พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณี สุสานชาวยิว JEWISH CEMETERY THAILAND ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ทันทีที่ พลพีร์ มาถึง นายอำเภอบางคล้า และผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รายงานสถานการณ์ โดยพลพีร์ ได้สอบถามนายอำเภอว่าการอนุญาตสุสานยิว โดยนายอำเภอได้อธิบายว่า โดยระยะห่างของถนนทางหลวงและแหล่งตามหลักเกณฑ์ยังถือว่าได้อยู่ ก่อนที่พลพีร์ จะบอกว่า “ท่านดูดีๆ นะ ระวังจะสาวมาถึงท่าน”
จากนั้นพลพีร์ได้เดินไปทักทายคณะชาวเสม็ดใต้ที่ได้มาถือป้าย ขอบคุณมท.2 ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและบุคลากรทุกหน่วยงาน ที่ไม่ทิ้ง มาช่วยไล่ผีจากบ้านเรา “ผียิว ออกไป ชาวเสม็ดใต้ไม่เอาผี Get Out ออกไป” โดย สันต์ ศรีเจริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลเสม็ดใต้ ได้กล่าวกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า พื้นที่นี้บริษัทมาได้อย่างไร หรือขอสัญชาติไทยได้อย่างไร ทั้งที่เป็นคนต่างชาติ รวมถึงผู้ว่าราชการฯ คนเก่า ที่ได้เซ็นอนุมัติไว้ ไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์อะไรเลย ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ฝากให้รัฐมนตรีดำเนินการด้วย ซึ่งพลพีร์รับปากว่า “ได้ครับ”
จากนั้น เจ้าหน้าที่ อบต. ไขกุญแจเปิดประตูให้พลพีร์ ได้เข้าไปดูภายในสุสานขณะที่บริเวณด้านหน้าได้มีการติดป้ายห้ามใช้อาคาร ซึ่งเป็นคำสั่งขององค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ ที่ประกาศไว้ ณ วันที่ 7 กันยายน 2569 หากมีการฝ่าฝืนคำสั่งจะมีโทษทั้งทางอาญาตามมาตรา 67 แผ่นพรบควบคุมอาคาร 2522
พลพีร์ ให้สัมภาษณ์ หลังตรวจพื้นที่ว่า สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีใบอนุญาต ในการประกอบเป็นสุสาน หรือพิธีทางศาสนาใดๆทั้งสิ้น และยังเจอศพอยู่ข้างในจริง 4 ศพ โดยมี 3 หลุมโบกปูนแล้ว และได้พิสูจน์โดยตัวเองว่า เสียชีวิตปี 2566 2568 และ 2569 ซึ่งเป็นการยืนยันว่า มาในช่วงที่ไม่มีใบอนุญาต ส่วนอีก 1 ร่างที่ยังอยู่ในเต็นท์ ยังไม่ได้โบกปูน เชื่อว่าน่าจะมาในปีนี้
พลพีร์ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอได้คุยกับบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่แล้ว ได้รับแจ้งว่าจะมาย้ายศพวันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่ประเด็นการย้าย ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือ ทั้ง 4 ร่างเป็นคนต่างชาติจริงหรือไม่ ชื่อที่โบกปูนและสลักหินอ่อนไว้ ใช่บุคคลที่อยู่ข้างล่างจริงหรือไม่ เพราะโดยข้อมูลของท้องที่และท้องถิ่นเราไม่ทราบเลยว่า คนที่เสียชีวิตเสียอย่างไร และเป็นต่างชาติจริงหรือไม่ จึงให้อธิบดีกรมการปกครอง และสาธารณสุขตรวจสอบข้อมูล สาเหตุการเสียชีวิต เพราะวันนี้เราไม่รู้เลยว่าเสียชีวิต โดยปกติหรือไม่หรือเกิดจาก อุบัติเหตุ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเพราะมีชาวต่างชาติเข้ามาแล้วเสียชีวิต แต่ไม่มีการแจ้งหน่วยงานรัฐบาลเลย อยู่ดีๆ ก็เอาร่างมา มันถูกต้องตามกระบวนการตามกฎหมายไทยหรือไม่ และหากข้างล่างไม่ใช่ร่างของชาวต่างชาติ แต่กลายเป็นคนไทย แล้วเราจะอย่างไรต่อ จึงอยากให้ทางบริษัทที่นำร่างมา ได้ส่งเอกสารต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาแจ้งกับ ทางเจ้าหน้าที่ก่อนย้าย
พลพีร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งว่าอยากจะย้าย 3 ร่างไป สุสานย่านเจริญกรุง ซึ่งขณะนี้มีร่างของชาวอิสราเอลอยู่ประมาณ 49 ราย ไม่แน่ใจว่า มีที่เพียงพอหรือไม่ แต่ก่อนย้าย ต้องขอเอกสารยืนยัน เพราะไม่อยากให้มีการอำพรางร่างผู้เสียชีวิตในประเทศไทย
พลพีร์ ยอมรับว่า สงสัยว่าได้รับใบอนุญาตครั้งแรกมาได้อย่างไร ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งขอในปีนั้นและได้รับในปีนั้นเลย แต่ในปี 2566 ไม่ได้รับการต่ออายุ ซึ่งนายอำเภอได้รายงานว่า ถนนบางเส้นในตอนนั้น อาจจะยังไม่ได้ยกสถานะเป็นถนนทางหลวง หรือถนนทางหลวงชนบท หรือถนนอบต. แต่ทั้งหมด ณ นาทีนี้ถือว่าผิดอยู่แล้ว จะให้ทางจังหวัดทำเอกสารถึงศาลปกครอง เพราะไม่ทราบว่าตอนที่เขาไปร้องศาลปกครอง พยานหลักฐานเป็นอะไร และวันนี้ชาวบ้านในพื้นที่มีความกังวลใจ รวมตัวกันถือป้าย จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำเอกสารเหน็บ เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา
เมื่อถามว่า จากข้อมูลข้างต้นสถานที่นี้ ถือเป็นซื้อขาย หรือไม่ พลพีร์ กล่าวว่า ชื่อบริษัท กาน ชาบาด จำกัด มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวอิสราเอลที่ได้สัญชาติไทย 3 คน เมื่อได้สัญชาติไทยแล้วก็สามารถซื้อที่ได้ ที่ดินบริเวณนี้ประมาณ 15 ไร่ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท และยังพบว่าเป็นผู้ถือหุ้นนี้ เป็นผู้ถือหุ้นที่ชาบัดที่ป่าตอง จ.ภูเก็ตด้วย ซึ่งกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง DSI และปปง.กำลังขยายเครือข่ายนี้อยู่ถึงที่มาของเงิน แหล่งมาของเงิน ที่มาดูแลรักษาหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และบริษัทนี้มีความเชื่อมโยงกับบริษัทที่ชลบุรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไปค้น ซึ่งถ้าเชื่อมโยงกันจริง ก็ต้องตรวจสอบเข้มข้นกว่านี้ เป้าหมายคือ ถ้าหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง มีการฟอกเงิน ธุรกิจสีเทาหรือสิ่งที่ผิดกฎหมายจริง เราสามารถถอนสัญชาติ และเชิญออกนอกประเทศได้ การที่เขามีสัญชาติไทย ไม่ได้แปลว่า จะได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างอื่นนอกจากการซื้อที่ดิน กฎหมายไทยก็สามารถอายัดทรัพย์สินได้
ส่วนเบื้องต้นจากการตรวจสอบมีการพบว่ามีการฟอกเงินหรือไม่นั้น พลพีร์ กล่าวว่า สุสานนี้ยังไม่เจอ แต่เครือข่ายที่ชลบุรีอาจมีความสัมพันธ์ กับหลายบริษัท ที่มีชื่อเป็นกรรมการบริหาร เราพบแล้วว่าเป็นนอมินีแน่ๆ ในการถือครองที่ดินโรงแรม อสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอื่นๆ ตอนนี้กำลังจะขยายเครือข่ายที่เราทำอยู่แล้วประมาณเดือนกว่า และในวันอังคารช่วงบ่ายโมงที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม DSI ปปง. ป.ป.ท. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย จะประชุมสรุปร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการว่าเครือข่ายเค้าเป็นอย่างไรและจะมีการนำนายกรัฐมนตรี
พลพีร์ กล่าวว่า วันนี้เขาให้เราเข้าไป โดยทิ้งกุญแจเอาไว้แต่ตัวแทนบริษัทไม่มา การนำร่างเข้าท้องที่ต้องรู้ก่อนว่า บุคคลนั้นคือใครสาเหตุการเสียชีวิตคืออะไร ในเมื่อไม่มีการแจ้ง 3 ศพ จาก 4 ศพถือว่ามีความผิดปกติอยู่แล้ว และการที่เขามีความกล้าในการนำมาฝัง ทั้งๆ ที่รู้ว่าใบอนุญาตหมดอายุ อันนี้ยิ่งไปกันใหญ่ ซึ่งได้บอกกับผู้ว่าราชการจังหวัดและ รองอธิบดีกรมการปกครอง ที่มาในวันนี้ว่า วันนี้ต้องรู้แล้วว่า หากจะร้องทุกข์ร้องโทษข้อหาที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง เพราะพ.ร.บ.สุสาน 2528 อย่างเดียวคงไม่พอ เพราะโทษอยู่ที่ 2,000 บาท แต่วันนี้ผ่านมา 40 ปี 2,000 บาทมันน้อยนิด ดังนั้นแสดงให้เห็นว่า คนเหล่านี้ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายของเราเลย มีความกล้าเอาศพมาก็เอามา จะเอาศพออกก็เอาออก อย่างนี้มันไม่ได้ ตายก็ไม่แจ้ง คนตายมีชื่อรูปพรรณสัณฐาน หรือเป็นคนจริงๆ เราก็ไม่รู้
ด้าน สันต์ ศรีเจริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลเสม็ดใต้ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่สบายใจ กังวลใจ เพราะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ขอให้ตรวจสอบว่า ได้สัญชาติไทยได้อย่างไร ย้ำว่า ชาวบ้านไม่ยอมให้มีการสร้างสุสานยิวแน่นอน
ขณะที่ นวลพันธ์ แฉ่งเจริญ ชาวบ้าน ยอมรับได้รับทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นสุสานตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้ว ซึ่งชาวบ้านเคยคัดค้านมาแล้ว มีการยื่นหนังสือไปที่อบต. แต่ได้รับคำตอบว่ามีการขออนุญาตสร้างรั้ว จากนั้นไม่นานมีศพมาฝัง ซึ่งการรื้อเต็นท์ออกไป ศพมีกลิ่นคลุ้ง มีน้ำเหลือง ทำให้ชาวบ้านกังวล เพราะเป็นช่วงหน้าฝน อาจมีน้ำไหลออกไปในพื้นที่เกษตร ที่อาจจะมีสารปนเปื้อน สารพิษหรือสารเคมี ที่ทำให้ได้รับกระทบได้ โดยก่อนหน้านี้เคยพบกับชาวต่างชาติที่เข้าไปฝังศพแล้ว 1 ครั้ง สามารถเปิดรั้วเข้าไปได้ จึงได้สอบถามไปว่าทำไมถึงมาที่นี่ ซึ่งเขาบอกเป็นพื้นที่ของเขา ทั้งนี้ ได้แจ้งไปแล้วว่าชาวชุมชนไม่ต้อนรับ เพราะเป็นพื้นที่การเกษตร จึงยื่นเรื่องไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และศูนย์ดำรงธรรม แต่มีศูนย์ดำรงธรรมเพียงที่เดียวที่ตอบกลับมา
จากนั้น พลพีร์ พร้อมรองอธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายอำเภอบางคล้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมติดตามกรณีพบร่างผู้เสียชีวิต 4 ร่างภายในสุสาน โดยสั่งจังหวัดตรวจสอบที่มาของสถานที่ ตั้งแต่การยื่นขอใช้พื้นที่ปี 2564 เอกสาร หลักฐานด้านภูมิศาสตร์ และสภาพแวดล้อมว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาตหรือไม่ พร้อมย้ำไม่อนุญาตให้ต่อใบอนุญาต ซึ่งขาดตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567
พลพีร์ ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบร่างทั้ง 4 ร่างว่า เป็นชาวอิสราเอลจริงหรือไม่ เดินทางเข้าไทยเมื่อใด ถือวีซ่าประเภทใด และเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด โดยเฉพาะ 2 ร่างที่ถูกโบกปูน ระบุปี 2025 และ 2026 หากพบว่า เป็นคนไทยแต่ถูกอ้างว่าเป็นชาวต่างชาติ ถือเป็นเรื่องใหญ่ พร้อมตรวจสอบว่ามีการละเมิดกฎหมายใดบ้าง นอกเหนือจาก พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528
นอกจากนี้ สั่งตรวจสอบสุสานบริเวณเจริญกรุง ซึ่งได้รับใบอนุญาต เจ้าของเป็นคนไทย ขณะที่บริษัทของกลุ่มชาวอิสราเอลเช่าพื้นที่ 120 ตารางวา และมีการนำร่างเข้ามาแล้ว 49 ร่าง โดยต้องตรวจสอบย้อนหลังว่า แต่ละร่างเป็นใคร เข้ามาไทยเมื่อใด เสียชีวิตที่ไหนและอย่างไร รวมถึงตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมย้ำว่า การเสียชีวิตและเคลื่อนย้ายร่างในไทยต้องผ่านขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ใช่นำร่างมาฝังโดยไม่มีข้อมูลหรือการตรวจสอบ
ส่วนที่มาของที่ดิน พบผู้ก่อตั้งบริษัท 3 คนเป็นชื่อต่างชาติ แต่มีสัญชาติไทย ซึ่งตามกฎหมายสามารถถือครองที่ดินได้ จึงต้องแยกประเด็นการถือครองออกจากการตรวจสอบการกระทำผิดด้านอื่น
พลพีร์ กล่าวถึงการพบว่าข้อมูลจำนวนสุสาน และสถานที่ฌาปนกิจที่มีและไม่มีใบอนุญาตว่า ยังไม่ตรงกัน เนื่องจากบางส่วนยังใช้ระบบอนาล็อก จึงสั่งกรมการปกครองและผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดจัดทำฐานข้อมูลใหม่ ให้ทราบจำนวน สถานะใบอนุญาต และผู้ครอบครองอย่างชัดเจน โดยตรวจสอบทั่วประเทศทุกศาสนา รวมถึงสถานที่ฌาปนกิจและเตาเผาศพ ไม่จำกัดเฉพาะกรณีชาวอิสราเอล
สำหรับร่างทั้ง 4 ร่าง ให้ตรวจสอบก่อนว่า จะอนุญาตเคลื่อนย้ายได้หรือไม่ และหากครบ 7 วันยังไม่ย้าย จะใช้กฎหมายดำเนินการและเรียกค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ รวมถึงต้องมีแผนว่าหากจังหวัดต้องดำเนินการเอง จะนำร่างไปที่ใด ใครรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายเท่าใด และครอบครัวผู้เสียชีวิตรับทราบหรือไม่
ทั้งนี้ พลพีร์ กำชับให้รองอธิบดีกรมการปกครองสั่งตรวจสอบทั่วประเทศ และให้หน่วยงานรายงานผลการตรวจสอบในการประชุมออนไลน์วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน เวลา 16.00 น. ทั้งข้อมูลร่าง 4 ร่าง ที่มา การเดินทางเข้าไทย วีซ่า สาเหตุการเสียชีวิต แนวทางเคลื่อนย้ายภายใน 7 วัน ตลอดจนจำนวนสุสานและสถานที่ฌาปนกิจที่มีและไม่มีใบอนุญาตทั่วประเทศ
“เราไม่เจาะจงแค่อิสราเอลเท่านั้น เราควรจะดูทุกศาสนา ต้องมีข้อมูลเผื่อมีเหตุจะได้ตรวจสอบได้ แต่สิ่งที่ตนถามไปวันนี้เชื่อว่ายังไม่มีคำตอบ ให้เวลา 2 วัน วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน เวลา 16.00 น. ต้องได้คำตอบชัดเจนผ่านการประชุมออนไลน์” พลพีร์ กล่าว




