ฝนระลอกใหม่จ่อซ้ำ! ‘อนุทิน’ สั่งเร่งพร่องน้ำ ตั้งรับใต้–รับทะเลหนุน

3 ต.ค. 2569 - 13:01

  • ‘นายกฯ’ กำชับทุกจังหวัด ‘รับมือฝน’ ระลอกใหม่! เร่งพร่องน้ำ ระดมเครื่องจักร

  • เตรียม ‘ภาคใต้’ รับสถานการณ์ ทำความเข้าใจประกันภัยพิบัติกับประชาชน

  • ถามหาอธิบดีกรมอุตุฯ ไม่รู้เกษียณไปตั้งแต่ 30 ก.ย.

ฝนระลอกใหม่จ่อซ้ำ! ‘อนุทิน’ สั่งเร่งพร่องน้ำ ตั้งรับใต้–รับทะเลหนุน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) พร้อมด้วย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ,ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ,พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ,ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ,เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ,อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ,นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ,ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้นำเหล่าทัพ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

อนุทิน ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศ ในช่วงวันที่ 4 - 7 ตุลาคม 2569 จะมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร อาจส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันมีการระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อีกทั้งยังคาดว่าจะมีสถานการณ์น้ำทะเลหนุน ในช่วงวันที่ 5 - 10 ตุลาคม 2569 อาจทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยมีความล่าช้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งพร่องน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในห้วงต่อไป โดยเร่งระดมเครื่องจักรกลฯ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีสถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบ

“หลังจากนี้ ฝนจะเริ่มไล่ลงสู่ภาคใต้ตอนบน ผมได้ประสานกับแม่ทัพภาค 4 ให้เตรียมพร้อมและประสานงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ รวมถึงวางแผนการป้องกัน การดูแลผู้ประสบภัย การอพยพ และการเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ ตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด และมอบหมายผู้รับผิดชอบแต่ละภารกิจอย่างชัดเจน เพื่อให้การประสานและติดตามงานเป็นไปอย่างมีระบบนอกจากนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดศึกษาและทำความเข้าใจโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ประสบภัยจากภัยพิบัติสำคัญ ได้แก่ น้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว รวมถึงชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอน และสิทธิที่ประชาชนจะได้รับให้เข้าใจตรงกัน ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจน เพื่อลดความสับสนและให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว”

— นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้มีข้อสั่งการสำหรับจังหวัดที่กำลังเกิดสถานการณ์อุทกภัยอยู่หรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัยให้เตรียมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ กำหนดพื้นที่รับผิดชอบและมอบหมายภารกิจให้ชัดเจน บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นเอกภาพ และจัดให้มีจุดประสานงานที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ รวมถึงประกอบกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น มูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลให้เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ จัดระบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่วิกฤตอย่างเหมาะสม พร้อมจัดทำสรุปจำนวนเจ้าหน้าที่และภารกิจให้เป็นปัจจุบัน เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสมจากการปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ หากมีปัจจัยบ่งชี้ว่าจะเกิดสถานการณ์ภัย ให้ ปภ. ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อสถานการณ์ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมและรับมือได้ทันเวลา อีกทั้งมอบหมายให้ ปภ. เป็นหน่วยกำกับ ติดตาม และประเมินสถานการณ์ในภาพรวมอย่างใกล้ชิด เร่งประสานและแก้ไขข้อขัดข้องระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย การบริหารจัดการน้ำตั้งแต่จังหวัดนครสวรค์ และชัยนาท ลงมา เพื่อดูปริมาณน้ำและการบริหารจัดการน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนริมแม่น้ำทั้ง 2 ฝั่ง

ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล เครื่องจักรกลฯ อาทิ เครื่องสูบน้ำ เรือ รถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหาร รวมถึงสับเปลี่ยนกำลังพลและเครื่องจักรกลฯ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายให้เปลี่ยนภารกิจเข้าสู่ช่วงระยะการฟื้นฟู โดยระดมนำเครื่องจักรกลฯ สำหรับใช้ในการฟื้นฟูเข้าพื้นที่ตามแผนการฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับสู่บ้านเรือนและดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ช่วงหนึ่ง นายกฯ หันไปถามว่า อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยามาด้วยหรือไม่ ไม่เคยเห็นเลย อยู่เมืองไทยหรือเปล่า ทำให้ นัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ตอบว่า ท่านอธิบดีได้เกษียณอายุไปตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่วนตัวทำหน้าที่รักษาการแทน

นายกฯ กล่าวต่อว่า มันก็มีเรื่องบูลลี่นิดนึงเกี่ยวกับเรื่องการแจ้งเตือน เนื่องจากตอนนี้มีการแจ้งเตือนอะไรต่างๆ จากกรมอุตุนิยมวิทยา เราไม่ได้ว่ากัน เราทำงานร่วมกันถือว่าอยู่ในทีมเดียวกัน อยู่ในความรับผิดชอบเรื่องการกระจายข่าวจะถูกครอบคลุมโดยศูนย์บัญชาการแห่งนี้ ทำให้ลดแรงกดดันต่างๆ ไปยังกรมอุตุนิยมวิทยาด้วย ต้องอธิบายนี่คือการพยากรณ์อากาศ เพราะฉะนั้นอาจจะแม่นเต็มที่หรือไม่กี่% ถ้าเราทำความเข้าใจกันก่อนจะทำให้การสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ต้องขอบคุณรักษาการอธิบดีที่ได้มา

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้ต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคใต้เป็นต้นไป ซึ่งเมื่อสักครู่ได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งไปยังแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ได้แจ้งว่าให้ท่านมีการเตรียมความพร้อม ร่วมมือประสานงานกันกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 ) ส่วนหน้า กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ทั้งป้องกันเยียวยา ดูแล และเตรียมอพยพผู้คน

นายกฯ กล่าวว่า ช่วงนี้จะได้เห็นว่ายังมีสภาพปริมาณน้ำฝนอย่างที่กรุงเทพมหานครช่วงบ่ายจะเห็นสภาพฝนตกหนักอยู่ เท่าที่ทราบมา ยังไม่มีผลต่อการระบายน้ำ หรือจะเป็นภาระเพิ่มเติม แต่อย่างไรขอให้เราได้เร่งระบายน้ำที่อยู่ในพื้นที่ออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ส่วนเรื่องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในเรื่องการจัดสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ อาหาร รับทราบว่าทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องตลอดจนภาคเอกชน อาสาสมัคร จิตอาสาทั้งหลายได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปในวงกว้างแล้ว เดี๋ยววันนี้พอประชุมเสร็จตนจะไปตรวจสถานการณ์เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ระบายน้ำตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงมาจนถึงจังหวัดภาคกลาง ซึ่งจะดูปริมาณน้ำเป็นอย่างไร แนวโน้มเป็นอย่างไรในส่วนที่ศูนย์แห่งนี้จะประชุมอย่างต่อเนื่องทุกวัน มีการอัปเดตสถานการณ์ตลอดเวลา ขอเน้นย้ำท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านให้ชี้แจงประชาชนถึงเรื่องโครงการประกันภัยให้กับครัวเรือนที่ประสบภัยจากทุกอุบัติภัย ไม่ใช่เฉพาะน้ำท่วมเท่านั้น หลักๆ 3 อย่างคือ อุทกภัยภัยจากน้ำ วาตภัยจากลมฟ้าฝน และแผ่นดินไหว อย่างน้อยให้เขาได้รับทราบ ซึ่งอธิบดี ปภ.ได้ส่งใบสรุปให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ขอให้นำสิ่งที่เป็นใบสรุปไปศึกษาก่อน ให้เข้าใจถี่ถ้วน ถ้าตรงไหนมีความไม่ชัดเจนสอบถามให้เรียบร้อยก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ต่อพี่น้องประชาชนให้รับทราบต่อไป

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ต้องขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งในความร่วมมือ ซึ่งเราได้เห็นชัดเจนว่าการระดมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องจักร รถ หรือปั๊มน้ำเครื่องสูบน้ำ และความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องทั้งหลายถูกเร่งระดมเข้าไปในพื้นที่เกิดสถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างเต็มที่ ขอให้มุ่งมั่นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไม่ต้องไปฟังหรือสนใจ เรื่องการบูลลี่ หรือกระทบกระทั่ง ตั้งคำถามในเชิงดูถูกดูแคลน สร้างความปั่นป่วน ขอให้เรามั่นใจในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าเรื่องการทำงานเต็มที่ของพวกเราสถานการณ์ต่างๆเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะที่นี่มีแนวโน้มจะกลับมาเป็นความปกติได้มากขึ้น จากนี้ไปต้องเตรียมตัวป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากสภาวะฝนที่จะมีปริมาณมากขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์