การทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นเดินทางมาถึงจุดตัดสำคัญ หลังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สรุปยอดฟันข้าราชการที่ได้คะแนนไม่ตรงจริงรวม 3,868 ราย จากยอดข่ายทุจริตเกือบ 6 พันราย โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้พร้อมกันทั่วประเทศภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ก่อนเดินหน้าล้างมลทินและบรรจุผู้สอบผ่านตัวจริงเข้าปฏิบัติหน้าที่แทนในเดือนตุลาคม 2569
จาก 5,925 สู่ 3,868 ราย สถ. คัดแยกยอด ได้บรรจุแล้ว ออกจาก บัญชีรอเรียก
นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดี สถ. ชี้แจงถึงความชัดเจนของตัวเลขผู้ถูกเพิกถอนว่า ตัวเลข 5,925 รายที่ปรากฏก่อนหน้านี้คือจำนวนยอดผู้ที่ตรวจพบการ แก้ไขคะแนน ทั้งหมด แต่จากการไล่เทียบประวัติและตรวจสอบข้อมูลรายบุคคลอย่างละเอียด พบว่าผู้ที่ผ่านการบรรจุเข้ารับราชการไปแล้วมีจำนวน 3,868 คน ซึ่งส่วนนี้คือกลุ่มเป้าหมายหลักที่ต้องมีคำสั่งเพิกถอนทันที
สำหรับกลุ่มที่เหลืออีกกว่า 1,000 ราย เป็นผู้ที่มีชื่อติดอยู่ในบัญชีแต่ยังไม่ได้รับการเรียกบรรจุ ทาง สถ. ใช้วิธี ตัดสิทธิและไม่เรียกบรรจุ โดยอัตโนมัติ จึงไม่ต้องออกคำสั่งเพิกถอนซ้ำซ้อน
เดดไลน์ 31 ส.ค. สั่งการมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ไร้ฟ้องกลับ
การกำหนดเส้นตายวันที่ 31 สิงหาคม เป็นวันสุดท้ายในการเซ็นคำสั่งเพิกถอน มาจากมติของคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เพื่อให้เกิดผลบังคับใช้พร้อมเพรียงกันในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดย ก.จังหวัด ได้ทยอยจัดประชุมครบถ้วน เหลือเพียง 6 จังหวัดสุดท้ายที่ไม่มีรายชื่อผู้กระทำผิด
แม้จะมีผู้เกี่ยวข้องถูกเพิกถอนหลายพันราย แต่ นิรัตน์ ยืนยันว่ายังไม่มีการฟ้องร้องใดๆ จากผู้ถูกเพิกถอน เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบมีหลักฐานเปรียบเทียบคะแนนจริงและคะแนนที่มีการแก้ไขชัดเจน
ในส่วนของข้าราชการ 146 รายที่ตัดสินใจชิงยื่นใบลาออกไปก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นรายชื่อที่รวมอยู่ในยอด 3,868 คน ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายจะยังดำเนินต่อไป ไม่สามารถตัดขาดจากความรับผิดชอบได้
ส่งต่อหน่วยงานปราบโกง มหาดไทยเตรียมบรรจุคนใหม่ทดแทน ต.ค. นี้
นิรัตน์ เปิดเผยว่าตั้งแต่เปิดให้ผู้สอบตรวจสอบผลคะแนน ณ กรม สถ. และสำนักงานท้องถิ่น 76 จังหวัดทั่วประเทศ มีผู้เดินทางมาขอดูคะแนนจริงแล้วถึง 1,489 ราย ซึ่งทุกคนยอมรับในข้อเท็จจริงหลังเห็นหลักฐาน
สำหรับคดีความทางอาญา เรื่องทั้งหมดถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานปราบปรามการทุจริตตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ทั้ง ป.ป.ช., ป.ป.ท., ดีเอสไอ, ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาด
ภารกิจจัดระเบียบบัญชีสอบท้องถิ่นที่มีผู้สมัครเกือบ 300,000 ราย และขึ้นบัญชีไว้เกือบ 50,000 ราย ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวังกู้ชื่อเรื่องความโปร่งใส
โดยหลังจากสะสางบัญชีผู้ทุจริตเสร็จสิ้น สถ. จะดำเนินการเรียกบรรจุผู้สอบผ่านตัวจริงที่มีคุณสมบัติถูกต้อง เข้าทำหน้าที่ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายในเดือนตุลาคมนี้อย่างเป็นทางการ




