อัปเปหิ ‘กล้าธรรม’ พ้น ‘ฝ่ายค้าน’ สมค่า ‘ฝ่ายคอย’ หรือจบแค่ ‘ค้านอิสระ’ ?

23 ก.ย. 2569 - 17:00

  • 'กล้าธรรม' อ้างกลัวอมน้ำลาย-รดหน้าตัวเอง โหวตสวนผ่านงบฯ ปี 2570 ย้ำไม่เคยถอนตัว 'พรรคร่วมฝ่ายค้าน' ขณะที่ ปชน.ย้ำ ไม่ขัดแย้ง แต่ต้องปรับสัดส่วน เหตุขัดมติฝ่ายค้าน-ท่าทีไม่ร่วมยื่นซักฟอก

  • สัญญาณก่อนหน้า 'พรรคเล็ก' เดินตาม โหวตผ่าน แลกงบกลาง ? ขุดบ่อบาดาล เทียบต่อหัว สส. 'กล้าธรรม' ได้เยอะกว่า 'ภูมิใจไทย' ใส่ ’นาฬิกา' เพื่อนกัน สัญญาใจ 'หนู-นัส' ถอดให้กับมือ

อัปเปหิ ‘กล้าธรรม’ พ้น ‘ฝ่ายค้าน’ สมค่า ‘ฝ่ายคอย’ หรือจบแค่ ‘ค้านอิสระ’ ?

ภายหลังมีกระแสข่าว พรรคกล้าธรรม ขอถอนตัวออกจาก พรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อรอร่วมรัฐบาล กับ พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม หลังจากเหตุการณ์ลงมติ งบฯ 2570 และได้ตกลงร่วมกัน ในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน)

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ยืนยันเหตุว่า เนื่องจาก พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส. จากพรรค ลงมติเห็นชอบลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว เพราะมติวิปฝ่ายค้าน คือ 'ไม่เห็นชอบ' หรือ 'งดออกเสียง' ตามมติของแต่ละพรรค

และก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติ และลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้

'กล้าธรรม' กลัว อมน้ำลาย รดหน้าตัวเอง

อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เล่าว่า มีการพูดคุยกันในวิปจริง ถึงแนวทางของพรรคกล้าธรรม โดยได้ยืนยันไปตั้งแต่แรกว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่พรรคกล้าธรรมจะโหวตไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ การตรวจสอบรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญ ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกในซีกฝ่ายค้าน แต่การไม่เห็นชอบกับงบประมาณ ก็เป็นเรื่องที่เราตกผลึกกัน

เนื่องจาก หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เคยเป็นรองนายกฯ ซึ่งกำกับดูแล 4 กระทรวง ดังนั้น การวางงบประมาณ การประมาณการ การเสนอโครงการต่างๆ ก็มีเค้ารางสิ่งที่เราได้ทำงานร่วมกับข้าราชการเอาไว้

"คำพูดคำพูดหนึ่ง ที่เพื่อนสมาชิกพูดกันในที่ประชุมพรรค คือ ถ้าเราไม่เห็นชอบเลย มันจะเหมือนการอมน้ำลาย แล้วมันก็ย้อนกลับมารดหน้าตัวเองหรือไม่" อรรถกร ระบุ

เขายืนยันว่า การที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย final decision มาเกิดช่วงวันสุดท้าย ที่เรามาทำความเข้าใจกันอีกทีว่า หลังจากที่เราผ่านการพิจารณามา 3 วันครึ่ง เพื่อนสมาชิกเห็นว่าอย่างไร จึงเป็นที่มาที่ไปที่ทำให้เราตัดสินใจในการที่จะโหวตเห็นชอบงบประมาณฯ เพราะมองว่ากฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่ของรัฐบาล แต่เป็นกฎหมายของคนไทย ที่จะกำหนดว่าปีนี้ ปีถัดไป หน้าตาของรัฐบาล จะทำงานแบบไหน

"ผมไม่เคยแสดงเจตจำนง ในการที่จะขอถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่เคยพูด แล้วก็เชื่อว่า วิปของพรรคกล้าธรรมอีก 6 ท่าน ก็ไม่น่าจะเคยพูดคำนี้" อรรถกร กล่าว

'ปชน.' ไม่ได้เสียมารยาท บอก 'กธ.' ก่อนอัปเปหิ พ้น 'ฝ่ายค้าน'

พริษฐ์ อธิบายถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า หลังพรรคกล้าธรรมลงมติ ขัดต่อมติวิปฝ่ายค้าน ประกอบกับความไม่ชัดเจน ของท่าทีพรรคกล้าธรรม ที่จะร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น จึงเป็นเหตุให้ตนเองได้หารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรม ว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างไรดี และนำมาสู่ข้อสรุปการปรับสัดส่วนวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่ความขัดแย้งอะไรกัน เป็นการแยกกลไกการทำงานอย่างชัดเจน

หมุดหมายสำคัญคือ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะจัดทำญัตติให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ และยื่นอภิปรายโดยไม่ชักช้า ที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรม ก็ให้ความร่วมมือ ทั้งในการประชุมและประสานงานมาโดยตลอด แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คือการลงมติที่ขัดต่อมติฝ่ายค้าน

ส่วนเหตุผลที่บอกว่า อยากให้ประเทศมีงบประมาณนั้น ตนเองคิดว่าไม่ได้สมเหตุสมผลทั้งหมด เพราะในมุมของฝ่ายค้าน อย่างพรรคประชาชนที่ลงมติไม่เห็นด้วย ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่เห็นชอบที่ประเทศจะมีงบประมาณ แต่ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณแบบนี้ ฝ่ายค้านก็พยายามมีมติรองรับ ความเห็นที่แตกต่างได้ โดยให้โหวตงดออกเสียง

และเหตุผลที่สอง คือท่าทีความไม่ชัดเจน ว่าจะมีการร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรือแม้กระทั่งลงไปแล้ว จะมีมีมติอย่างไร เราใช้เกณฑ์นี้ เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ ไม่ได้เอาองค์ประกอบอื่น ที่เราก็รับรู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น มาเป็นเกณฑ์หลัก พยายามจะยึดข้อเท็จจริง

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาชนปรับพรรคกล้าธรรมจากวิปฝ่ายค้านว่า การทำงานในระบบรัฐสภา ใครที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลย่อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านทั้งหมด สิ่งที่เราคาดหวังคือการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ จริงๆ ยืนยันโดยหลักว่า เราอยากเห็นพรรคฝ่ายค้านทุกพรรค ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ในฐานะฝ่ายค้านไม่ใช่รัฐบาล

"เราอาจจะเห็นการออกมาแสดงความเห็น จากตัวแทนพรรคกล้าธรรมว่า เราดำเนินการไปเลย โดยที่ไม่มีการพูดคุยกันมาก่อน ดูเหมือนเสียมารยาททางการเมือง ไม่ได้ให้เกียรติพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ได้ทำแบบนั้น" ณัฐพงษ์ ย้ำ

แต่ในความจริงแล้ว พริษฐ์ ได้ดำเนินการประสานงานกับพรรครวมฝ่ายค้านทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการอัปเดตกับพรรค และส่งกลับมาที่ตนเองโดยตลอด และก่อนที่พริษฐ์จะมีการโพสต์เฟซบุ๊กออกไป ฝั่งเราเองก็พยายามประสานไปยังพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคกล้าธรรมจะมีช่องว่างในการประสานงานอย่างไร ที่ทำให้เพื่อน สส. หลายคนอาจจะไม่สบายใจนั้น ตนเองก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้

โต้ครหาประเคน 'กธ.' ใส่พานให้ 'รัฐบาล' เหตุ 'กาย-ใจ' คนละทาง

เมื่อถามถูกว่า แบบนี้จะไม่ใช่การถวายเสียง ประเคนใส่พานให้รัฐบาลหรือไม่ เพราะมีการวิจารณ์ว่าเหมือน MOA ภาคสอง ณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะดูว่าเสียงฝั่งไหนเพิ่มขึ้น ควรไปถามพรรคกล้าธรรมโดยตรงว่า จะเพิ่มเสียงให้ฝั่งไหน

ปัจจัยสำคัญคือเรื่องการเคารพการทำงานของวิปฝ่ายค้านด้วยกัน เราพูดคุยกันมาตลอดว่า จะลงมติอย่างไรในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ แต่พอมาถึงหน้างานจริง กลับมีการอ้างว่า มีการพูดคุยกันในพรรคกล้าธรรม แล้วเปลี่ยนกันในวันนั้นเลย จึงคิดว่า แบบนี้ไม่ใช่กระบวนการที่ถูกต้อง ในฐานะประธานวิป และในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ก็จะทำงานลำบาก

พริษฐ์ กล่าวเสริมยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการเติมเสียงรัฐบาล การอยู่หรือไม่อยู่ของพรรคกล้าธรรมในวิปฝ่ายค้าน สิ่งที่เราพยายามปรับองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจน

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้ความเห็นว่า การที่พรรคกล้าธรรมจะอยู่ตรงไหน เป็นเรื่องที่เขาเป็นคนเลือก เขาที่อยู่ฝ่ายค้าน หรือจะเป็นผู้สนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะอยู่บทบาทไหน พรรคเขาเป็นคนเลือก เราไม่ได้เลือกให้เขา เรื่องวิปฝ่ายค้าน เป็นแค่กระบวนการ ซึ่งเกิดขึ้นไปแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไร ที่กายจะอยู่กับเรา และใจไปอยู่กับเขา

'ภท.-พท.' พรรคหลักรัฐบาล ไม่ปิดกั้น ทำงานร่วม 'กธ.'

แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุถึงการที่ยังไม่มีการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ ว่า “ตอนนี้เรามีพรรคร่วมรัฐบาลเท่าที่เห็น”

ส่วนเมื่อพรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในฝ่ายค้านแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะปิดกั้นการทำงานระหว่างกันหรือไม่นั้น ทุกพรรคในสภาทำงานร่วมกันตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม

“คงจะไม่บอกว่า เราจะไม่ทำงานกับใคร เพราะทุกวันนี้วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน พูดคุยกันตลอดอยู่แล้ว จะไปพูดว่า เราปิดประตูคนนั้น ปิดประตูคนนี้ ก็คงไม่ใช่ เพราะพรรคการเมืองทุกพรรคทำงานด้วยกันในสภาฯ อยู่แล้ว” แนน บุณย์ธิดา กล่าว

แนน บุณย์ธิดา ย้ำว่า ณ ตอนนี้ทุกพรรคทำงานด้วยกันเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าแต่ละพรรคอยู่ในสถานะใดในสภา ขณะนี้ยืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังคงเดิมตามที่เคยประกาศไว้

เมื่อถามว่า ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลมีพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ณ ตอนนี้เป็นแบบนี้ ส่วนวิปฝ่ายค้านเขาก็ประกาศว่า มีพรรคไหนบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน

สัญญาณก่อนหน้า 'พรรคเล็ก' เดินตาม โหวตผ่าน แลกงบกลาง ?

ย้อนกลับไป ระหว่างการพิจารณางบ 2570 ปรากฎภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เดินทักทาย สส.ในสภา พร้อมมีพรรคเล็กเดินตามเป็นพรวน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงทิศทางการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 ไว้ว่า งบฯ ปี 2570 สมัยแรกที่ทำ ตนเองเป็นรองนายกรัฐมนตรี กระทรวงที่ตนกำกับดูแล ก็มาจากแผนในขณะนั้น ชั้นของกรรมาธิการที่มีการตัดออกไปบางส่วน ยังคงเป็น แผนส่วนใหญ่ ที่ทำกับมือเรามา หากเราไม่เห็นด้วย ก็เท่ากับเราเกเร

อรรถกร ยังให้สัมภาษณ์ภายหลังอีกว่า สส.กล้าธรรม ประกอบไปด้วย สส. 58 คนบวกๆ อาจจะมีคนที่มีหัวจิตหัวใจ ที่อยากจะมาทำงานร่วมกับพรรคกล้าธรรมอีกอยู่พอสมควร ดังนั้น การที่เราไม่เห็นด้วยกับงบประมาณ ที่จะนำมาแก้ไขปัญหาให้ประเทศ เป็นสิ่งที่เราอาจจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจ

ทำให้เมื่อคำนวณตัวเลขแล้ว อาจเป็นไปได้ว่า จะมีจำนวนเกือบใกล้เคียงพรรคเพื่อไทย

Parliment-Thammanut-Klatham-7sep2026-SPACEBAR-Photo04-1.png

อย่างไรก็ดี อรรถกร เคยกล่าวถึงกรณีมีเพื่อน สส.ถามตนเองว่า วาระที่ 3 ช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย.นั้น สส.พรรคกล้าธรรม ทั้ง 58 คน จะลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อย่างไร

"การตอบคำถามสมาชิกไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ ถ้างบประมาณฉบับนี้ เกิดอุบัติเหตุไม่ผ่าน รัฐสภามีมติไปในทิศทางตรงกันข้าม ผลกระทบอะไรจะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน" อรรถกร กล่าว

โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนพรรครัฐบาลก็ดี หรือที่สนับสนุนพรรคกล้าธรรมก็ดี สถานการณ์การเงินฝืดเคือง จึงวิงวอนกรรมาธิการ ใช้เงินหมวดงบกลาง กระจายไปถึงประชาชนรากหญ้า โดยเฉพาะเกษตรกรให้มากที่สุด

ขุดบ่อบาดาล เทียบต่อหัว สส. 'กล้าธรรม' ได้เยอะกว่า 'ภูมิใจไทย'

มุมหนึ่งดูเป็นสัมพันธ์ต่างตอบแทน เพราะระหว่างการพิจารณางบกลาง ปี 2570 ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่ตั้งไว้ 1.5 พันล้านบาท เพื่อจะดำเนินการขุดบ่อน้ำบาดาลให้กับประชาชน แต่บ่อน้ำบาดาลมาอยู่ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยมากที่สุด 141 โครงการ

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า ที่พรรคประชาชนได้น้อย เพราะมีแต่ สส.ในเขตเมือง ใช้ประปานครหลวง ประปาส่วนภูมิภาค สส.แต่ละพรรคไม่เท่ากัน สัดส่วนที่ออกมาจึงไม่เท่ากัน

"ถ้าไปดูงบประมาณของงบกลาง พรรคกล้าธรรมได้มากที่สุด ถ้าเทียบกับสัดส่วนของ สส. แต่เราไม่ได้พูดอะไร เพราะประโยชน์ไปตกที่พี่น้องประชาชนที่เขากำลังรออยู่ รอโอกาสได้ใช้น้ำสะอาด น้ำประปาดื่มได้ น้ำกินน้ำใช้ที่ถูกสุขลักษณะ และได้รับมาตรฐาน" พิมพ์ภัทรา ระบุ

'นาฬิกา' เพื่อนกัน สัญญาใจ 'หนู-นัส' ถอดให้กับมือ

เมื่อปรากฎภาพ ร.อ.ธรรมนัส สวมใส่ นาฬิกา Casio รุ่นเดียวกับที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และด้านหลังหน้าปัดยังสลักชื่อ ‘อนุทิน’ ไว้ ท่ามกลางกระแสข่าวการร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรม

ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม คอนเฟิร์มว่า “ไม่ใช่นาฬิกามือหนึ่ง พูดสั้นๆ ถอดจากมือ จบ นะครับ” นั้น

สอดรับกับก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึงการพูดคุยหรือทาบทามให้มาร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยยืนยันแบบเดิมว่า "ผมกับท่านนายกฯ เป็นเพื่อนกันการพบปะการประสานงานบางเรื่อง หากเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน และพี่น้องประชาชน ก็ต้องยอมรับว่าผมทำ เราอย่าปฏิเสธความจริงเลย”

ส่วนที่ถูกวิจารณ์ว่า พรรคกล้าธรรมเป็น ‘ฝ่ายคอย’ ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า เราทำหน้าที่ตามที่เราได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน บางเรื่องที่ไม่ควรตีรัฐบาล ก็ไม่ควร

หากสำรวจท่าทีทุกฝ่าย แม้ 'ธรรมนัส' จะเป็นพันธมิตรที่ดีกับรัฐบาล ในการมีมือไว้ยกสนับสนุนเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น

แต่คงไม่สามารถเข้ามาร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการได้ทันที เพราะอาจส่งผลกับจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่งจะกระทบกับพรรคร่วมอื่นๆ ตามมา ทำให้ขณะนี้ 'พรรคกล้าธรรม' ยังคงอยู่ในสถานะ 'ฝ่ายคอย'

สมการนี้ พรรคสีน้ำเงิน มีแต่ได้ประโยชน์เต็มๆ แถมการที่มี 'กล้าธรรม' ข้างกาย ยิ่งทำให้ 'ภูมิใจไทย' มั่นใจว่า จะควบคุม 'พรรคเพื่อไทย' ได้ง่ายขึ้น เพราะกลัวโดนเสียบแทน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์