'โรม' ย้ำ 'ปชน.' ไม่เคยมีเจตนาหนุนรัฐประหาร ปมให้ 'สุรพล' นั่ง 'ปธ.ยุทศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม.'

4 มิ.ย. 2569 - 10:56

  •  ชี้ ต้องการรวมพลังให้มากที่สุดเพื่อยกระดับการต่อสู้ ต่อต้านกับ ‘ระบอบสีน้ําเงิน’ ย้ำ หมุดหมายที่พยายามส่งสัญญาณ ไม่ใช่การประนีประนอมแต่อย่างใด

  •  ขออย่าลงรายละเอียดกระบวนการคัดเลือก เหตุผู้บริหารตัดสินใจไปแล้ว มอง อดีตคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ สุดท้ายสิ่งที่เดินอยู่ ถูกหรือผิด  

'โรม' ย้ำ 'ปชน.' ไม่เคยมีเจตนาหนุนรัฐประหาร ปมให้ 'สุรพล' นั่ง 'ปธ.ยุทศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม.'

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้งสุรพล นิติไกรพจน์ ประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาชน ในเรื่องจุดยืนของพรรค และการหารือกันภายใน ว่า คําถามใหญ่ที่สุดของประชาชนที่มีต่อพรรค หากมองจากหลายความรู้สึก ซึ่งแน่นอนว่าพรรคและตัวตนเอง น้อมรับคําวิจารณ์ทั้งสิ้น  

แต่คําถามว่า พรรคเปลี่ยนจุดยืน หรือลดอุดมการณ์พรรคหรือไม่ จุดสําคัญคือ ต้องขอยืนยันกับทุกท่านว่า เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ กฎหมายหลายฉบับความพยายามในการต่อสู้เพื่อรื้อ ทั้งผลผลิตมรดกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การเสนอกฎหมายหลายฉบับ ที่จะนําไปสู่ความก้าวหน้าของประเทศทุกอย่างเหมือนเดิม  

รังสิมันต์ ยืนยันว่า เรื่องเปลี่ยนอุดมการณ์ การถอยหลังทางอุดมการณ์ ความคิด ความเชื่อนั้น ไม่เกิดขึ้นแน่นอน นี่คือสิ่งที่ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน 

ส่วนการร่วมงานกับสุรพล ที่จะเข้ามาทําหน้าที่ประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาชนนั้น ขอยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนอุดมการณ์ แต่มองว่าสุรพล คือคนที่เราเชื่อว่า สามารถมีบทบาทเป็นกําลังที่สําคัญในการช่วยเรา เพื่อรับมือกับปัญหา ทั้งระบอบสีน้ําเงิน และอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง 

โดยหมายความว่า การตัดสินใจแบบนี้ คงจะมีประชาชนจํานวนไม่น้อย ที่อาจไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจ ซึ่งเราเองต้องรับเรื่องคําวิจารณ์ และตัวตนเองยอมรับการตัดสินใจ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด คนที่เป็นผู้บริหาร ผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องรับทั้งผิดทั้งชอบให้ได้  

"นี่คือการต่อสู้ต่อไป เราได้เห็นแล้วว่า กำลังที่เรามีอยู่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งการเลือกตั้ง กําลังที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ดังนั้น สิ่งที่เราพยายามทํา คือยกระดับการต่อสู้ต่อไป แม้ว่าอาจจะยังมีเสียงวิจารณ์อยู่" รังสิมันต์ กล่าว 

ส่วนกรณีที่สุรพล ยืนยันว่า ไม่ได้เปลี่ยนหลักการ จนทําให้คนมองว่า ยังสนับสนุนการรัฐประหารนั้น รังสิมันต์ กล่าวว่า เวลาที่เราไปมอง เรื่องนี้ต้องถอยออกมาก้าวนึง ว่าพรรคประชาชนทําอะไร เรากําลังรื้อโครงสร้างของระบอบรัฐประหาร ที่ฝังรากลึกผ่านรัฐธรรมนูญ และกลไกรัฐสภา สิ่งที่เราพยายามทําตรงนี้ชัดเจน 

ดังนั้น ใครก็ตามที่เข้ามาร่วมเดินทางกับเรา เขาก็จะทราบว่า พาหนะที่ชื่อว่าพรรคประชาชน กําลังไปในทิศทางไหน แน่นอนว่า คงไม่ได้เอาคําพูดรายคํามาดูอย่างเดียว แต่อยากให้ทุกคนเห็นว่า พาหนะลํานี้กําลังเดินแบบนี้ เรามีจุดยืนที่ชัดเจนว่า เราไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ไม่ว่าจะครั้งไหนก็แล้วแต่ และไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ที่เป็นมรดกของรัฐประหาร ซึ่งเราพยายามรื้ออยู่ ทั้ง สนช. และ สว. ที่มาจากการแต่งตั้ง เราก็ยืนยันชัดเจนว่า เราปฏิเสธเรื่องเหล่านี้  

"ไม่ว่าโครงสร้างทางการเมืองในอดีตจะเป็นอย่างไรก็ตาม การที่อาจารย์สุรพลมายืนอยู่ตรงนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ก็ต้องรับการวิพากษ์วิจารณ์ และมีสิทธิ์ที่จะชี้แจงแต่เมื่อเราทํากันไปแล้ว เวลาก็จะเป็นเครื่องมือพิสูจน์ต่อไป ว่าการตัดสินใจถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง  เราน้อมรับคําวิจารณ์ใดๆ ที่จะเกิดขึ้น" รังสิมันต์ กล่าว  

สำหรับกรณีที่ถูกนําไปเปรียบเทียบกับการที่พรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคภูมิใจไทยนั้น รังสิมันต์ ไม่อยากให้เทียบว่า ใครดีหรือไม่ดีกว่ากัน มันเทียบกันไม่ได้ ให้ประชาชนเป็นคนมองดีกว่า ย้ำว่า เราเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ได้ทรยศหักหลังใคร แน่นอนว่าคนที่เข้ามาในพรรค อาจจะมีเสียงวิจารณ์ ซึ่งไม่ได้เป็นกรณีแรก ยืนยันว่า วิธีคิดของเราวันนี้ สิ่งที่เราต้องทำ เพื่อรับมือกับระบอบสีน้ําเงิน ที่กัดกินสังคมไทย กินรวบทุกอย่าง ไม่ต้องพูดถึงว่า องค์กรอิสระ หรือ สว.เป็นอย่างไร 

แต่วันนี้บ้านเมืองมาถึงขนาดนี้ ถ้าเราไม่พยายามรวมพลังให้มากที่สุด เพื่อต่อต้านกับระบอบสีน้ําเงิน คําถามคือ ประเทศไทยในวันข้างหน้าที่กําลังดําเนินอยู่ จะเป็นอย่างไร เวลาพูดว่ารวมคนรวมพลังให้มากที่สุด ก็ต้องเน้นย้ําว่า ไม่ใช่ว่าเราจะทําทุกวิถีทาง วิธีการไหนก็ได้ ขอให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ชัยชนะ ไม่ใช่แบบนั้น สุดท้ายสิ่งที่ต้องทําให้เกิดขึ้น คือติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ หลักการที่ถูกต้องคืออะไร แล้วเราก็ต้องเดินแบบนั้น มันก็แน่นอนว่า สุดท้ายคนที่เข้ามาร่วมเดินทางกับเรา ก็คงจะมีความหลากหลาย ในอดีตคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าสุดท้ายสิ่งที่เราพยายามเดินอยู่ คิดถูกหรือคิดผิด ยืนยันว่า โดยเจตนาที่ชัดเจนของเรา คือเราไม่ได้ต้องการสนับสนุนระบอบรัฐประหาร เราไม่เคยเห็นด้วย

รังสิมันต์ กล่าว 

ส่วนกรณีที่ถูกมองว่า การนําสุรพลเข้ามา ข้ามหัวคนทํางานที่เคยอยู่ในพรรค รังสิมันต์ ระบุว่า แต่ละคนคงคิดไม่เหมือนกัน ส่วนตัวคิดว่า บรรยากาศแบบนี้เป็นบรรยากาศที่ดี การที่ผู้สนับสนุนพรรควิพากษ์วิจารณ์พรรค แสดงให้เห็นว่าพรรคนี้ไม่มีเจ้าของ นี่คือพรรคการเมืองที่วิจารณ์กันได้ บางเรื่องเราอาจจะผิด ผู้บริหารก็ต้องรับผิดชอบ บางเรื่องเราอาจจะถูก ก็ต้องว่ากันไป แต่สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่สนับสนุนเราทางการเมือง เป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้นทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องดี  

เมื่อถามว่าจะเป็นการส่งสัญญาณถึงฝ่ายขวาหรือไม่ ในการประนีประนอม เพื่อร่วมรัฐบาล รังสิมันต์ กล่าวว่า เรามองเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องของการตั้งธงว่าจะประนีประนอม แต่เป็นเรื่องของการที่ว่า เราพยายามชี้ว่า มันกําลังมีปัญหา ทั้งรัฐธรรมนูญ ฮั้ว สว. และการทุจริตอีกมากมาย การกินส่วนต่างที่น่ารังเกียจ ไม่นับรวมถึงเรื่องสแกมเมอร์ ที่อาจเชื่อมโยงไปถึงคนที่เป็นรัฐมนตรีบางคน อาจเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ไม่รู้  

"วันนี้ประเทศเรามาถึงขนาดนี้แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องของการประนีประนอม แต่เป็นเรื่องที่บอกว่า นี่คือศัตรูที่กําลังทําลายชาติ จะมีใครมาร่วมกับพวกเราบ้าง นี่คือหมุดหมายที่เราพยายามจะส่งสัญญาณ ไม่ใช่เรื่องของการประนีประนอมแต่อย่างใด" รังสิมันต์ ย้ำ 

ส่วนที่มีการพุ่งเป้าว่า การที่สุรพลได้เข้ามา ถูกเลือกจากโปลิตบูโร แท้จริงแล้วมีกระบวนการคัดเลือกอย่างไร รังสิมันต์ กล่าวว่า อย่าไปลงลึกในรายละเอียด เบื้องต้นคืน 1.ไม่มีโปลิตบูโร ไม่ได้มีในโครงสร้างของพรรค อาจจะเป็นชื่อเรียก หรืออะไรแบบนั้น ที่คนเขาเรียกกัน 2.สุรพลมีส่วนร่วมกับพรรคสีส้ม ตั้งแต่การเป็นพยานหรืออะไรต่าง ๆ ขออย่าไปลงลึกรายละเอียดเรื่องกระบวนการที่มาอย่างไร แต่เมื่อผู้บริหารตัดสินใจแบบนี้ ก็ต้องพิสูจน์กันด้วยเวลา และอะไรหลายอย่าง ว่าเราคิดถูกคิดผิด  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์