ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์เดือนสุดท้ายในการหาเสียงเลือกตั้ง กทม. โดยระบุว่า การทำงานแบบเป็นทีมของพรรคประชาชนจะเป็นกลยุทธ์ เพราะวันนี้ไม่ได้มีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เรายังมี สส. ด้วย ที่มาทำงานร่วมกันเรา มี สส.ใน กทม.ทุกเขตอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เราจะมีการทำงานแบบแสดงพลังความสามัคคีแบบเป็นทีมของพรรคประชาชน
เมื่อถามว่าประเมินเก้าอี้ สก. ที่จะได้เท่าไหร่ ชัยวัฒน์กล่าวว่า คาดหวังในฐานะที่เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่นำทีม สก. 50 เขตลงสมัคร ก็คาดหวังให้ทุกคนได้เข้าไปในสภา กทม. อยู่แล้ว ยังคาดหวังทุกคนอยู่
สำหรับพื้นที่ กทม. บางส่วนที่เป็นบ้านใหญ่ เช่น แถบชานเมืองนั้น ชัยวัฒน์กล่าวว่า เราจะใช้การทำงานที่เข้าถึงชุมชนมากขึ้น ที่ผ่านมาเรามีการเปิดรับสมัครอาสาส้ม ก็จะใช้เครือข่ายสมาชิกพรรคในการเข้าถึงระดับชุมชน ระดับครัวเรือน ระดับครอบครัวเป็นการเข้าถึงเชิงลึกมากขึ้นกว่าเดิม
ส่วนกรณี ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส. กทม. พรรคประชาชน ที่เปิดเผยว่า พรรคประชาชนมี IO หรือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร และมีมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นั้น ชัยวัฒน์กล่าวว่า ก็ไม่ทราบว่าความหมายของ IO ที่เขาพูดถึงคืออะไร เรื่องนี้ก็อาจจะต้องมองดูข้อเท็จจริงมากกว่าใครพูดอะไร ข้อเท็จจริงต่างๆ เราน่าจะสามารถพิสูจน์ได้
“ผมไม่ได้เชื่อว่าจะมี IO อะไรเหล่านั้น เพราะพรรคประชาชนเราทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้พรรคประชาชนสามารถชี้แจงได้” ชัยวัฒน์กล่าว
เมื่อถามว่าการที่ธิษะณาออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ จะทำให้เสียเปรียบหรือไม่ ชัยวัฒน์กล่าวว่า การเมืองมีการโจมตีกันอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีการสร้างข่าวร้ายในลักษณะนี้ ย่อมมีผลต่อกระแสบ้าง แต่เราก็ยึดหลักความถูกต้องและการทำงานอย่างตรงไปตรงมาของพรรคประชาชนมาโดยตลอด
"ผมคิดว่าคน กทม. ที่เป็นฐานเสียงให้กับพรรคประชาชนในการเลือกตั้งมาตลอดตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2569 มีวิจารณญาณที่จะสามารถ วิเคราะห์เรื่องเหล่านี้ได้" ชัยวัฒน์ระบุ
ขณะรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ข้างต้นโดยยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่มีกระบวนการในการดำเนินการแบบนั้น
ส่วนกระแสตอบรับของพรรคประชาชนนั้น ตนเองมองว่าผู้สมัครของพรรคก็สู้อย่างสมศักดิ์ศรีในทุกสนาม แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคไม่ได้ช่วยหาเสียงนั้น ตนเองมองว่า ภายหลังเปิดประชุมสภา และกรรมธิการ เดินหน้าเต็มที่แล้วนั้น มีเลือกตั้งพัทยา กทม. แต่ละคนก็มีหน้าที่ที่ต้องไปปฏิบัติ อย่างตนเองวางแผนมานานแล้วว่าหาก กมธ. เริ่มต้นเมื่อไหร่เราพร้อมลงพื้นที่เยี่ยมหน่วยงาน และคิดว่าเราแบ่งเวลาไปช่วยหาเสียงอยู่แล้ว ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร และมองว่าสื่อมวลชนมองว่า เราเป็นม้ารองมากกว่า ทำให้ไม่มีพื้นที่สื่อ และดูเหมือนว่าไม่ช่วยกัน ยืนยันว่าเราเต็มที่กับทุกสนามที่เราส่ง
รักชนก กล่าวถึงกระแสที่มองว่า ชัยวัฒน์ เป็นม้ารอง ว่า จากโพลหรือที่เห็นกันหน้างาน ก็เป็นแบบนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นม้ารอง แล้วจะไม่สู้ การเป็นม้ารอง ก็ทำให้เราต้องทุ่มเททุกศักยภาพ รีดไอเดีย และใช้ทุกองคาพยพที่เรามี เพื่อเอาชนะให้ได้มากที่สุด เพราะเราอยากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกสนามอยู่แล้ว




