วิกฤตน้ำท่วมช่วงปลายเดือนกันยายน 69 ซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักในหลายพื้นที่ขณะนี้ โดยเฉพาะ ‘กรุงเทพมหานคร’ ฝั่งตะวันออก และเหนือ
สำหรับฝ่ายการเมือง นี่คือโจทย์สำคัญ ในการประเมินการดูแลระดับพื้นที่ เช่น ‘พรรคประชาชน’ ที่มี สส.กทม.ทั้งจังหวัด และสก.อีกกว่า 20 คน เป็น ‘ฐานเสียงหลัก’ ทำให้การรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการรักษาศรัทธา และพิสูจน์ศักยภาพการบริหารจัดการ
ตั้ง ‘เดชรัต’ นำทีมรวมศูนย์ 'บัญชาการ' ด้วย 'ข้อมูล' หรือทําได้แค่เสนอแนะ
ตั้งแต่ 25 ก.ย. สถานที่แรก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังน้ำท่วมพระนครศรีอยุธยา วันอื่นๆ ต่อเนื่องไปยังจันทบุรี กลับเข้า กทม. ไปต่อสมุทรปราการ และนนทบุรี
จังหวะเริ่มไม่สู้ดี ‘พรรคประชาชน’ ประกาศจัดตั้งศูนย์ประสานงาน และติดตามสถานการณ์น้ำ (War Room) ส่วนกลาง เพื่อทำงานเชิงรุก ประมวลผลข้อมูล และประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศแบบ Real-time
โดยมี เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) นำทีม ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลหน้างานจาก สส., ส.ก., ส.จ., ส.ท., ส.อบจ. และทีมงานพรรคประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา ปริมาณฝน และระดับน้ำ เพื่อประเมินจุดวิกฤต ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉิน และแปรรูปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายยื่นต่อรัฐบาล โดย เดชรัต ได้วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเรียกร้อง และเสนอแนะอยู่เป็นระยะ
ขณะที่ ทีมงานในพื้นที่เร่งตั้งโรงครัว ช่วยภาคตะวันออก ณ อ.แก่งหางแมว จันทบุรี พร้อมแสดงความห่วงใยต่อ ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และ สระแก้ว ที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมขยายวงกว้าง และเตรียมตั้งโรงครัวเพิ่มเติมในพื้นที่ประสบภัยอื่น โดยมีศูนย์ประสานงานกลางอยู่ที่ อ.เมือง ระยอง และยังมีการเปิดครัวกลางประชาชนเพิ่มที่ตลาดห้วยพลู จ.นครปฐม เพื่อร่วมผลิตอาหารกล่องมากกว่า 1,000 กล่องต่อวัน ส่งต่อไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัยด้วย พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบ กทม. และปริมณฑล
จากนั้น จึงเปิดเว็บ Flood69 ศูนย์รวมข้อมูลสำคัญต่างๆ ข่าวสาร การรายงานสดจากพื้นที่ รวมถึงลิงค์ข้อมูลน้ำท่วมกรุงเทพฯ เช็คระดับน้ำคลอง ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ หลังจากที่มีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องหลายชั่วโมง จนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองสายหลักเอ่อล้นตลิ่ง กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรคประชาชนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ในสัปดาห์นี้ จะใช้กลไกสภาฯ เพื่อช่วยเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล ผ่าน 2 กลไกสำคัญ
ได้แก่ 1. การเสนอญัตติด่วนในวันพุธที่ 30 ก.ย.เพื่อสะท้อนปัญหาที่แกนนำ สส. และทีมงานพรรคได้รวบรวมมาจากหน้างานในแต่ละพื้นที่ และนำเสนอข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบต่อรัฐบาล
2. การตั้งกระทู้ถามรัฐบาลในวันพฤหัสบดีที่ 1 ต.ค.เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกลไกการแจ้งเตือนภัย การสั่งการเผชิญเหตุและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน รวมถึงแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด เช่น การจัดการรถยนต์ที่จมน้ำ การจัดการขยะน้ำท่วมที่มีปริมาณมหาศาล และประเด็นสำคัญคือการปรับแนวทางการจ่ายเงินเยียวยาให้รวดเร็ว สะดวก และครอบคลุมสำหรับประชาชนผู้ประสบภัยมากที่สุด
ดาวกระจาย ‘มดงาน’ ลงแรง - แต่ ‘บ้านรวย-คอนเนคชั่นดี’ ได้เปรียบมากกว่า ?
พรรคประชาชน ใช้การระดมสรรพกำลังแบบ ‘ดาวกระจาย’ ท่ามกลางข้อจำกัด เพราะไม่มีกลไกข้าราชการ และงบประมาณแผ่นดินในมือ อาศัยเครือข่ายอาสาสมัคร และการจัดการข้อมูล จึงเน้นไปที่การลงพื้นที่เข้าหา ให้การช่วยเหลือตามความหนักเบา
ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สส. และ สก. พรรคประชาชน เร่งประสานจัดส่งถุงทรายเข้าป้องกันจุดเสี่ยงต่างๆ พร้อมเตือนรับมือน้ำท่วมขังที่จะหนักขึ้น และประสานจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะบ้านเรือนริมคลอง พร้อมระบุพิกัดที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชน นำรถยนต์ไปจอดฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
แต่ในภาพรวม ก็ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า พรรคดูจะไม่ได้มีการทำงานรวมศูนย์จริง แบบที่เรียกร้องให้รัฐบาลทำเหมือนกันหรือไม่ เนื่องจากหากสังเกตุรายพื้นที่ เหล่า ‘สส.บ้านรวย’ หรือกลุ่มคนที่มีทรัพยากรในพรรคมากกว่า ก็สามารถดำเนินการได้ไว เข้าถึงอย่างเป็นรูปธรรม แบบที่ไม่ต้องรอให้ประชาชนถามหา เช่น ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน หรือ ชยพล สท้อนดี สส.กทม.พรรคประชาชน
เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียดหนัก เอกราช อุดมอำนวย สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯ ได้เร่งเดินหน้าประสานงานร่วมกับ สส. ส.ก. และผู้อำนวยการเขตในพื้นที่ กทม. ‘บูรณาการทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคง และทหาร’ เช่น พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เพื่อขอสนับสนุนกำลังพล รถยนต์ยกสูง และเรือกู้ภัย เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขังสูง เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ออกจากบ้านพักอาศัยที่ถูกน้ำท่วมขังมายังพื้นที่ปลอดภัยให้ได้เร็วที่สุด
‘ส้ม-แดง’ ลาดกระบัง ช่วงชิงจังหวะสำคัญ ซื้อใจคนพื้นที่
ระหว่างทาง ยังมีดราม่าประชาชนร้องหา สส.และ สก. ของพรรคสีส้มเจ้าของพื้นที่ ทำให้พรรคประชาชน โดยเฉพาะ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต้องช่วยแชร์ ภาพที่ถูกรวบรวมจากหลายพื้นที่จัดรวมทำเป็นอัลบั้ม เพื่อตอบโต้ยืนยัน ให้ความมั่นใจกับประชาชน และป้องกันความเข้าใจผิดในวงกว้าง
อย่าง ‘เขตลาดกระบัง’ ก็ถูกเปรียบเทียบกับเจ้าของเก่า ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี ของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ดูจะสามารถประสานหาทรัพยากร และบริหารสถานการณ์ได้ทันท่วงทีกว่า
ความ 'คาดหวัง' ท่ามกลางวิกฤต ‘ผู้นำฝ่ายค้าน vs ผู้นำประเทศ’
ณัฐพงษ์ ระบุว่า ในสถานการณ์และข้อจำกัดปัจจุบัน เราต้องยอมรับความจริงว่า การบริหารจัดการให้น้ำแห้งหรือหายท่วมไปในทันที เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือการบริหารจัดการสภาวะวิกฤตของ กทม. เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด และลดความสูญเสียทั้งทรัพย์สิน และชีวิตให้ได้มากที่สุด” ณัฐพงษ์ เน้นย้ำ ในคืนวันที่ 26 ก.ย.
ภายหลัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าพื้นที่เคหะร่มเกล้า ซึ่งถือเป็นจุดวิกฤตหนักในขณะนี้ เผชิญทั้งเสียงสรรเสริญและกร่นด่าไปพร้อมกันนั้น
ณัฐพงษ์ ก็ได้ลงพื้นที่ดังกล่าวเช่นเดียวกัน พร้อมจัดตั้งครัวกลาง และกระจายทีมงานถึง 9 ทีม ปูพรมลงพื้นที่สีแดง วิกฤตที่สุดในโซนลาดพร้าว บางกะปิ รามคำแหง
ณัฐพงษ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างของการบริหารจัดการภัยพิบัติระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบต. และเทศบาล มีบทบาทสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ มีการตั้งศูนย์บัญชาการระดับพื้นที่ เพื่อรับผู้ป่วย และเป็นศูนย์กลางรับของบริจาค ทำงานร่วมกับนายอำเภอ และผู้นำชุมชนในการกระจายความช่วยเหลือ ทำให้ประชาชนรู้จุดศูนย์กลางที่ชัดเจน
ในขณะที่ กทม. แม้จะมีทรัพยากรและศักยภาพมากกว่า แต่กลับมีปัญหาในระดับปฏิบัติการ คนกรุงเทพฯ ไม่มีผู้บริหารเขตที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้การบริหารจัดการภัยพิบัติ ในระดับพื้นที่และชุมชน แต่ยังมีศักยภาพทำได้ดีในงานที่ต้องรวมศูนย์ ทำให้เมื่อเกิดภัยพิบัติสเกลใหญ่ และเกิดขึ้นพร้อมกันทุกพื้นที่ กทม. จึงไม่สามารถรับมือได้อย่างคล่องตัวเท่ากับต่างจังหวัด
นอกจากปัญหาเชิงโครงสร้างแล้ว ณัฐพงษ์ ยังเรียกร้องให้ กทม. และรัฐบาล สื่อสารข้อมูลกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ว่าการระบายน้ำติดข้อจำกัดอะไร สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร และหน่วยงานกำลังทำอะไรอยู่ เพื่อให้ประชาชนมีความหวัง และรู้ไทม์ไลน์ว่า สถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใด ไม่ใช่ปล่อยให้รอความช่วยเหลือโดยไม่รู้ชะตากรรม
แม้พรรคฝ่ายค้าน ไม่สามารถแข่งขันด้วยปริมาณการแจกถุงยังชีพ ตามกำลัง ทรัพยากร และคนที่มี แต่พวกเขาเน้นเป้าหมายเฉพาะจุด ลงตามตรอก ซอยต่างๆ
หวัง 'เดินคู่กันสองขา' ขาหนึ่ง คือ การลงพื้นที่ซับน้ำตา อีกขาหนึ่งคือการทำหน้าที่ตรวจสอบ และเสนอแนะ เพื่อพิสูจน์ว่า ไม่ได้มีแค่แรงที่ลงไปในวันนี้ แต่ยังเตรียมแผนระดับชาติรองรับไว้ด้วย
สถานการณ์นี้ จึงกลายเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือชั้นดี หากพรรคประชาชน นำ สส. ในพื้นที่ทำงานได้เข้าถึง และรวดเร็วกว่ากลไกรัฐ ประชาชนจะยิ่งรู้สึกผูกพัน เชื่อมั่นว่า คิดไม่ผิดที่เลือกมา จนอาจสามารถเปลี่ยนใจ คนที่ไม่เคยคิดจะเลือก ให้กลับมามองเห็นความตั้งใจ แต่หากล่าช้า เข้าไม่ถึง ก็ย่อมทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพได้เช่นกัน



