‘รอมฎอน ปันจอร์’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญผู้แทนเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชุดปฏิบัติการข่าวสาร เข้ามาชี้แจงในที่ประชุม โดยได้รับมีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีการปฏิบัติการข่าวสารในฐานะที่เป็นการปฏิบัติการทางทหารกับประชาชนในพื้นที่ตามหลักการว่า ทุกหน่วยที่เข้ามาชี้แจงพูดในลักษณะเดียวกัน แต่น่าสนใจว่ามีข้อเท็จจริงหลายประการ เช่น การถูกโจมตีในโซเชียลมีเดีย มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมถึงประเด็นของสื่อมวลชนที่ถูกโจมตีจาก IO ซึ่งขณะที่มีการประชุมในเรื่องนี้ ก็มีความคืบหน้าจากฝั่งตุลาการ เนื่องจากศาลแพ่งมีการอ่านคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ ในคดีของ 'อังคณา นีละไพจิตร' สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะนักสิทธิมนุษยชน ที่ฟ้อง กอ.รมน. จากพฤติการณ์ที่มีการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งวันนี้ศาลแพ่งมีคำพิพากษา ให้กอ.รมน. ลบข้อความนั้นออก รวมทั้งจ่ายค่าเสียหายให้กับนางอังคนา มูลค่านับแสนบาท แต่ข้อเท็จจริงในห้องกรรมาธิการ กลับเป็นข้อมูลที่สวนทางกัน เพราะทางเหล่าทัพยืนยันว่าไม่มีปฏิบัติการข่าวสารเชิงลบต่อประชาชน
การมีปฏิบัติการข่าวสารเหล่านี้ หากยึดตามหลักการเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่หลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงมักจะมีปฏิบัติการเหล่านี้ เราก็จะติดตามกรณีเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งหลังจากนี้กมธ.จะมีการเรียกเอกสารเพิ่มเติม และตนได้เสนอให้มีการเรียกดูเอกสารคู่มือราชการสนามที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการจิตวิทยา และปฏิบัติการข่าวสารมาตรวจสอบด้วย ว่ามีหลักการที่คงเส้นคงวาขนาดไหน
ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการ(อนุนกมธ. )พิจารณาแนวทางส่งเสริมกระบวนการสร้าง สันติภาพเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในกมธ.การกฎหมายฯว่า มีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ในกรอบ 45 วัน โดยเป้าหมายในการตั้งคณะอนุชุดนี้เพื่อจัดทำข้อเสนอไปยังฝ่ายบริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยจะนำข้อเสนอแนะของคณะคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้ ของสภาชุดก่อนมาพิจารณาด้วย ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าที่น่าสนใจ ด้วยทางฝั่งรัฐบาลในขณะนี้เริ่มมีความชัดเจน เกี่ยวกับการการผลักดันกระบวนการสันติภาพให้เดินหน้า โดยตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข ที่ได้เดินสายพูดคุย และมีคณะผู้แทนพิเศษโดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ที่มีการประชุมนัดแรกแล้ว
“ล่าสุดจะได้มีการพบปะพูดคุยกับตัวแทนกับกระบวนการบีอาร์เอ็น ที่มาเลเซียเร็วๆนี้ ได้ฝากสื่อมวลชนติดตาม โดยสภาจะพยายามติดตามเกาะติดการทำงานของรัฐบาลและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพัฒนาข้อเสนอเดิมที่เคยมีจากคณะกรรมาธิการวิสามัญทำงานนานถึง 690 วันในสภาชุดก่อนแต่ไม่สามารถนำส่งรายงานให้กับสภาได้เพราะยุบสภาก่อน จะเอาข้อเสนอเหล่านั้นมาปรับปรุงและทำเป็นข้อสังเกตของคณะอนุกรรมธิการชุดนี้”
— รอมฎอน กล่าว
รอมฎอน กล่าวต่อว่า มีเหตุการณ์ใหม่ ที่น่ากังวล เกิดขึ้นในช่วงนี้โดยเฉพาะการลอบยิง สส. ที่สร้างความสั่นสะเทือนและกระทบจิตใจความไว้วางใจความเชื่อมั่นของประชาชน และหลังจากนี้จะนำเสนอรายงานเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการการกฏหมาย ก่อนที่จะส่งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและส่งให้รัฐบาลต่อไป ขณะเดียวกันมีการเสนอญัตติให้มีการพิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญอีกชุดหนึ่ง คู่ขนานกันไป ซึ่งขณะนี้มีสามพรรคการเมืองคือพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ เสนอญัตติให้ที่ประชุมสภาตั้งกรรมาธิการฯ




