‘มัลลิกา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ให้กำลังใจผู้ชนะ-ผู้สมัคร ขออย่าโยงต่อยอดตั้งพรรค

28 มิ.ย. 2569 - 20:50

  • ‘มัลลิกา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชน พร้อมให้กำลังใจผู้ชนะและผู้สมัครทั้ง 18 คน ลั่น ทำเต็มที่แล้วต้องยอมรับผล

  • เดินหน้าทำการเมืองต่อหรือไม่ บอก ถ้าจะใช้ ‘มัลลิกา’ ต้องใช้วันนี้อย่ารอชาติหน้า ตอนนี้ขอไปทำธุรกิจต่อ

  • วอนนักวิชาการ-สื่อ อย่าวิเคราะห์แทนว่า เอาคะแนนไปต่อยอดตั้งพรรค

‘มัลลิกา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ให้กำลังใจผู้ชนะ-ผู้สมัคร ขออย่าโยงต่อยอดตั้งพรรค

มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครที่ออกไปใช้สิทธิ์และทุกคะแนนเสียงที่ส่งสัญญาณในการให้คะแนนซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ของทุกคน อย่างไรก็ตาม ยังมีความเชื่อมั่นว่าคะแนนที่เป็นพลังบริสุทธิ์นี้เป็นคะแนนที่ส่งให้กรุงเทพมหานครเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

“อยากบอกทุกคนว่าขอกราบขอบพระคุณทุกคนว่ ามีความเชื่อมั่นเสมอว่าคะแนนบริสุทธิ์เหล่านั้นเป็นคะแนนที่มาจากความตั้งใจและตั้งใจที่อยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร แต่ในส่วนของคะแนนที่ยังไม่สิ้นสุด ก็อยากจะให้เกียรติพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะนับจนถึงที่สุดแล้ว จะได้กี่คะแนนก็อยากขอบพระคุณพี่น้องประชาชน และอยากแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะซึ่งเป็นสิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อผลประกาศออกมาอย่างไรเราก็ต้องยอมรับในเรื่องคะแนน”

มัลลิกา กล่าว

มัลลิกา ย้ำว่า 2 เรื่องที่อยากจะบอกคืออยากขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ให้ และขอแสดงแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นชัชชาติหรือใครก็ตาม

ทั้งนี้ ตอนนี้คะแนนยังนับไม่สิ้นสุดแต่คะแนนขณะนี้มาลำดับสองก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และได้แสดงแสดงความยินดีต่อผู้ที่ชนะให้ได้เข้าไปทำหน้าที่ แต่ผลของการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไรหลังจากนี้ อยากให้เกียรติคะแนนตรงนั้น จึงต้องเฝ้าดูให้การนับผลคะแนนสิ้นสุดและเสถียร

มัลลิกา ระบุว่า ระบอบประชาธิปไตยในการเลือกผู้นำโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็นจังหวัดเดียวที่มีการเลือกผู้นำของของตัวเอง จึงขอชื่นชมประชาชนที่ได้แสดงออกถึงระบอบประชาธิปไตยในการออกลงคะแนน สำหรับระยะเวลาในการหาเสียง 30 วันไม่ว่าจะน้อยหรือไม่ ก็ต้องขอบคุณเพราะถือว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ ซึ่งได้ทำตามยุทธศาสตร์ทุกอย่างแล้วทั้งในเรื่องของนโยบายและการประชาสัมพันธ์และดีเบตก็ได้ทำอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว

สำหรับการเดินทางการเมืองในอนาคตนั้น มัลลิกา ระบุว่า เคยประกาศไว้แล้วว่าถ้าใครจะใช้ มัลลิกา ต้องใช้วันนี้ไม่ใช่รออนาคตหรือชาติหน้า เพราะมีธุรกิจและต้องทำหน้าที่ของตัวเอง หากประชาชนโหวตให้ชนะก็จะทุ่มเทเสียสละทำอย่างเต็มที่ตามยุทธศาสตร์ 14 ประการที่เคยประกาศไว้ แต่หากผลโหวตไม่เพียงพอที่จะได้เป็นผู้นำกรุงเทพมหานคร ก็อยากฝากผู้ชนะว่า นโยบายอะไรก็ตามที่ ลืมคิดไป เช่น พ.ร.บ.ความมั่นคงหรืออะไรต่างๆ ก็อยากให้หยิบเอานโยบายของผู้สมัคร ไปผลักดัน นำไปใช้กับการทำงาน ของการเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครให้เกิดความเป็นศรีวิไลอย่างแท้จริง

เมื่อถามว่าคะแนนที่มาเป็นลำดับสองเหนือความคาดหมายหรือไม่ มัลลิกา ระบุว่า หากพูดถึงเรื่องความคาดหมายถือว่าต่ำกว่าความคาดหมายอยู่แล้ว แต่หากเทียบกับคนอื่นที่มีคะแนนรองลงไปหลายคนอาจจะตกใจ หรือเซอร์ไพรส์ แต่จริงๆ แล้วมีการทำยุทธศาสตร์เพื่อชนะ แต่ผลคะแนนออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ

มัลลิกา กล่าวว่า ซึ่งสิ่งที่อยากบอกคือการทำหน้าที่อย่างเต็มที่สุด หลังจากนี้ก็จะทำหน้าที่พลเมืองในการนั่งติดตามตรวจสอบ ด้วยความเป็นห่วงกรุงเทพมหานคร วันนี้หากถามว่า จะทำอะไรต่อ มัลลิกาได้ปวารณาตัวมาเพื่อที่จะทำหน้าที่ผู้นำกรุงเทพมหานคร ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อสร้างระบอบขึ้นเสร็จแล้วก็ไปตั้งระบอบนี้เพื่อเป็นพรรคการเมืองต่อ หรือไปเป็นอะไรในอนาคต เราจะไม่เอาคะแนนคะแนนเสียงของชาวกรุงเทพเพื่อมาสร้างอนาคตตัวเองตามที่มีคนวิเคราะห์ จึงขอพูดไว้ตรงนี้ กรณีที่มีสื่อมวลชนหลายช่องที่ไม่ได้เชิญมัลลิกาไปดีเบต แต่มีการวิเคราะห์ว่า ครั้งหน้ามัลลิกาก็จะชนะ แต่ขออย่าวิเคราะห์ด้วยลักษณะที่มโนกันเอาเอง และหากไม่ได้เห็นความหมายของระบอบประชาธิปไตยในการที่จะให้ค่าผู้สมัครตั้งแต่ต้นก็ไม่ควรวิเคราะห์โดยการเดาใจผู้สมัครแต่ละคนว่าจะไปใช้ชีวิตแบบไหนอย่างไร และใช้ชีวิตบนพื้นฐานการตัดสินใจหรือการวิเคราะห์ของคุณหรือไม่ เพราะฉะนั้น มัลลิกาพูดด้วยความจริงใจว่า กรุณาอย่ามโนวิเคราะห์ โดยเฉพาะเวลาไม่มีคอนเทนต์อะไ รจะไปออกทีวีก็นำไปพูด หรือเวลาที่จะวิเคราะห์อะไร ขอให้กรุณาโทรโทรศัพท์มาถาม เพราะนักวิชาการทุกคนมีเบอร์โทรศัพท์มัลลิกา พร้อมย้ำว่า ‘กรุณาอย่ามโน’

นอกจากนี้ มัลลิกายังได้ให้ให้กำลังใจผู้สมัคร ทั้ง 18 เบอร์ที่มาลงเลือกตั้งในครั้งนี้ เพราะทุกคนถ้าให้ทำเต็มที่และดีที่สุด และที่สำคัญคือคะแนนของพี่น้องประชาชนที่ชนะการเลือกตั้งเพื่อเลือกผู้นำของตัวเองในการเป็นผู้ว่าครั้งนี้ถือว่า เป็นมติของประชาชน เราต้องยอมรับว่า มติจะออกมาในลักษณะที่ถูกใจหรือไม่ถูกใจใคร ขออย่าให้มีความแตกแยกหรือนักวิตกกังวล หลังจากนี้ใครแพ้ก็เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย หากใครชนะก็เป็นผู้นำกรุงเทพมหานครในระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถามย้ำว่า ชัดเจนว่า 4 ปี จะไม่กลับมาสนามนี้แล้วใช่หรือไม่ มัลลิกา ระบุว่า เวลานี้ได้ทำเต็มที่แล้ว ขณะเดียวกันก็มีความตั้งใจที่จะประกาศปวารณาตัวแล้ว หลังจากนี้ก็คงไปทำหน้าที่ของตัวเอง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์