เกมซักฟอกเริ่มขยับ! ฝ่ายค้านล็อกเป้า ‘อนุทิน-ไชยชนก’ รัฐบาลวัดใจ ‘เพื่อไทย’

2 ก.ย. 2569 - 18:50

  • ฝ่ายค้านเห็นพ้องเดินหน้าซักฟอกตามมาตรา 151 ล็อกเป้า ‘อนุทิน-ไชยชนก’

  • ‘พริษฐ์’ ฝากรัฐบาลอย่าใช้เทคนิคปิดทางอภิปราย “ฮั้ว สว.-โกงสอบท้องถิ่น”

  • ‘จุลพันธ์’ ย้ำวงกินข้าวรัฐบาล 6 ก.ย. ไม่เกี่ยวปรับ ครม. ยันพร้อมรับศึกซักฟอก

เกมซักฟอกเริ่มขยับ! ฝ่ายค้านล็อกเป้า ‘อนุทิน-ไชยชนก’ รัฐบาลวัดใจ ‘เพื่อไทย’

เกมการเมืองกำลังขยับเข้าสู่โหมดวัดกำลัง เมื่อฝ่ายค้านเริ่มจัดทัพเดินหน้าสู่ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่ฝั่งรัฐบาลก็เปิดพื้นที่พูดคุยระหว่างแกนนำ ครม.

ท่ามกลางคำถามว่า การเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็นเพียงเกมอภิปรายตามกลไกสภาฯ หรือกำลังซ่อนแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่อาจเปลี่ยนสมการการเมืองได้

ฝ่ายค้านเดินหน้า ม.151 ล็อกเป้า ‘อนุทิน-ไชยชนก’

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมได้หารือร่วมกันแล้ว โดยขณะนี้มีพรรคร่วมฝ่ายค้านเพิ่มขึ้น คือ พรรคไทรวมพลัง และมีความเห็นตรงกันว่าจะเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ซึ่งเป็นการอภิปรายทั่วไปที่มีการลงมติ

พริษฐ์ระบุว่า ในเชิงกรอบเวลา ฝ่ายค้านจะดำเนินการโดยเร็ว และได้พูดคุยกันแล้วว่าจะครอบคลุมถึงบุคคลใดบ้าง โดยแต่ละพรรคจะกลับไปรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่ 2 รายชื่อที่มีความชัดเจนแล้ว ได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงาน โดยมี รังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นหัวเรือหลักในการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวบรวมรายชื่อ และจัดทำญัตติ เพื่อเตรียมยื่นต่อสภาโดยเร็ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์

ฝากนายกฯ อย่าปิดทางอภิปราย “ฮั้ว สว.-โกงสอบท้องถิ่น”

เมื่อถูกถามว่าฝ่ายค้านมีหลักฐานเด็ดที่จะทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจสะเทือนรัฐบาลหรือไม่ พริษฐ์กล่าวว่า ไม่อยากพูดล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ แต่ยืนยันว่าฝ่ายค้านทำงานอย่างเต็มที่ และขอให้ผลงานเป็นตัวบ่งบอก

พร้อมฝากถึงนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าพร้อมตอบทุกคำถาม โดยหวังว่า นายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทยจะไม่พยายามหาช่องทางให้ประธานสภาวินิจฉัยไม่ให้ฝ่ายค้านพูดถึงประเด็น “ฮั้ว สว.” และ “โกงสอบท้องถิ่น” รวมถึงไม่ใช้เทคนิคในลักษณะดังกล่าว

ชี้เป้าหมายใหญ่ไม่ใช่แค่ล้มรัฐบาลในสภา แต่คือเสียงประชาชน

ส่วนกรณี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าพรรคประชาชนทำให้ ‘อนุทิน’ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็สามารถทำให้พ้นจากตำแหน่งได้เช่นกัน และจะทำได้เมื่อใดนั้น พริษฐ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน

พริษฐ์ย้ำว่า ฝ่ายค้านประกาศชัดเจนว่า ยิ่งเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ในประเทศต่อไป ก็ยิ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน จึงจะเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ พร้อมมองไปถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า หากฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดีและประชาชนเห็นพ้องว่าการมีพรรคอื่นมาเป็นแกนนำรัฐบาลจะทำให้ประเทศดีขึ้น การเปลี่ยนรัฐบาลก็สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านเสียงของประชาชน

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พริษฐ์ยอมรับว่าไม่สามารถคาดเดามติของ สส.ได้ เนื่องจากเข้าใจดีว่าในสภายังมีเสียงข้างมากสนับสนุนรัฐบาล แต่เป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่เพียงการนับคะแนนในวันลงมติ หากแต่คือการนำเสนอข้อเท็จจริงและปัญหาของรัฐบาลให้สังคมเห็นผ่านหลักฐานที่ฝ่ายค้านมี

หากประชาชนเห็นด้วยกับข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำเสนอ เมื่ออำนาจกลับไปอยู่ในมือประชาชน ก็จะเป็นโอกาสให้ประชาชนเปิดทางให้พรรคอื่นเข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล

‘จุลพันธ์’ ยันวงกินข้าว 6 ก.ย. ไม่เกี่ยวปรับ ครม. ย้ำรัฐบาลยังไร้ปัญหา

ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมเปิดบ้านพักส่วนตัว นัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารในวันที่ 6 ก.ย. ว่า การนัดหมายดังกล่าวไม่มีการหารือเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี เพราะทุกฝ่ายเป็นรัฐบาลร่วมกันและทำงานเพื่อประชาชน

จุลพันธ์ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพภายใน และมีการพูดคุยกันอยู่ตลอด โดยเฉพาะการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา ซึ่งทุกฝ่ายยังทำงานและประชุมร่วมกันตามปกติ

“ส่วนนัดกินข้าวก็เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้นั่งพูดคุยกันในบรรยากาศที่รีแล็กซ์ขึ้น ไม่ใช่การประชุมเพียงหน้างานเท่านั้น หรืออย่างรัฐมนตรีช่วยบางคนอาจจะไม่มีโอกาสไปพูดคุยกับนายกฯ มากนัก ก็จะได้ไปเล่าต่อหน้าเรื่องงานว่ามีอะไรที่ติดขัดบ้าง หรือขับเคลื่อนอะไรอยู่ เพื่อให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น”

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

จุลพันธ์กล่าวว่า การรับประทานอาหารครั้งนี้ยังเชิญฝ่ายสภาเข้าร่วมด้วย เนื่องจากการทำงานของรัฐบาลไม่ได้มีเพียงส่วนของ ครม. แต่ยังต้องทำงานร่วมกับสภา โดยจะได้พูดคุยถึงประเด็นปัญหาและข้อหารือต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

ยังไม่เตรียมรับศึกซักฟอก ย้ำพร้อมตอบทุกคำถาม

เมื่อถูกถามว่าการเชิญฝ่ายสภาร่วมวงกินข้าวเป็นการเตรียมรับศึกซักฟอกหรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการเตรียมรับศึก และตัวเขาเองก็ไม่ได้เตรียมอะไร เพราะขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านว่าจะซักถามข้อสงสัยใด ซึ่งรัฐบาลพร้อมตอบอยู่แล้ว

ส่วนเหตุผลที่ต้องเชิญฝ่ายสภาเข้าร่วมด้วยนั้น เพราะการทำงานของรัฐบาลจำเป็นต้องขับเคลื่อนผ่านสภา โดยเฉพาะกฎหมายต่าง ๆ ที่ต้องส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภา

ออกตัวปม “ฮั้ว สว.” ขอวางตัวตามกลไกตรวจสอบ

สำหรับประเด็น “ฮั้ว สว.” ที่อาจถูกฝ่ายค้านนำมาอภิปราย และบทบาทของพรรคเพื่อไทยซึ่งเคยผลักดันเรื่องนี้ในช่วงที่เป็นแกนนำรัฐบาล แต่ปัจจุบันร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย จุลพันธ์กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีมีบทบาทในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ขณะเดียวกันก็มีสถานะเป็น สส. ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบและกำกับการทำงานของรัฐ

ดังนั้น การรับฟังข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเดินหน้าอย่างไร โดยต้องพิจารณาว่ามีข้อมูลใหม่หรือไม่ และข้อมูลใดรับฟังได้หรือไม่ได้ ทั้งหมดต้องเป็นไปตามขั้นตอนของระบอบประชาธิปไตย

“กรณีฮั้ว สว. พรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องนี้ และเราก็เดินไปจนสุดทางแล้ว ส่งไปต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยว องค์กรอิสระ เราต้องเชื่อมั่นในกลไกการตรวจสอบ วันนี้ไม่ได้อยู่ในมือของพรรคเพื่อไทยหรืออยู่ในมือของ สส. การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน แต่กระบวนการตรวจสอบมีองค์กรและหน่วยงานดำเนินการอยู่ ต้องให้เขามีอิสระ”

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

จุลพันธ์ย้ำว่า หากผลการตรวจสอบออกมาเป็นคุณ ก็ต้องยอมรับ แต่หากผลไม่เป็นไปตามที่ต้องการแล้วกลับบอกว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง บ้านเมืองก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ จึงต้องยึดมั่นในกรอบและกระบวนการ เมื่อผลออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับและเดินหน้าต่อ

ปัดมี “ข้อมูลลับ” ฮั้ว สว. ย้ำทุกอย่างส่งหน่วยงานไปหมดแล้ว

เมื่อถามว่าการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยอาจกระทบความไว้วางใจของประชาชนหรือไม่ เนื่องจากถูกมองว่าพรรคน่าจะมีข้อมูลเรื่องฮั้ว สว.อยู่ในระดับหนึ่ง จุลพันธ์ตอบทันทีว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีข้อมูลอะไรเป็นพิเศษ

โดยพรรคดำเนินการตามหน้าที่รับผิดชอบ และกระบวนการทั้งหมดได้ผ่านไปแล้ว ข้อมูลอยู่ในกระบวนการของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่มีข้อมูลลับหรือข้อมูลพิเศษที่ยังไม่ได้เปิดเผย เพราะทุกอย่างได้ส่งให้หน่วยงานดำเนินการไปหมดแล้ว จึงต้องปล่อยให้กระบวนการเดินหน้าต่อ

ส่วนข้อเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยยกมือไม่ไว้วางใจ หากรัฐบาลถูกอภิปรายเรื่องฮั้ว สว. จุลพันธ์กล่าวว่า พร้อมรับฟังทุกฝ่าย แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครมาพูดคุยกับตนในประเด็นดังกล่าว

เชื่อเสียง ‘เพื่อไทย’ ไม่แตก ย้ำทำงานเป็นทีม

สำหรับแนวทางการลงมติของพรรคเพื่อไทยว่าจะยึดมติพรรคหรือเปิดให้เป็นเอกสิทธิ์ของ สส.นั้น จุลพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนด แต่เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะภายในพรรคมีการพูดคุยกันและอยู่บนหลักการเดียวกัน

“คงไม่มีเสียงแตก เราทำงานเป็นทีม อยู่ในเส้นเดียวกัน”

ส่วนกระแสข่าวการปรับรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จุลพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องดังกล่าว เพราะหากติดตามการทำงานของรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าทุกคนพยายามทำงานอย่างเต็มที่ และสามารถส่งมอบนโยบายให้ประชาชนได้

จุลพันธ์มองว่า รัฐมนตรีของพรรคยังทำงานอยู่ในเกณฑ์ที่บรรลุเป้าหมาย โดยขณะนี้รัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้ประมาณ 4 เดือน จึงยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และควรให้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองและผลงาน ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

ศึกซักฟอกกำลังตั้งต้น ขณะที่รัฐบาลเดินเกมประคองเสียง

ภาพการเมืองหลังจากนี้จึงเริ่มเห็นเส้นแบ่งชัดขึ้น เมื่อฝ่ายค้านประกาศเดินหน้า มาตรา 151 พร้อมล็อกเป้าเบื้องต้นไปที่ ‘อนุทิน-ไชยชนก’ และเตรียมตั้งคณะทำงานรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นญัตติในอีกไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ประเด็น “ฮั้ว สว.” และ “โกงสอบท้องถิ่น” ถูกวางเป็นหนึ่งในเรื่องที่ฝ่ายค้านต้องการนำเข้าสู่การอภิปราย

ส่วนฝั่งรัฐบาลพยายามยืนยันเสถียรภาพ พร้อมเปิดวงพูดคุยระหว่างฝ่าย ครม. และฝ่ายสภาในบรรยากาศที่ผ่อนคลายขึ้น ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า เมื่อถึงวันลงมติ สส.ฝ่ายรัฐบาลจะยืนอยู่บนมติเดียวกันได้มากน้อยเพียงใด ขณะที่คำตอบสุดท้ายอาจไม่ได้อยู่แค่ในห้องประชุมสภาฯ แต่อยู่ที่สายตาและการตัดสินใจของประชาชน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์