’กรวีร์‘ เผย เตรียมคุยฝ่ายค้าน เคาะกรอบเวลา ถก 'โอนงบ 69-งบ 70' พุธนี้

22 มิ.ย. 2569 - 16:48

  • บอก ยังไม่ได้ดูรายละเอียดของบทำ TH -AI Passport  เฟสสอง ยัน รบ. - ก.ดีอีพร้อมแจง 

  • ไม่ขัดข้องถก ‘ร่างแก้ไข รธน.’ จะรอ ‘ภาคประชาชน’ หรือพิจารณาไปก่อน พ้อแก้รัฐ รธน. ‘เร่งก็โดนด่า-ช้าก็หาว่าเตะถ่วง’ ยัน ‘ภูมิใจไทย’ เอาจริง ไม่ใช่ ‘ละครปาหี่’ หวั่นซ้ำรอยเก่าฟังความเห็นตุลาการฯทำแผนล่ม

’กรวีร์‘ เผย เตรียมคุยฝ่ายค้าน เคาะกรอบเวลา ถก 'โอนงบ 69-งบ 70' พุธนี้

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า  ในวันพุธที่ 24 มิ.ย. 69 จะมีกฎหมายที่สำคัญหลายฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายที่พิจารณาแล้วเสร็จจากกรรมาธิการวิสามัญ ที่ ครม. ได้ยืนยันร่างกลับมา เช่น เรื่องการเวนคืนที่ดิน รวมไปถึงกฎหมายของภาคประชาชนที่จะเข้าสู่การพิจารณาคือกฎหมายคุ้มครองความบกพร่องชำรุดเสียหายของสินค้า 

นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. 69 ได้มีการประสานงานว่า จะเป็นการพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 และในสัปดาห์หน้าวันที่ 29 ถึง 30 มิถุนายน และ 1 กรกฎาคม จะเป็นการประชุมงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 

ส่วนกรอบเวลาในการพิจารณานั้น วันพุธนี้ จะมีการนัดประชุมทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล เพื่อกำหนดกรอบเวลาในการพิจารณา ทั้ง พ.ร.บ.โอนงบ และพ.ร.บ. งบประมาณปี 70 ซึ่งตอนนี้ ได้ตั้งไว้คร่าว ๆ แล้ว เดี๋ยวจะมีการพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย เพื่อกำหนดเวลาอีกครั้ง 

ส่วนในงบประมาณปี 70 ที่จะมีงบของโครงการ TH - AI Passport จะไม่กังวลเรื่องการถล่มงบในครั้งนี้ใช่หรือไม่ กรวีร์ กล่าวว่า มีหรือไม่มี ตนเองยังไม่ได้ดูในรายละเอียด ว่ามีการตั้งงบประมาณในโครงการดังกล่าวเป็นปีที่ 2 หรือไม่ เพราะปีแรกไม่ได้ใช้เงินงบประมาณ แต่ไปใช้เงินกองทุน คงต้องไปดูในรายละเอียด  

ส่วนที่ว่ากลัวจะโดนถล่มหรือไม่นั้น กรวีร์ ยืนยันว่า ไม่กลัวเลย ตนเองคิดว่ารัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ยินดีที่จะให้ตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากฝ่ายค้าน รวมไปถึงจากภาคประชาชนด้วย  ซึ่งขั้นตอนกระบวนการในการตรวจสอบในมุมของรัฐบาล และกระทรวง ก็ยินดีอย่างที่จะให้มีการติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างอย่างเข้มข้นแบบนี้อยู่แล้ว 

โดยเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องงบประมาณโดยตรงจะคอยชี้แจง เนื่องจากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ 

กรวีร์ กล่าวถึงกรณีที่ประธานรัฐสภาออกมาระบุ สามารถบรรจุวาระ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 7-8 ก.ค. นี้ได้เลย ขณะที่ภาคประชาชนขอให้รอร่างภาคประชาชนก่อน ว่า เหตุที่มีการบรรจุวันที่ 7-8 ก.ค. เพราะมีการคุยกันทั้ง 3 ฝ่าย ฝ่ายค้านเองก็มีการยื่นร่างเข้ามาแล้ว พรรคภูมิใจไทยก็ยื่นร่างเข้ามาแล้ว แต่หลังจากที่ได้มีการไปพบกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน ก็ไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านจะปรับปรุง หรือเขียนร่างใหม่หรือไม่ ส่วนร่างของภาคประชาชน จะรอก็ได้ หรือจะพิจารณาไปก่อน เราไม่มีปัญหา เราอยากให้เกิดข้อตกลงร่วมกันมากกว่า ระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล

"ผมเร่งพิจารณาวันนี้ กลายเป็นจะโดนพรรคฝ่ายค้านตำหนิว่า ทำไมไม่รอภาคประชาชน ผมพิจารณาช้า ก็จะโดนตำหนิว่าทำไมเตะถ่วง ถ่วงรั้ง ไม่ยอมพิจารณาเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญอีก เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้ผมคิดว่าในสัปดาห์นี้คงจะต้องมีการหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย สส. สว. และทางฝ่ายค้าน ว่าตกลงแล้ว 7-8 ก.ค. เรายังจะเอาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญอยู่หรือไม่ หรือคิดว่าภาคประชาชน ได้หลายหมื่นชื่อแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ ถ้าจะรอของภาคประชาชนเข้ามาแล้วพิจารณาในคราวเดียว ทางรัฐบาลก็ไม่ได้ขัดข้อง" ประธานวิปรัฐบาล กล่าว

เมื่อถามว่าการหารือระหว่างกรรมาธิการทั้ง 2 คณะคือ สส. สว. กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะส่งผลต่อเสียงส่วนใหญ่ของวุฒิสภาหรือไม่ และส่งผลต่อการโหวตร่างแรกหรือไม่ กรวีร์ กล่าวว่า เรื่องการพิจารณาของทางฝั่ง สว. ตนเองไม่ทราบ แต่ในส่วนของพรรคที่ได้มีการคุยกัน คือเรามีบทเรียนแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วก็มีการคุยในลักษณะแบบนี้ กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน ก็ได้ให้ความเห็นว่าทำประชามติแค่ 2 ครั้งก็พอก็เดินหน้าทำกัน พอมีคำวินิจฉัยออกมาเป็นทางการต้องทำถึง 3 ครั้ง

ครั้งนี้ก็อยากที่จะให้เรียนรู้จากบทเรียนของพวกเราบ้าง ที่ผ่านมาพอเราไปฟังความคิดเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน แล้วมาคิดว่าเป็นแนวทางที่จะเดินหน้าไปสู่การยกร่างแก้รัฐธรรมนูญ เกิดถ้าไม่ได้เป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ วันหนึ่งมีคนไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และมีคำวินิจฉัยทางการออกมา และไม่ตรงกับความคิดเห็นของ พรรคภูมิใจไทยไม่ปรารถนาจะเห็นแบบนั้น เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยและตัดสินใจกันให้ชัดเจน

เมื่อถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จริงจัง ไม่ใช่ละครปาหี่ ที่สุดท้าย สว.จะไม่รับสักร่างใช่หรือไม่ กรวีร์ กล่าวว่า ประการแรกพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแรกที่ยื่นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรายืนยันมาโดยตลอดว่าเราเต็มที่และอยากเห็นการเดินไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้เป็นความต้องการของพรรคภูมิใจไทยแต่เป็นความต้องการของประชาชนที่ออกมาประทับประชามติ จึงคิดว่าหน้าที่ของทุกพรรคการเมืองต้องทำไปตามเจตจำนงที่ประชาชนได้ลงประชามติเอาไว้ ส่วน สว. ก็คงไม่ไปก้าวล่วงว่ามีแนวคิดอย่างไรในการพิจารณา เป็นเอกสิทธิ์ของ สว.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์