‘กสถ.’ รื้อบัญชีสอบท้องถิ่น คืนสิทธิ์คนสุจริต เดินหน้าสางเครือข่ายโกงถึงที่สุด

5 ส.ค. 2569 - 19:31

  • ‘กสถ.’ รับรองยกเลิกบัญชีสอบเดิม

  • จัดอันดับใหม่ คืนสิทธิ์ผู้สอบสุจริตกว่า 12,000 คน

  • ขยายผลคดีโกงสอบ ผู้บรรจุแล้ว 97 รายยังต้องตรวจสอบ

‘กสถ.’ รื้อบัญชีสอบท้องถิ่น คืนสิทธิ์คนสุจริต เดินหน้าสางเครือข่ายโกงถึงที่สุด

การสะสางคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติรับรองการยกเลิกบัญชีผู้สอบผ่านเดิม พร้อมประกาศขึ้นบัญชีใหม่ตามคะแนนที่แท้จริง ขณะที่การดำเนินคดีของตำรวจยังขยายผลต่อเนื่อง ทั้งต่อผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนน ผู้บริหารระดับสูง และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการทุจริต สะท้อนว่าการล้างระบบครั้งนี้กำลังเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งในมิติการบริหารและกระบวนการยุติธรรม

กสถ.รับรองยกเลิกบัญชีเดิม ประกาศขึ้นบัญชีใหม่

ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติรับรองการลงนามของประธาน กสถ. ที่ยกเลิกการขึ้นบัญชีเดิม และประกาศขึ้นบัญชีใหม่เรียบร้อยแล้ว

การจัดทำบัญชีใหม่จะทำให้ผู้สอบผ่านโดยสุจริตราว 12,000 ราย ได้รับการขึ้นบัญชีตามคะแนนที่แท้จริง ส่วนผู้ที่มีคะแนนไม่ถูกต้อง รวมถึงผู้ที่มีการปรับคะแนนให้สูงขึ้น จะไม่ได้รับการขึ้นบัญชี พร้อมกำหนดแนวทางดำเนินการเพื่อคืนสิทธิ์ให้ผู้ที่ควรได้รับการขึ้นบัญชีตามลำดับคะแนนจริง โดยจะเสนอเรื่องให้ที่ประชุม ก.กลาง รับทราบและพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อ

แยก 2 กลุ่มผู้ได้คะแนนเพิ่ม บรรจุแล้ว 97 รายรอตรวจสอบ

อรรษิษฐ์อธิบายว่า ผู้ที่สอบผ่านแต่มีการปรับคะแนนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

  • 561 ราย ที่ยังไม่ได้รับการขึ้นบัญชี จะไม่ได้รับการขึ้นบัญชี
  • 97 ราย ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุแล้ว จะเสนอแนวทางดำเนินการต่อที่ประชุม ก.กลาง

สำหรับผู้ที่บรรจุแล้ว 97 ราย เป็นผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์เดิม แต่มีคะแนนเพิ่มขึ้น ซึ่งตำรวจจะตรวจสอบว่าคะแนนที่เพิ่มขึ้นเกิดจากกระบวนการใด และใครเป็นผู้ดำเนินการ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้สอบเองหรือผู้ดำเนินการแทน ก็จะถูกดำเนินคดี และหากพิสูจน์ได้ว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิด อาจถูกลงโทษถึงขั้นพ้นจากราชการและรับโทษทางอาญา

อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิ์ชี้แจงและโต้แย้งข้อกล่าวหาตามกระบวนการกฎหมาย

อรรษิษฐ์ย้ำว่า การสืบสวนจะขยายผลย้อนกลับไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเพิ่มคะแนน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติ หรือบุคคลอื่นที่ดำเนินการแทน หากพบความเชื่อมโยงก็จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีทั้งหมด โดยยืนยันว่า “ไม่มีใครสามารถหลุดรอดความผิดได้”

คณะกรรมการสอบวินัย รอสอบปากคำอดีตอธิบดี สถ.

ส่วนกรณี ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น อรรษิษฐ์ระบุว่า การสอบสวนวินัยร้ายแรงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งมี ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธาน

หากคณะกรรมการเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอ ก็สามารถสรุปผลและเสนอเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย ก่อนส่งต่อให้ อ.ก.พ. พิจารณาบทลงโทษในกรณีความผิดร้ายแรงได้ โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่าจะเชิญอดีตอธิบดี สถ. มาให้ปากคำประกอบการสอบสวน

รองอธิบดี สถ.แจงหลักเกณฑ์ 97 ราย ย้ำคดีอาญาเป็นอีกส่วนหนึ่ง

บุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า กลุ่มผู้สอบผ่านที่มีการปรับคะแนนมีประมาณ 774 ราย เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า

  • เดิมมีผู้ขึ้นบัญชี 561 ราย
  • ไม่มารายงานตัว 211 ราย
  • เมื่อนำมาจัดอันดับใหม่ จะเหลือผู้ยังอยู่ในบัญชี 97 ราย
  • อีก 464 ราย จะถูกเพิกถอนสิทธิ์และกลับไปจัดลำดับใหม่ตามคะแนนจริง

สำหรับ 97 รายที่ได้รับการบรรจุแล้ว บุญประสงค์ชี้แจงว่า การพิจารณายังคงยึดตามหลักเกณฑ์ของระเบียบ หากผู้สอบมีคะแนนภาค ก ถูกต้องและผ่านเกณฑ์ ก็ถือว่าผ่านการสอบ ส่วนการเอาผิดในคดีทุจริตเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. และพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจขยายผลคดี แจ้งข้อหาเพิ่มอดีตอธิบดี สถ.-เครือข่ายแก้คะแนน

อีกด้าน พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รายงานความคืบหน้าคดีต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ว่า กสถ.ได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา ในข้อหาเกี่ยวกับเจ้าพนักงานทำและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 และ 162

นอกจากนี้ ฝ่ายสืบสวนยังแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อ ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในความผิดตามมาตรา 157, 161 และ 162

ขณะเดียวกัน ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มเติม 3 ราย ขณะที่ผู้ต้องหาบางส่วนทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ ของ มศว.ให้การปฏิเสธ ส่วนผู้ต้องหากลุ่มบริษัทเอกชนที่ร่วมแก้ไขกระดาษคำตอบ เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว 4 คน ให้การปฏิเสธ 3 คน และรับสารภาพ 1 คน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน

นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือที่รู้จักในชื่อ ‘จ่าพิชิต’ หรือ ‘ดร.เอ’, วิน ธนพชรโภคิน หรือ ‘ดร.วิน’ และ ศตพร ธนพชรโภคิน หรือ ‘จ๋า’ น้องสาวของ ดร.วิน ในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ล้างบัญชีคือจุดเริ่มต้น เดินหน้าสอบวินัย-ขยายผลคดีต่อ

มติของ กสถ.ที่รับรองการยกเลิกบัญชีเดิมและประกาศขึ้นบัญชีใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญในการคืนสิทธิ์ให้ผู้สอบผ่านโดยสุจริต ขณะเดียวกัน การตรวจสอบผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการปรับคะแนน การสอบสวนวินัยข้าราชการ และการขยายผลทางคดีอาญา ยังดำเนินต่อควบคู่กันไป

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอยู่ระหว่างจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ยืนยันว่าหลักการทำงานคือ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่ปกป้องบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ นักการเมือง หรือผู้มีตำแหน่งระดับใด หากพยานหลักฐานชี้ไปถึงใคร ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยรัฐบาลจะไม่ก้าวก่ายการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบหรือหน่วยงานอิสระ พร้อมย้ำว่า ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์หรือพบว่ามีส่วนร่วมกับขบวนการทุจริต ย่อมต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับผิดตามกฎหมายทุกกรณี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์