เอกราช อุดมอำนวย ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ. ภายหลังเชิญตัวแทนจากกองทัพเรือมาชี้แจงประเด็น “ปืนฟาลังซ์ CIWS (ระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิดแบบอัตโนมัติ) ของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ที่ไม่สามารถใช้งานได้”
ประธาน กมธ.การทหาร ระบุว่าวันนี้มีผู้แทนจากกองเรือยุทธการมาให้ข้อมูล โดยที่ประชุมได้ซักถามเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง พบว่าปัญหาของระบบฟาลังซ์บนเรือหลวงภูมิพลฯ เป็นความรับผิดชอบของซัพพลายเออร์ คือ บริษัท DSME ซึ่งปัจจุบันคือ บริษัท ฮันฮวา โอเชี่ยน
ซึ่งกองทัพเรือได้แจ้งเคลมประกันก่อนหมดระยะประกันประมาณ 1 เดือน หลังตรวจพบว่ามีความผิดปกติ ดังนั้น บริษัทฮันฮวาต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการซ่อมให้กับกองทัพเรือ และที่ผ่านมาทางกองทัพเรือได้ประสานกับบริษัทฮันฮวามาโดยตลอด แต่เขาไม่ใช่ผู้ผลิตปืนฟาลังซ์
ซึ่งผู้ผลิตคือบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้มาสำรวจและนำอุปกรณ์กลับไปซ่อมที่ประเทศต้นทางแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นการส่งแบบกลับไปกลับมา 3 รอบ เป็นการซ่อมแบบไม่จบไม่สิ้น
ทั้งนี้ กองทัพเรือชี้แจงสาเหตุที่ใช้เวลาซ่อมยาวนานว่าเกิดจากปัญหาโควิด และเมื่อนำอุปกรณ์กลับมาติดตั้งคืนในเรือแล้ว ก็พบว่ามีความเสียหาย
โดยกองทัพเรือได้มีการปรึกษาหารือกับบริษัทฮันฮวาและบริษัทผู้ผลิต แต่ก็เกิดปัญหาว่า 2 บริษัทนี้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ซึ่งกองทัพเรือเคยทำหนังสือไปสอบถามคณะที่ปรึกษาทางการทหารของสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย (JUSMAG) และได้รับคำตอบว่าปืนระบบฟาลังซ์ที่กองทัพเรือจัดหาเป็นรุ่นเก่า ไม่มีอะไหล่แล้ว ทำให้กองทัพเรือไม่สามารถจัดหาอะไหล่มาเตรียมไว้ได้
และขณะนี้แทบทุกประเทศที่ใช้งานปืนระบบฟาลังซ์ ได้มีการปรับปรุงหรืออัปเกรดรุ่นแล้ว จึงแนะนำให้กองทัพเรืออัปเกรดรุ่นปืนเป็นรุ่นปัจจุบัน
เอกราช กล่าวต่อว่า “คำถามสำคัญก็คือในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ของปืนระบบฟาลังซ์ กลายเป็นของตกรุ่น ก็อยากถามกองทัพเรือว่าทราบหรือไม่ เวลาขณะนั้นที่มีการทำสัญญาต่อเรือกำลังซื้อของตกรุ่น ถ้าทราบเหตุใด จึงไม่จัดเตรียมอะไหล่ไว้ แต่ถ้าไม่ทราบ ทางบริษัทฮันฮวาได้แจ้งให้ทราบหรือไม่ ทั้งหมดจึงเป็นคำถามเรื่องการจัดการ”
เมื่อถามว่าทางกองทัพเรือได้ชี้แจงหรือไม่ว่าปืนฟาลังซ์สามารถใช้งานจริงได้หรือไม่ เอกราช กล่าวว่า ทางผู้ชี้แจงระบุว่า “ยังตอบไม่ได้” โดย 7-8 เดือนก่อนหน้านี้ที่จะมีการขอเคลมประกัน เข้าใจว่าช่วงนั้นน่าจะใช้งานได้ แต่จะใช้ได้มากน้อยแค่ไหน ก็ยังไม่มีข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ เมื่อผู้ชนะโครงการประมูลเรือฟริเกตลำใหม่เป็นบริษัทเดียวกับที่ต่อเรือหลวงภูมิพลฯ เอกราช กล่าวว่า “เราสนับสนุนกองทัพเรือให้มีการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ก็อยากให้กองทัพเรือสร้างอำนาจต่อรองในการพูดคุยเจรจา เพื่อจบปัญหาเรือหลวงภูมิพลเสียก่อน เพราะหากปืนฟาลังซ์ยังไม่สามารถจบได้ จะทำให้ขาดความเชื่อมั่นในการได้รับสัญญาที่ 2”
ซึ่งในฐานะตัวแทนประชาชน “จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเงินภาษีของประชาชนจะไม่เกิดปัญหาซ้ำรอย แต่ถ้าสามารถต่อรองได้ก็ถือว่าเป็นคุณูปการของกองทัพเรือและประเทศชาติ ที่ได้ใช้เงินทุกเม็ดอย่างคุ้มค่า”
ส่วนกระแสข่าวเรือฟริเกตลำใหม่จะมีการเปลี่ยนระบบปืนฟาลังซ์จากของอเมริกาเป็นฝรั่งเศส สะท้อนอะไรหรือไม่ เอกราช กล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องนี้กองทัพเรือจะแถลงรายละเอียด ซึ่งความจริงแล้ววันนี้ทาง กมธ.ทหารได้เชิญคณะผู้ร่าง TOR รวมถึงกรมสรรพาวุธทหารเรือมาชี้แจง แต่น่าเสียดายที่กรมสรรพาวุธทหารเรือไม่ได้ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร เพราะก็จะถามเรื่องนี้เช่นกัน
ทั้งนี้ กมธ.ทหารมีข้อสรุปให้ขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง คือ สัญญาต่อเรือ และรายละเอียดการพูดคุยระหว่างกองทัพเรือกับฮันฮวา รวมถึงบริษัทผู้ผลิตปืนฟาลังซ์ด้วย
โดยหากใน 14 วันไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ ทาง กมธ.จะมีการทำหนังสือไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกรมบัญชีกลาง เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ รวมทั้งจะบรรจุเพื่อพิจารณาว่า บริษัทฮันฮวา มีคุณสมบัติที่เพียงพอที่จะรับงานต่อเรือฟริเกตลำใหม่หรือไม่




