แม้การสอบสวน “คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น” จากฝ่ายบริหารจะดูเหมือนคืบหน้าไปมากขึ้น แต่อีกด้าน ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้หยุดอยู่แค่การตามหาผู้กระทำผิด หากกำลังขยับไปสู่การตรวจสอบว่า “ใครเป็นผู้สร้างระบบ” และ “ใครเป็นผู้เปิดช่องให้การทุจริตเกิดขึ้นได้” เพราะหากไม่รื้อถอนต้นตอของปัญหา วงจรเดิมอาจย้อนกลับมาเกิดซ้ำอีกในอนาคต
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นพิจารณาในการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งติดตามการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567–2569 โดยเชิญผู้แทนจากมหาวิทยาลัยบูรพาเข้าชี้แจงเป็นครั้งแรก ในฐานะผู้ชนะการเสนอราคาจัดสอบเดิม ก่อนถูกกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นยกเลิกสัญญา และเปลี่ยนผู้รับจ้างเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในเวลาต่อมา
โจทย์ใหญ่ ไม่ใช่แค่ “ใครโกง” แต่ “ใครสร้างระบบโกง”
ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า หลังเวลาผ่านมากว่า 1 เดือน ภาพของการทุจริตสอบท้องถิ่นเริ่มมีความชัดเจนขึ้น และหลายหน่วยงานกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสอบเมื่อปี 2568
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องค้นหามากกว่านั้นคือ ผู้ที่สร้างระบบการทุจริต รวมถึงผู้ที่เอื้อหรืออนุญาตให้การโกงเกิดขึ้น เพราะหากตรวจสอบเพียงลำดับเหตุการณ์หรือผู้กระทำผิด ก็อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่สามารถป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกในอนาคต
เรียก ‘มหาวิทยาลัยบูรพา’ แจงครั้งแรก หลังถูกยกเลิกสัญญา
ภคมน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการพิจารณาประเด็นดังกล่าวเป็นครั้งที่ 3 โดยมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นหน่วยงานที่ยังไม่เคยเข้าชี้แจงต่อ กมธ. มาก่อน ทั้งที่เดิมได้รับการคัดเลือกเป็นผู้รับจ้างจัดสอบ ก่อนถูกกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ยกเลิกสัญญา
เดิม สถ. ให้เหตุผลว่า มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต แต่เมื่อมีการติดตามข้อมูลเพิ่มเติม กลับได้รับคำชี้แจงอีกด้านว่า เหตุผลสำคัญคือ TOR หรือข้อกำหนดขอบเขตของงาน ยังไม่มีความรัดกุมเพียงพอ และอาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้
ตั้งคำถาม TOR ใครต้องรับผิด หากเป็นผู้ว่าจ้างร่างเอง
ภคมน ตั้งข้อสังเกตว่า TOR เป็นเอกสารที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ผู้รับจ้าง ดังนั้น หากกล่าวหาว่า TOR มีช่องโหว่ ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ร่าง TOR หรือของมหาวิทยาลัยบูรพา
การที่มหาวิทยาลัยบูรพาและผู้ร่วมจัดทำ TOR เข้าชี้แจงด้วยตนเอง จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ข้อเท็จจริงในกระบวนการจัดสอบได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้าน
สงสัยเปลี่ยนเงื่อนไขหลายจุด เอื้อผู้เสนอราคารายเดียวหรือไม่
ประธาน กมธ. ยังตั้งคำถามว่า แม้ TOR จะไม่ได้ระบุชื่อผู้ชนะการประมูลไว้โดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหลายประเด็นพร้อมกัน อาจส่งผลให้ผู้เสนอราคาเพียงรายเดียวได้เปรียบหรือไม่
พร้อมชี้ว่า เหตุผลที่ สถ. ใช้ยกเลิกประกาศผู้ชนะของมหาวิทยาลัยบูรพา ไม่ว่าจะเป็นการอ้างว่า TOR ไม่รัดกุม หรือไม่ได้เปิดให้ผู้ว่าจ้างเข้าตรวจสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน ล้วนเป็นเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด TOR ฝ่ายผู้ว่าจ้างเป็นผู้กำหนดไว้เอง
ดังนั้น ผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติตาม TOR ไม่ควรถูกนำมาเป็นเหตุผลในการยกเลิกสัญญาหรือโยนความรับผิดเพียงฝ่ายเดียว อีกทั้งยังมีหลายเหตุผลที่ สถ. ใช้อ้าง ซึ่งภคมนเห็นว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และทำให้การยกเลิกสัญญาดูไม่สมเหตุสมผลและไม่เป็นธรรม
ชี้ทุจริตเกิดไม่ได้ หากไม่มีหลายฝ่ายร่วมกัน
ภคมน กล่าวทิ้งท้าย โดยระบุเชื่อมาตลอดว่า การทุจริตลักษณะนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งฝ่ายร่วมกันอย่างน้อยในระดับของการรู้เห็นหรือเอื้อประโยชน์
ดังนั้น เป้าหมายของ กมธ. ในเวลานี้ จึงไม่ใช่เพียงการตามหาผู้กระทำผิด แต่ต้องการค้นหาว่าใครเป็นผู้สร้างและอนุญาตให้ระบบดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งเป็นคำตอบที่สังคมควรได้รับ
มท.เดินหน้าถอดถอน 5,925 รายชื่อ ส่งต่อ ก.กลาง-ก.จังหวัด
ขณะที่การตรวจสอบกำลังขยายผลไปถึงต้นตอของระบบที่อาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริต อีกด้านหนึ่ง กระทรวงมหาดไทยก็เดินหน้ากระบวนการจัดการกับผลสอบที่ถูกตั้งข้อสงสัย โดยเตรียมสรุปการถอดถอนรายชื่อผู้เกี่ยวข้องออกจากบัญชีผู้สอบผ่าน เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่าการดำเนินการถอดถอนรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นจะได้ข้อสรุปในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และหลังจากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนให้แล้วเสร็จ
เมื่อถูกถามถึงความคืบหน้ารายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมการที่มี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ วรศิษฎ์ ตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า “เห็นมีคุยกันอยู่”
ส่วนกรณีการลงนามถอดถอนรายชื่อผู้เกี่ยวข้องจำนวน 5,925 รายชื่อ วรศิษฎ์ ยืนยันว่าจะดำเนินการในการประชุม กสถ. ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบในวันที่ 6 สิงหาคม จากนั้นจึงส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด (ก.จังหวัด) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ทั้งนี้ การประชุม ก.กลาง วันที่ 6 สิงหาคม วรศิษฎ์ จะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เนื่องจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลปฏิบัติหน้าที่แทน
ดูที่ “ต้นตอของระบบ”
คดีทุจริตสอบท้องถิ่นกำลังเดินมาถึงจุดสำคัญ จากเดิมที่สังคมจับตาการเอาผิดผู้เกี่ยวข้องและการถอดถอนรายชื่อผู้สอบผ่านจำนวน 5,925 คน วันนี้วงสนทนาเริ่มขยับไปสู่คำถามที่ลึกกว่าเดิม คือกระบวนการจัดสอบทั้งหมดถูกออกแบบอย่างไร ใครเป็นผู้กำหนดกติกา และมีช่องโหว่ใดที่ทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้
หากสามารถค้นหาคำตอบต่อคำถามเหล่านี้ได้ ก็อาจไม่เพียงนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบสอบแข่งขันภาครัฐ เพื่อปิดช่องโหว่และป้องกันไม่ให้การทุจริตลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต




