หายไปสักพักใหญ่ ‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ อดีต สส.น่าน อดีตหัวหน้าเพื่อไทย เตรียมขึ้น ‘เวทีฝ่ายค้าน’ นำโดย ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ และยังมี ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ หัวหน้าประชาธิปัตย์ ที่เป็น ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ อดีต ‘อดีตผู้นำฝ่ายค้าน’ ซึ่ง นพ.ชลน่าน ไปในฐานะ ‘อดีตผู้นำฝ่ายค้าน’ เช่นกัน ซึ่ง นพ.ชลน่าน ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทย ไมได้มีสะกิดใดๆ ซึ่งได้แจ้งพรรคให้รับทราบแล้ว
สำหรับหัวข้อที่ นพ.ชลน่าน จะขึ้นพูด คือ ‘การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น และผลกระทบต่อกลไกตรวจสอบถ่วงดุล’
ซึ่ง ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ หัวหน้า พท. ระบุว่า “พรรคเปิดกว้าง ไม่ได้ห้ามสมาชิกไปดำเนินกิจกรรมในเรื่องของการไปพบปะพูดคุยกับประชาชน หรือการไปเสวนาหรือสัมมนา และได้พูดคุยกับ นพ.ชลน่าน แล้ว ทราบว่าเหตุผลที่สำนักผู้นำฝ่ายค้านประสานมาร่วมกิจกรรม เนื่องจาก นพ.ชลน่าน เป็นอดีตผู้นำฝ่ายค้าน จึงเชิญเข้าไปร่วมในการเสวนาช่วงหนึ่งเท่านั้น”
“ส่วนประเด็นที่ไปพูดไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล แต่ไปพูดในเรื่องของการสร้างความมั่นใจของสังคมต่อระบบการเมือง จึงไม่มีประเด็นที่ต้องห่วงอะไรและเชื่อว่าด้วยวิจารณญาณของ นพ.ชลน่านสามารถพูดให้อยู่ในกรอบได้อยู่แล้ว” จุลพันธ์ กล่าว
แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ ‘เวทีฝ่ายค้าน’ จะต้องมี ‘กระทบชิ่ง’ ไปถึง ‘องค์กรอิสระ’ ต่างๆ แม้ว่าจะไม่ได้ขึ้นช่วงเดียวกับ ‘ยิ่งชีพ อัชฌานนท์’ ที่จะแฉ ‘ฮั้ว สว.’ ก็ตาม ย่อมหนีไม่พ้นถูกเชื่อมโยงสัมพันธ์ ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ ระหว่าง ‘เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ จะเป็นอย่างไร ซึ่งคำตอบของ ‘จุลพันธ์’ ก็ ‘ซ่อนนัยยะ’ อยู่ด้วย
“ผมเคยพูดกับนายกฯว่า วันนี้เราไม่ได้เป็นรัฐบาลร่วม แต่เราเป็นรัฐบาลของประชาชน เราทำงานด้วยกันไม่มีการแบ่งแยก และทำงานร่วมกันด้วยดีมาโดยตลอด ไม่ว่าเรื่องอะไร จึงไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องอะไรที่จะมาทำให้เราเกิดความสั่นไหวได้ วันนี้เราพร้อมที่จะทำงานตามแนวของนายกรัฐมนตรี และทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลในการขับเคลื่อนภาครัฐ จึงไม่มีอะไรที่จะมาทำให้เกิดความระหองระแหง” จุลพันธ์ กล่าว
ในแง่หนึ่งมีการมองว่า ‘เพื่อไทย’ ทำการ ‘หลิ่วตา’ ให้ ‘ชลน่าน’ ขึ้นเวทีหรือไม่ ? แม้ว่า นพ.ชลน่าน จะไม่ได้เป็น สส. ไม่ได้เป็น ‘รัฐมนตรี’ แต่ก็เคยมีภาพ ‘หัวหน้าเพื่อไทย’ ติดอยู่ และเคยมีบทบาทสำคัญ ในการนำ ‘เพื่อไทย’ ไปตั้ง ‘รัฐบาลข้ามขั้ว’ ขึ้นมา ระหว่าง ‘เพื่อไทย’ กับ ‘ภูมิใจไทย-พรรคตระกูลลุง’ (พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ) ต่อมา นพ.ชลน่าน ได้ปูนบำเหน็จขึ้นเป็น รมว.สาธารณสุข แต่สุดท้ายก็ ‘พ้นตำแหน่ง’ ไป
ภายใน ‘เพื่อไทย’ เป็นที่รู้กันว่า นพ.ชลน่าน ‘เว้นระยะห่าง’ จาก ‘เพื่อไทย’ ไป และการเลือกตั้ง ก.พ.69 นพ.ชลน่าน ก็สอบตก ไม่ได้เป็น สส. แพ้ให้กับ ‘กล้าธรรม'
ท่ามกลางการมองว่า ‘เพื่อไทย’ จะยอมเป็น ‘นั่งร้าน’ ให้ ‘ภูมิใจไทย’ ในเรื่อง ‘ฮั้ว สว.’ หรือไม่ ? เพราะ ‘พรรคฝ่ายค้าน’ เตรียมยื่น ‘อภิปรายไม่ไว้วางใจ’ ในเรื่องฮั้ว สว. จะเกิดการ ‘ต่อรอง’ กันในอนาคตหรือไม่ ? ภายใต้การเป็น ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ กับ ‘ภูมิใจไทย’ หาก ‘เพื่อไทย’ ไม่ขยับเรื่อง ‘ฮั้ว สว.’ เลย ก็จะยิ่งเสียมากกว่า เพราะเป็นเรื่องที่ ‘ภูมิใจไทย’ ควรเผชิญ ‘แรงเสียกทาน’ มากกว่าที่ ‘เพื่อไทย’ ต้องเป็น ‘นางแบก’ ให้
การขึ้น ‘เวทีฝ่ายค้าน’ ของ นพ.ชลน่าน แม้ว่าอาจ ‘ตีกรอบตัวเอง’ ไม่พูดถึง ‘ฮั้ว สว.’ ตรงๆ แต่หากพูดถึง ‘โครงสร้างรวมๆ-องค์กรอิสระ’ ก็ไม่พ้น ‘ตีวัวกระทบคราด’ ไปยังเรื่อง ‘ฮั้ว สว.’
ซึ่งจุดนี้เอง ‘ภูมิใจไทย’ ก็ต้อง ‘แก้เกม’ ไม่ตกเป็น ‘เบี้ยล่าง’ จะมีการใช้ ‘นิติสงคราม’ มาไล่ล่ากันหรือไม่ ? เพราะแต่ละฝ่ายก็มี ‘แผล-ชนักติดหลัง’ กันทั้งสิ้น แค่เพียง ‘สมประโยชน์’ ในการมาร่วมรัฐบาล
ท่าน่าสนใจอีก คือ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ก็ออกมาชี้เป้า ‘สำนวนคดี’ หลุดมาจากฝั่ง ‘ดีเอสไอ’ ไทม์ไลน์ช่วง รมว.ยุติธรรม คนก่อน ทำการตรวจสอบ ซึ่งก็คือยุค ‘เพื่อไทย’ เป็น ‘รัฐบาล’ และ ‘ภูมิใจไทย’ เป็น ‘ฝ่ายค้าน’
ซึ่ง ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกฯ ได้ออกมาย้ำถึง ‘มารยาท’ การเป็น ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ พร้อม ‘พูดเป็นนัย’ เรื่อง ‘เสียงในสภาฯ’ ว่าอย่ามองแค่นั้น เพราะยังมี ‘องค์ประกอบอื่นๆ’
“เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีกฎกติกามารยาทอยู่แล้ว ในช่วงที่ตนเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของเขา ก็ปฏิบัติตามกฎกติกามารยาท สถานะก็เหมือนกัน อย่าไปนับแค่ตัวเลข มันไม่ใช่ ซึ่งไม่ใช่ว่าถ้าเห็นไม่ตรงกัน เราจะไม่โหวต พอไม่โหวตแล้ว ตัวเลขจะไม่ถึงครึ่ง มันไม่ง่ายอย่างนั้น มีหลายเรื่องประกอบกัน” อนุทิน กล่าว
ซึ่งมีการพูดถึง ‘แผนลับ’ ของฝั่ง ‘ภูมิใจไทย’ เพื่อรักษา ‘เสียงรัฐบาล’ ในสภาฯ จะไม่ดึง ‘ทั้งพรรค’ มาร่วมรัฐบาล แต่จะใช้วิธี ‘แบ่งแยกแล้วปกครอง’ โดยการดึงเป็น ‘กลุ่ม สส.-มุ้ง สส.’ เข้ามาร่วม เพื่อป้องกันการ ‘ต่อรอง’ ที่ยาก ‘ควบคุม-เกินใช้งาน’ และไม่ให้เสียโควต้า ‘รัฐมนตรี’ มากเกินไป เมื่อดูใน ‘ครม.อนุทิน 2’ ก็จะพบว่าเก้าอี้ ‘รัฐมนตรี’ ว่างอยู่ 1 ที่นั่ง
ภายใต้ ‘ความชื่นมื่น’ ยังคงเป็นเพียง ‘ฉากหน้า’ เท่านั้น




