู้น้ัน สิ้นสุดลงนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่

ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งอยู่ในบัญชีสํารองด้วย และเมื่อศาลฎีกามีคําพิพากษาว่าผู้น้ันกระทําความผิด ให้คณะกรรมการสั่งลบรายช่ือผู้น้ันออกจากบัญชีสํารอง

และจะเป็นความผิดใน พ.ร.ป.สว. มาตรา 32 ห้ามมิให้กรรมการ เลขาธิการ ผู้ตรวจการเลือกต้ัง ประธานและกรรมการในคณะกรรมการระดับจังหวัดหรือในคณะกรรมการระดับอําเภอผู้อํานวยการการเลือก หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทําการอื่นใดอันเป็นการขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งของคณะกรรมการ คณะกรรมการระดับจังหวัด คณะกรรมการระดับอําเภอ ผู้อํานวยการการเลือก หรือคําสั่งของศาลอันเกี่ยวกับการเลือกตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้

กรรมการ เลขาธิการ ผู้ตรวจการเลือกต้ัง ประธานและกรรมการในคณะกรรมการระดับจังหวัด หรือในคณะกรรมการระดับอําเภอ ผู้อํานวยการการเลือก หรือพนักงานเจ้าหน้าท่ี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ หรือกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือคําส่ังของคณะกรรมการ หรือปฏิบัติตามคําส่ังของศาลอันเก่ียวกับการเลือกต้ัง หากได้กระทําโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ ต้องรับผิดท้ังทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง 

'นายกฯ' ฟ้องหมิ่นประมาท 'เป๋า iLaw' ปมกล่าวหาเอี่ยว 'ขบวนการฮั้ว สว.'

ความเคลื่อนไหวฝ่ายที่ถูกกล่าวหา และไม่โดน กกต.ส่งฟ้องให้ศาลฎีกา เช่น อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ สิทธิโชค สิงหเสนี ทนายความเข้ายื่นฟ้องศาลอาญา ต่อ 'ยิ่งชีพ' ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่ยิ่งชีพให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ก.ค.69 กล่าวหาอนุทินว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว สว.

โดยศาลอาญาได้นัดไต่สวนมูลฟ้องนัดแรก ในวันที่ 14 ธ.ค. 69 ซึ่ง ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จะเป็นพยานที่ถูกนำมาไต่สวน ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ

ทนายความเปิดเผยว่า เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง จึงต้องใช้สิทธิทางกฎหมาย และขอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่า ข้อความดังกล่าวเป็นจริงหรือเท็จ รวมถึงพิจารณาเจตนาสุจริตหรือไม่ ยืนยันว่า คดีนี้ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย และการฟ้องครั้งนี้ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก ส่วนเรื่องไกล่เกลี่ยนั้น ต้องรอดูท่าทีของแต่ละฝ่าย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์