รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี “แชทไลน์หลุด” เกี่ยวกับ “กลุ่มตั้งวงกินไวน์ด่าคนทำงาน” ซึ่งกลายเป็นกระแสดราม่าภายในพรรคประชาชน โดยระบุว่า เรื่องนี้ควรจบไปตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนแล้ว และไม่ต้องการต่อความยาวสาวความยืด
ตั้งข้อสังเกต “ดราม่าแชทไลน์หลุด” โผล่ช่วงตรวจสอบ ‘ภูมิใจไทย’
อย่างไรก็ตาม รักชนกตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวที่ควรจะจบไปแล้วกลับมาปรากฏอีกครั้งในช่วงที่เธอกำลังตรวจสอบสิ่งที่มองว่าเป็นการลุแก่อำนาจของพรรคภูมิใจไทยและศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมระบุว่า ไม่แน่ใจว่าแหล่งข่าวระดับสูงที่มีการกล่าวถึงนั้นสูงแค่ไหน
รักชนกกล่าวว่า ประชาชนควรลองสังเกตว่า ในช่วงที่เธอตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทแห่งหนึ่ง ก็มีการเปิดเผยภาพออกมาเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เช่นเดียวกับช่วงที่ตรวจสอบพรรคภูมิใจไทยและศุภชัย ก็มีประเด็นดราม่าภายในพรรคประชาชนกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง
เธอมองว่า การนำเสนอประเด็นลักษณะนี้ทำให้เกิดกระแสข่าวปิงปองและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง จนบดบังประเด็นสำคัญที่สังคมควรให้ความสนใจ
เตือนสังคมรู้เท่าทันข่าวซุบซิบ อย่าปล่อยประเด็นสำคัญถูกกลบ
รักชนกยกตัวอย่างกรณีศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ซึ่งเป็นวาระที่สังคมจับตา แต่กลับมีข่าวเกี่ยวกับศุภชัยเดินออกจากที่ประชุมและโต้เถียงเสียงดัง จนเนื้อหาสำคัญของการประชุมถูกบดบัง
เธอยืนยันว่าเคารพการทำงานของสื่อมวลชน ซึ่งมีหน้าที่นำเสนอเรื่องที่ประชาชนควรรับรู้ แต่เห็นว่าประชาชนต้องมีวิจารณญาณในการเสพข่าว และรู้เท่าทันว่าในช่วงที่มีประเด็นใหญ่หรือรัฐบาลกำลังถูกตรวจสอบเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน มักมีเรื่องซุบซิบนินทาหรือประเด็นอื่นเข้ามาแทรก
“เรื่องซุบซิบนินทา เรื่องเม้าท์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ใช่สาระสำคัญในชีวิตของท่าน ท่านไม่ต้องสนใจก็ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องสาระสำคัญของประเทศนี้ ท่านก็คงที่จะเลือกเสพในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเองได้”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ภายในพรรคประชาชนยังมีความรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีความแตกแยกใช่หรือไม่ รักชนกตอบว่า “ไม่มีแตกแยกหรอกค่ะ” ก่อนขอจบการสัมภาษณ์ โดยระบุว่าไม่ได้เป็นฝ่ายนัดหมายให้สื่อมวลชนมา เนื่องจากมีงานต่อ
‘ณัฐพงษ์’ ยันความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ ย้ำเอกภาพไม่ได้แปลว่าห้ามแสดงออก
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวรอยร้าวภายในพรรค หลังมีการเปิดเผยข้อความสนทนาในกลุ่มไลน์ สส.ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับรอยร้าวภายในพรรค โดยยืนยันว่าการทำงานและการมีความคิดเห็นแตกต่างกันในรายละเอียดเป็นเรื่องปกติ และเวทีหารือภายในพรรคเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับหาทางออกร่วมกันมาโดยตลอด
เมื่อถามถึงแนวทางสร้างเอกภาพภายในพรรค ณัฐพงษ์อธิบายว่า เอกภาพไม่ได้หมายความว่าสมาชิกพรรคไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นในเวทีสาธารณะ เพราะพรรคประชาชนเป็นพรรคมวลชนที่ยึดมั่นในหลักสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ทุกคนย่อมมีสิทธิแสดงออกได้
อย่างไรก็ตาม การทำงานในฐานะนักการเมืองจำเป็นต้องปรับวิธีแสดงออกทางการเมืองให้เหมาะสม เนื่องจากบางประเด็นมีความซับซ้อน และการแสดงออกบางอย่างอาจถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปบิดเบือนหรือใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง จนทำให้การสื่อสารของพรรคขาดพลัง
ณัฐพงษ์ระบุว่า สมาชิกพรรคที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างเข้าใจระเบียบและข้อปฏิบัติ รวมถึงรู้ว่าควรวางตัวและสื่อสารอย่างไรให้การทำงานทางการเมืองเป็นเอกภาพ
ยืนยันดราม่าไม่กระทบศึกซักฟอก ชี้ “รัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน” เป็นภัยประชาธิปไตย
เมื่อถามว่ากระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคจะส่งผลกระทบต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ ณัฐพงษ์ตอบว่าไม่น่าจะกระทบ โดยย้ำว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นเวทีชี้ให้สังคมเห็นว่า วิธีการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่พรรคเรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เป็นภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตย
‘จรยุทธ’ แจงปมส่งลิงก์คลิปให้นักข่าว ยันไม่ได้ระบุว่าเป็น “ผู้ช่วยรักชนก”
จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีสรยุทธ สุทัศนะจินดา จากรายการกรรมกรข่าว เรื่องเล่าเช้านี้ ระบุว่าลิงก์ที่นักข่าวได้รับมีต้นทางจากจรยุทธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ส่งลิงก์ TikTok ให้นักข่าวจริง แต่ยืนยันว่าต้องพิจารณาบริบทของบทสนทนาประกอบด้วย
จรยุทธระบุว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นักข่าวติดต่อมาสอบถามสถานการณ์ภายในพรรค ก่อนถามว่าเห็นคลิปที่ทีมงานพรรคออกมาต่อว่าอาจารย์ปิยบุตรหรือไม่ หลังจากจรยุทธถามกลับว่าหมายถึงคลิปไหน จึงส่งลิงก์กลับไปถามว่าเป็นคลิปดังกล่าวหรือไม่
เมื่อนักข่าวถามต่อว่าบุคคลในคลิปเป็นผู้ช่วยของใคร จรยุทธตอบว่าไม่ทราบ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ระบุว่าบุคคลในคลิปเป็นผู้ช่วยของรักชนก เพราะในขณะนั้นไม่ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ช่วยของใคร
จรยุทธเห็นว่า การนำเสนอข้อมูลว่าใครเป็นผู้ส่งลิงก์ควรนำเสนอบริบทของบทสนทนาควบคู่กันด้วย โดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ว่านักข่าวเป็นฝ่ายถามถึงคลิปก่อน และเขาเพียงส่งลิงก์กลับไปเพื่อยืนยันว่าเป็นคลิปเดียวกันหรือไม่ ส่วนหลังจากนั้นคลิปถูกส่งต่อไปที่ใดหรืออย่างไรนั้น เขาไม่ทราบ
นอกจากนี้ จรยุทธระบุว่า รับทราบว่าสรยุทธได้ย้ำภายหลังในรายการว่าไม่ได้หมายถึงเขาเป็น “นาตาชา” แต่การนำภาพของเขากับบุคคลอื่น รวมถึงเหตุการณ์ในอดีต มาประกอบการพูดถึงความขัดแย้งและแหล่งข่าวภายในพรรค อาจทำให้ผู้ชมเชื่อมโยงไปถึงเจตนาของเขาได้ จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจง
จรยุทธยืนยันว่า การส่งลิงก์ครั้งนั้นไม่มีเจตนาใส่ร้ายใครหรือทำให้พรรคเสียหาย และได้พูดคุยเรื่องนี้กับรักชนกตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคมแล้ว พร้อมขอให้สรยุทธนำบทสนทนาที่เกี่ยวข้องไปนำเสนอให้ผู้ชมได้รับทราบอย่างครบถ้วน
‘รังสิมันต์’ ตั้งคำถามใครได้ประโยชน์จากกระแสข่าว
ด้านรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีรักชนกออกมาวิจารณ์เรื่องการเลิกบูชาตัวบุคคลภายในพรรค โดยระบุว่า อาจเป็นการปล่อยข่าวหรือไม่ พร้อมย้ำว่าไม่ขอวิจารณ์เนื้อหาของโพสต์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม รังสิมันต์ตั้งข้อสังเกตว่า โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่มาระยะหนึ่งแล้ว จึงมีคำถามว่าเหตุใดประเด็นจึงกลับมาได้รับความสนใจในเวลานี้ และใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากกระแสข่าวดังกล่าว โดยตั้งคำถามเพิ่มเติมว่าเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่




