ศึกชิง 'นายก อบจ.นนทบุรี' เกมแพ็กทัพ 'ผึ้งหลวง' VS ดึงกระแส 'ส้มเมืองนนท์'

14 ส.ค. 2569 - 16:49

  • หลังสิ้น 'นายกธงชัย' เครือข่ายบ้านใหญ่ จ.นนทบุรี ต้องเร่งแพ็กทัพหาตัวแทนใหม่ สกัดปัญหาแตกทัพ-รักษาเก้าอี้ท้องถิ่น ที่เคยกุมมานานกว่า 20 ปี ในนาม 'กลุ่มผึ้งหลวง'

  • แม้ 'กระแสส้ม' กวาดเรียบระดับชาติ สส. ยกจังหวัด แต่ต้องรีบเปิดตัวคนสมัคร โดยเร็วเพื่อลบจุดอ่อนจัดทัพช้า-ยึกยัก และแปลง 'ความนิยม' มาเป็นคะแนนเสียง

ศึกชิง 'นายก อบจ.นนทบุรี' เกมแพ็กทัพ 'ผึ้งหลวง' VS ดึงกระแส 'ส้มเมืองนนท์'

เหตุการณ์สะเทือนขวัญ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ไม่เพียงแต่เป็นข่าวหน้าหนึ่งปิดฉากชีวิตของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ด้วยน้ำมือของ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี หลายสมัย

แต่ในเชิงการเมือง เมืองท่าน้ำนนท์ได้เกิดแรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวสั่นคลอนอำนาจในจังหวัดอย่างรุนแรง

พ.ต.อ.ธงชัย หรือ "นายกเด" คือผู้กุมอำนาจการบริหาร อบจ.นนทบุรี ต่อเนื่องยาวนานรวมระยะเวลากว่า 20 ปี การจากไปอย่างกะทันหันของเขา ส่งผลให้โครงสร้างอำนาจท้องถิ่นที่เคยมั่นคงเกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองขึ้นอีกครั้ง 

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงต้องกำหนดวันรับสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ใหม่ในวันที่ 17–21 สิงหาคม 2569 และเคาะวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 20 กันยายน 2569

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงอาจกลายเป็นสนามวัดพลังระหว่าง "กลุ่มผึ้งหลวง" ซึ่งเป็นพันธมิตรเครือข่ายบ้านใหญ่เดิม กับ "พรรคประชาชน" ที่กำลังรอคอยโอกาสในการปักธงการเมืองท้องถิ่น หลังจากสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์กวาด สส.ยกจังหวัดมาแล้ว ในการเลือกตั้ง สส.

ศึกครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การหาผู้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ. คนใหม่ แต่คือการชี้ชะตาทิศทางการเมืองปริมณฑลว่าจะยังคงอยู่ในมือของ เครือข่ายอุปถัมภ์เดิม หรือ อำนาจใหม่

'ผึ้งหลวง' ในวันที่ต้อง แพ็กให้แน่น

จุดแข็งดั้งเดิมของ พ.ต.อ.ธงชัย และการดำรงอยู่ของกลุ่ม "ผึ้งหลวง" คือ สไตล์การทำงานแบบ "สายประสาน" หรือการวางตัวเป็น "คนของทุกพรรค" 

โครงสร้างของกลุ่มผึ้งหลวงฝังตัวลึกในระดับ ส.อบจ. ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 36 เขตเลือกตั้ง โดยได้รับการเกื้อหนุนและประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างแกนนำ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และ กลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น อย่างลงตัว ส่งผลให้ กลุ่มผึ้งหลวง สามารถสกัดกั้นการแทรกซึมของพรรคการเมืองคู่แข่งมาได้โดยตลอดนับสองทศวรรษ 

ไม่ว่าจะเป็น สมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ผู้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันยาวนาน 40 ปี ที่มีความใกล้ชิดกับค่ายแดง หรือ นักการเมืองรุ่นใหญ่อย่าง อุดมเดช รัตนเสถียร ตลอดจน สุชาติ บรรดาศักดิ์ พี่ชายของ วิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด ที่สนิทกับค่ายน้ำเงิน ล้วนรู้จักกับ พ.ต.อ.ธงชัย หมดทุกคน

เมื่อศูนย์รวมจิตใจอย่าง พ.ต.อ.ธงชัย ล่วงลับไป โจทย์เร่งด่วนที่สุดของเครือข่ายบ้านใหญ่คือการจัดทัพใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดสภาวะบ้านใหญ่แตกทัพ 

มีกระแสข่าวว่าแกนนำ กลุ่มผึ้งหลวง ได้พยายามชูชื่อ พรรษพร เย็นประเสริฐ บุตรสาววัย 37 ปี ของ พ.ต.อ.ธงชัย ขึ้นมาเป็นผู้สมัคร โดยอาศัยบารมีและนามสกุล "เย็นประเสริฐ" ดึงคะแนนความเห็นอกเห็นใจจากประชาชน พร้อมทั้งวางภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ เพื่อรับมือ กระแสพรรคส้ม

ทว่ากลับเกิดปัญหาขึ้น เมื่อมีข่าวว่า พรรษพร ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง สถานการณ์ดังกล่าวบังคับให้ กลุ่มผึ้งหลวง ต้องประชุมด่วนเพื่อหารือตัวแทนใหม่

โดยมีกระแสข่าวการดันบุคคลในตระกูล หรือ ส.อบจ. (อย่าง ภคิน วรวรรณปรีชา ประธานสภา อบจ. นนทบุรี) ที่มีศักยภาพขึ้นมาเสียบแทน

ยุทธศาสตร์หลักของ กลุ่มผึ้งหลวง ในเวลานี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การหาตัวผู้สมัครที่มีโปรไฟล์โดดเด่น แต่คือการ "แพ็กกันให้แน่น" เพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลการเมืองหรือบ้านใหญ่แต่ละหลังในนนทบุรีแตกออกจากกลุ่มผึ้งหลวง 

เพราะ หากเกิดการแยกตัวไปตั้งกลุ่มลงแข่งขันกันเอง คะแนนเสียงดั้งเดิมจะถูกหารเฉลี่ยทันที ย่อมกลายเป็นการเปิดประตูให้ พรรคประชาชน เข้าแทรกกลางและเจาะพื้นที่ได้สำเร็จ

'ส้มยกจังหวัด' ความหวังปักธง 'ท้องถิ่นนนทบุรี'

พรรคประชาชน มองเห็นโอกาสทองครั้งสำคัญที่ไม่สามารถปล่อยให้หลุดมือไปได้ ในการปักธงสนามการเมืองท้องถิ่น เห็นได้จาก สส.นนทบุรี พรรคประชาชน เผยว่าพร้อมส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.

ขณะเดียวกันหากพิจารณาผลการเลือกตั้งระดับชาติ จังหวัดนนทบุรีถือเป็น "เมืองส้มสมบูรณ์แบบ" โดยพรรคก้าวไกลสามารถกวาด สส.เขต ได้ยกจังหวัดทั้ง 8 เขตในการเลือกตั้งปี 2566 และต่อมาพรรคประชาชนก็ยังคงรักษาแชมป์ กวาด สส.เขต ได้ยกจังหวัดทั้ง 8 เขตอีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2569

อย่างไรก็ดี คะแนนความนิยมในระดับชาติ กลับยังไม่สามารถแปลงเป็นชัยชนะในสนามท้องถิ่นได้อย่างเด็ดขาด 

บทเรียนจากการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า ฐานคะแนนของฝ่ายส้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงพ่ายแพ้ให้กับความเหนียวแน่นของ พ.ต.อ.ธงชัย ในการเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี 2563 คณะก้าวหน้า ส่ง ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ ได้คะแนน 139,401 คะแนน แพ้ให้กับ พ.ต.อ.ธงชัย ที่ได้ 197,592 คะแนน 

ขณะที่ในการเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี 2568 พรรคประชาชน ส่ง เลิศมงคล วราเวณุชย์ ลงแข่งขัน ได้คะแนนขยับขึ้นเป็น 155,035 คะแนน แต่ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับ พ.ต.อ.ธงชัย ที่กวาดไปถึง 219,173 คะแนน

โจทย์ใหญ่และ จุดอ่อนสำคัญของพรรคประชาชนในการแข่งขันระดับท้องถิ่น คือ ความยักแย่ยักยัน หรือความเอาแน่เอานอนไม่ได้ภายในพรรค เกี่ยวกับการจัดส่งผู้สมัครทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัด

ดังจะเห็นได้จากบทเรียนราคาแพงในการเลือกตั้ง นายก อบจ. สมุทรปราการ และ ผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคเปิดตัวผู้สมัครล่าช้ากว่าคู่แข่ง ทำให้การจัดทัพหาเสียงไม่ทันต่อสถานการณ์ ส่งผลให้คะแนนเสียงที่ควรจะชนะกลับต้องพลาดเป้าไป 

ทั้งที่การเลือกตั้งระดับชาติใน กทม. พรรคส้มกวาด สส. ยกจังหวัด และสมุทรปราการก็คว้าเก้าอี้ สส. ได้เกือบยกจังหวัดเช่นกัน หากศึก อบจ.นนทบุรี ครั้งนี้ พรรคประชาชนยังคงติดดักความล่าช้าภายใน ก็เท่ากับเป็นการเสียของและทิ้งโอกาสทองในการยึดฐานที่มั่นท้องถิ่นไปอย่างน่าเสียดาย

การเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ในวันที่ 20 กันยายน 2569 ไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งบริหารงบประมาณท้องถิ่น แต่คือ ศึกพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ระหว่าง การเมืองระบบอุปถัมภ์ดั้งเดิม กับ กระแสพรรคประชาชน

สำหรับ กลุ่มผึ้งหลวงและเครือข่ายบ้านใหญ่ ความท้าทายหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวคู่แข่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เอกภาพภายในกลุ่ม หากพวกเขาสามารถประสานประโยชน์ระหว่าง พรรคเพื่อไทย และ พรรคภูมิใจไทย และบ้านใหญ่ทุกหลังให้จับมือกันได้อย่างเหนียวแน่น 

รวมถึงสามารถตกลงส่งตัวแทนที่ทุกฝ่ายยอมรับ ขึ้นมาทดแทน ตระกูลเย็นประเสริฐ ได้ พวกเขาก็ยังคงมีภาษีดีกว่าในการรักษาฐานอำนาจท้องถิ่นนี้ไว้ต่อไป

สำหรับ พรรคประชาชน สนามเลือกตั้งครั้งนี้ คือ บททดสอบประสิทธิภาพและกระแสทางการเมือง หากพรรคส้มขจัดจุดอ่อนเรื่องความลังเล ยิกยัก ไม่แน่ไม่นอน และเร่งจัดทัพเปิดตัวผู้สมัครลงสู่สนามอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งดึงคะแนนเสียงระดับชาติที่เคยหนุนหลัง สส. ทั้ง 8 เขตให้มาลงคะแนนในสนามท้องถิ่นได้ 

บทสรุปศึกครั้งนี้ จึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ว่า "ฝ่ายผึ้งหลวงจะแพ็กทัพได้แน่นทันเวลา" หรือ "ฝ่ายส้มจะแก้ไขบทเรียนเรื่องความล่าช้าได้ก่อน" ซึ่งผลลัพธ์ในวันลงคะแนนเสียงจะเป็นคำตอบชี้ขาดทิศทางการเมืองท้องถิ่น จ.นนทบุรี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์